บทที่ 12 ทำไมเป็นนาย

ที่ห้างสรรพสินค้า 

มีอาเดินเลือกช็อปปิงอย่างสบายอารมณ์ หลังจากที่เธอหงุดหงิดมาทั้งวัน แต่ก็นะ เงินเท่านั้นที่สามารถปลดเปลื้องได้ทุกสิ่งแม้กระทั่งอารมณ์ที่ขุ่นมัว

ชีวิตของลูกคุณหนูที่แสนจะธรรมดาสำหรับเธอแต่ไม่เคยธรรมดาสำหรับคนทั่วไป ใช้เงินเป็นน้ำราวกับที่บ้านผลิตแบงก์เองได้ ไหนจะกิน เที่ยว ปาร์ตี้ รวมถึงช็อปปิงไม่ได้ขาด กระเป๋าเปลี่ยนวันละใบ รองเท้าเปลี่ยนวันละคู่ เพราะไม่ชอบอะไรซ้ำ ซาก 

ที่จะขาดก็เห็นจะมีแต่แฟน เพราะอายุจน 21 เข้า 22 ปีในปีนี้ เธอยังไม่เคยคบกับใครเป็นตัวเป็นตนสักคน

ถามว่ามีคนคุยไหมก็พอมี เห็นผู้ชายหล่อ ๆ ถามว่าเธอชอบไหมเธอก็ชอบ แต่ชอบที่ได้เต๊าะใส่คนอื่นแค่พอสนุก ๆ กระทั่งอีกฝ่ายคิดเป็นจริงเป็นจังตามตื๊อกลับ เธอกลับรีบปฏิเสธ สร้างกำแพงพร้อมกับตัดสัมพันธ์ในทันที

แต่ก็ไม่แน่ ถ้าวันใดวันหนึ่งมีคนมาทำให้เธอชอบ ต่อให้กำแพงในใจของเธอจะแข็งแกร่งสูงชันปานกำแพงเมืองจีนมากแค่ไหน ถ้าเธอมีใจเธอก็พร้อมเสิร์ฟ ชีจะเป็นฝ่ายปีนกำแพงข้ามไปหาผู้ชายคนนั้นเอง

ส่วนในตอนนี้ขอเธอช็อปปิงให้สบายอารมณ์ก่อน

“เอาใบนี้ ใบนี้ และก็ใบนี้” นิ้วเรียวชี้ไปที่กระเป๋าคอลเลกชันใหม่แบรนด์ดังหลายใบ “อ้อ แล้วก็ใบนี้อีกใบค่ะ” ใบหน้าหวานหันไปยิ้มให้พนักงานที่แทบอยากจะคลานเข่ามาหา เพราะรู้ดีว่าถ้ามีอามาใช้บริการพวกเธอต้องได้ค่าคอมฯ มากมายมากแค่ไหน 

ใช้เวลาไม่กี่สิบนาทีบัตรแบล็กการ์ดถูกรูดจ่ายออกไปนับแสน เธอหยิบกระจายไม่ต่างกับคนทั่วไปเวลาที่เข้าร้านซื้อของทุกอย่าง 20 บาท แต่กับมีอาก็ไม่ได้ต่างกัน เธอชี้นิ้วเหมือนซื้อของราคาถูกแบบไม่ต้องเช็กราคา 

พนักงานกุลีกุจอเอากระเป๋าใส่ถุงแบรนด์ เตรียมนำไปส่งที่รถให้ แต่มีอายังอยากจะช็อปปิงต่ออีกนิด

“ไม่เป็นไรค่ะ ของแค่นี้เอง ไม่ต้องให้คนไปส่งที่รถก็ได้ค่ะ เดี๋ยวมีอาให้คนมารับเอง” 

เธอยิ้มหวานให้พนักงาน ก่อนจะส่งสัญญาณเรียกบอดี้การ์ดที่อยู่ไม่ไกลด้วยการยกนิ้วชี้ขึ้นมาเล็กน้อย เพียงเท่านั้นบอดี้การ์ดของเธอที่รู้หน้าที่ก็เดินเข้ามาภายในร้านในทันที จังหวะที่ร่างบางเตรียมหันหลังกลับเพื่อจะเดินออกจากร้าน พลันสายตาคู่หวานสะดุดเข้ากับบอดี้การ์ดของเธอที่กำลังเดินเข้ามาภายในร้านจนมาถึงจุดที่เธอยืนอยู่

ขาเรียวหยุดชะงัก กึก ใบหน้าหวานฉาบรอยยิ้มเมื่อครู่ ดึงสีหน้าไม่พอใจทันที

“ทำไมเป็นนาย!”

“…”

“ลุงยุทธไปไหน” 

เห็นหน้าบอดี้การ์ดคนใหม่อย่างอิล อารมณ์ขุ่นมัวที่เพิ่งจะลดมาเกือบครึ่งก็พุ่งทะยานกลับมาอีก

เขาน้อมศีรษะเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าสบตาแล้วมองตรงผ่านใบหน้าหวานของเธอไป

“คุณยุทธย้ายไปดูแลคุณท่าน ส่วนผมคุณท่านเพิ่งมีคำสั่งให้ผมมาเป็นบอดี้การ์ดประจำตัวคุณหนูครับ” เขาดูพูดจาเป็นทางการ ผิดกับตอนปากดีใส่เธอเมื่อเช้าลิบลับ

ดูเอาเถอะ เมื่อเช้าเธอเพิ่งจะขอให้คุณพ่อไล่เขาออก นอกจากจะไม่ไล่ออกยังสั่งให้เขามาทำหน้าที่ตามประกบเธอซะอย่างงั้น 

“เหอะ!” หญิงสาวเบะปากใส่พลางถอนหายใจหงุดหงิด

“มาเป็นบอดี้การ์ดให้ฉัน ทั้งที่ฉันไม่ชอบขี้หน้านายมาก ๆ เนี่ยนะ” เธอก้าวไปยืนตรงหน้าของเขาพร้อมกับเอามือจิ้มหน้าอก

“คอยดูเถอะ ฉันจะทำให้คุณพ่อไล่นายออกให้ได้”

“ครับ” คำตอบสั้น ๆ แต่ฟังดูคล้ายกับคำว่า ‘แล้วไง’ เหมือนไม่ได้ใส่ใจต่อคำขู่ ซ้ำดวงตาคู่คมของเขายังมองผ่านใบหน้าสวย ๆ ของเธอราวกับเป็นอากาศธาตุ ซึ่งไม่เคยมีใครกล้าทำแบบนี้กับเธอมาก่อน 

“ไม่เคยมีใครพูดกับฉันแล้วไม่มองหน้า” 

“ครับ” ดวงตาคู่คมตวัดมองกลับมาที่ดวงตาคู่หวาน ซึ่งฉายแววดื้อรั้นที่จ้องหน้าเขาอยู่

สองสายตาสบกันนิ่ง…

นิ่งจนมีอาเองรู้สึกอึดอัด…

หากไม่ใช่เพราะดวงตาคมสีวอลนัตของผู้ชายคนตรงหน้าที่รับกับใบหน้าหล่อเหลาและดูดีเอามาก ๆ เธอก็คงไม่รู้สึกอะไร แต่ดวงตาของเขามันมีพลังบางอย่างที่เธอเองก็บอกไม่ถูก และตอบไม่ได้ว่าคืออะไร

ใช่ที่ว่าเธอไม่ชอบขี้หน้าเขา 

ไม่ชอบนิสัยเขา

แต่ก็ยอมรับว่าเขาดันหล่อมาก

ที่สุด…มีอากลับเป็นฝ่ายหลบตาอีกฝ่ายก่อน ก่อนจะเชิดใบหน้าขึ้น

“งั้นนายเตรียมตัวรับกรรมให้ดีก็แล้วกัน!” 

ในเมื่อคุณพ่อไม่ไล่ออก ก็ได้ งั้นเธอก็จะทำให้เขาทนไม่ไหวและลาออกเอง แต่อย่างไรเธอจะเอาความหงุดหงิดโมโหทั้งหมดทั้งมวลที่เจอในวันนี้ไปลงที่เขาให้หมด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป