บทที่ 14 คุณหนูเอาแต่ใจ
เหมือนจะได้ผล เขาปรายตามองมือเรียวของเธอที่กำลังดึงมือกลับ พลางถอนหายใจเบา ๆ
“ครับ?” ในที่สุดเขาก็ยอมตอบเธอ
แต่กว่าจะตอบ...
“นายมาเป็นบอดี้การ์ดให้คุณพ่อได้ยังไงเหรอ?”
มีอาฉีกยิ้ม พลางเริ่มบทสนทนาด้วยน้ำเสียงใสซื่อ
แต่…
มันแฝงไปด้วยเจตนาบางอย่าง
ใช่ เธอกำลังพยายามหลอกถามเพื่อหาข้อมูลของเขา
ก็นะ…จะกำจัดเหยื่อเธอก็ต้องรู้จักเหยื่อสิ
รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ตำราสงครามว่าไว้
ว่าเข้านั่น…
แต่ก็ใช่แหละ เพราะเธอกำลังจะทำสงครามจิตวิทยากับเขาอยู่
“…มันเป็นงาน” เขาเอ่ยเสียงเรียบ
ก็รู้แล้วค่าว่ามันเป็นงาน! มีอาตอบในใจ พลางแอบกลอกตามองบนกับคำตอบ แต่เธอจำเป็นต้องฮึบเก็บอาการไว้ด้วยการเปลี่ยนสีหน้าเป็นรอยยิ้มแบบเดิม
“แล้วใครพานายเข้ามาทำงานนี้เหรอ?”
เงียบ…
เหมือนอีกฝ่ายจะรำคาญเธอนิด ๆ แต่มีอาไม่สนใจ เธอมองเขาตาแป๋ว รอคำตอบ
“…ดร.ทิว”
คำตอบที่แสนสั้นเหมือนเดิม!
“…อ๋อ คุณพ่อฉันเหรอ?” สรุปพ่อของเธอเป็นคนพามา มิน่าถึงได้ให้ท้ายนัก
“…”
รอบนี้เขาไม่ตอบ แต่นั่นก็นับเป็นคำตอบทางอ้อมแล้ว มีอาถอนหายใจอีกระลอก ก่อนจะเริ่มโจมตีด้วยการตั้งคำถามต่อ
“แล้วก่อนหน้านายเคยเป็นอะไรมาก่อน ทำไมถึงมาเป็นบอดี้การ์ดได้ล่ะ?”
“ทหาร”
หญิงสาวตาโตขึ้นมาทันที “จริงดิ? แบบนี้นายก็ต้องเคยผ่านภารกิจลับอะไรแบบนั้นมาด้วยใช่มั้ย?”
“…”
“โห...เท่กว่าที่คิดอีกนะเนี่ย” เธอพึมพำเบา ๆ
อิลเหลือบตามองเธออีกครั้งก่อนจะละสายตากลับไปยังถนน
“เออ แล้วนายมีไอจีมั้ย?”
“ไม่ครับ”
“หา? จริงดิ?” มีอาอ้าปากค้าง “ทุกวันนี้ใคร ๆ ก็ต้องมีไอจีแล้วปะ?”
“ผมไม่สนใจ”
มีอาเบ้ปาก “แล้วมีอะไรที่นายสนใจบ้างล่ะ”
“…”
ไม่มีคำตอบ
มีอาถอนหายใจแรง ๆ พลางเอนกายพิงเบาะ ก่อนจะมองออกไปยังท้องฟ้าด้านนอก พระอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้ามากขึ้นทุกที
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง เปิดแอปฯ ถ่ายรูป แล้วแอบหันเลนส์มาทางอิล เห็นอีกฝ่ายนิ่งไม่ตอบ มีอาแอบเบะปากใส่พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทำท่าจะถ่ายรูปเขา
“เดี๋ยวฉันจะแคปชันว่า ‘Mission complete! ทำให้บอดี้การ์ดหน้านิ่งพูดเกินห้าพยางค์สำเร็จ”
อิลปรายตามองเธอ ไม่ได้ตอบอะไรต่อ แค่ขับรถต่อไปเงียบ ๆ
ภาพหญิงสาวผมยาวสีน้ำตาลอ่อนเป็นลอนที่นั่งไขว่ห้างอยู่ข้าง ๆ กระโปรงนักศึกษาตัวสั้น ชุดนักศึกษาเข้ารูป แอกเซสซอรีทั้งตัวดูแพง แม้เธอจะค่อนข้างเอาแต่ใจ ขี้เหวี่ยง ขี้วีน และจู้จี้จุกจิกไปบ้าง
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า...
เธอเป็นคนที่สวยเอามาก ๆ
เธอไม่รู้ตัวเลยว่าระหว่างที่เธอพูดคุยกับเขา มือเรียวกำลังเลื่อนดูไอจีของตัวเองอย่างสนุกสนานเป็นระยะ ขณะนั้นเขาแอบมองพฤติกรรมของเธออยู่
ตลอดชีวิตการเป็นทหารหน่วยรบพิเศษ เขาผ่านภารกิจเสี่ยงตายและรับมือกับศัตรูที่เหี้ยมเกรียมมานักต่อนัก คิดว่าไม่มีอะไรยากเกินรับมืออีกแล้ว... แต่พอมาเจอคุณหนูจอมเอาแต่ใจคนนี้เข้าจริง ๆ เขากลับรู้สึกว่าการควบคุมสถานการณ์ตรงหน้ามันยากเย็นและชวนปวดหัวยิ่งกว่าการกู้ระเบิดเสียอีก
...
คฤหาสน์สุริยเดชากุล
เสียงรองเท้าส้นสูงของมีอา กระทบพื้นหินอ่อนดังสะท้อนเป็นจังหวะ บรรยากาศภายในคฤหาสน์ตระกูลสุริยเดชากุลยังคงเต็มไปด้วยความหรูหราและความเงียบงัน หญิงสาวเดินนำหน้าอิลผ่านห้องโถงใหญ่ที่ตกแต่งด้วยศิลปะโรมัน ตั้งแต่งานภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่ ไปจนถึงแจกันโบราณที่มีมูลค่ามหาศาล
ทว่าดวงตาคู่หวานของเธอยังคงเหลือบมองเขาเป็นระยะ ท่าทางสงบนิ่งและเย็นชาของเขายังคงเป็นสิ่งที่เธออยากเอาชนะเขาให้ได้
“เดี๋ยวนายเอาของพวกนี้ทั้งหมดไปเก็บที่ห้องฉันด้วยนะ”
ทันทีที่ได้รับคำสั่งจากหญิงสาว อิลถึงกับขมวดคิ้วเข้มเข้าหากัน เท่าที่รู้มา พื้นที่ส่วนตัวของคุณหนู จะมีเพียงแม่บ้านและบอดี้การ์ดผู้หญิงเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้
นี่เธอคิดจะทำอะไรกันแน่?
“แต่นายท่านสั่งไว้ว่า พื้นที่นั้นห้าม…”
“ฉันเป็นคนอนุญาตให้นายเอง แล้วคุณพ่อจะว่าอะไรได้ ในเมื่อนายรับหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดดูแลฉัน นายก็ต้องตามใจฉันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงสิ”
มีอาพูดขัดแบบหน้าตาย แต่ลึก ๆ ในใจยิ้มเจ้าเล่ห์ เพราะนี่ก็เป็นหนึ่งในแผนการ เธอรู้ดีว่าพ่อหวงเธอมาก ที่ผ่านมาไม่เคยอนุญาตให้ผู้ชายหรือบอดี้การ์ดคนไหนเข้าห้องนอนเธอมาก่อน
ดังนั้นต่อให้เขาเป็นคนโปรด แต่ก็มีสิทธิ์โดนลงโทษถ้าละเมิดกฎนั้น
“ได้ครับ” อิลถอนหายใจ ก่อนจะตอบกลับเสียงเรียบ เขาตั้งท่าจะเดินตามแผ่นหลังของหญิงสาวขึ้นไปที่ชั้นสองโซนห้องนอนของเธอ ทว่าลุงยุทธซึ่งเป็นบอดี้การ์ดคนเก่าแก่เดินเข้ามาทักท้วงพอดี
“เดี๋ยวก่อนครับคุณหนู ลุงคิดว่ามันจะไม่…”
“ไม่ยังไงคะ” มีอาชะงักหยุดเดิน ก่อนจะหันไปหาลุงยุทธด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“นี่ลุงคงไม่ให้มีอาถือของพวกนี้ขึ้นห้องเองทั้งหมดหรอกนะคะ” เธอเบนสายตามองถุงช็อปปิงหลายสิบใบที่อยู่ในมือของอิล แล้วดึงสายตากลับมาจ้องหน้าชายวัยกลางคนที่ทำสีหน้าลำบากใจอยู่ตรงหน้า
“แต่ลุงว่า คุณหนูให้แม่บ้านเอาขึ้นไป…”
“ไม่ค่ะ มีอาจะให้อิลเป็นคนถือเท่านั้น” หญิงสาวกอดอก สายตาดื้อรั้นเอาแต่ใจ บ่งบอกว่าเธอไม่มีวันเปลี่ยนความคิดนี้แน่ ๆ
ลุงยุทธลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะพยักหน้าอย่างจำยอม “ครับคุณหนู” แม้ว่าจะรู้สึกลำบากใจ แต่ก็เลือกที่จะปฏิบัติตามคำสั่ง เพียงเพราะไม่อยากมีปัญหาใด ๆ กับลูกสาวของเจ้านาย
