บทที่ 4 Bodyguard คนใหม่

  “แล้วเห็นว่านั่งอยู่กี่คน” เสียงหวานตอบห้วนไม่สบอารมณ์ที่โดนขัดจังหวะ ก่อนจะดึงสายตากลับ ก้มมองข้อความในไอจีต่ออย่างไม่ได้คิดจะใส่ใจ

 “ผมเห็นคนสวยนั่งเหงาอยู่คนเดียวครับ เลยอยากขออนุญาตมานั่งด้วย ได้ไหมครับ”

 “ไม่ได้ค่ะ ไม่ต้อนรับและไม่อนุญาต” รอบนี้เธอตอบสวนกลับโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นไปมองอีกฝ่าย ดวงตาคู่หวานยังคงจับจ้องและสนใจแต่ช่องแชตในไอจี ก่อนเรียวคิ้วสวยจะขมวดมุ่น เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายในไอจีดันตัดบทสนทนาเธอเอาดื้อ ๆ

 L < เอาไว้คุยกันใหม่นะครับ ผมขอตัวไปทำงานก่อน

ข้อความแชตจบลงกะทันหัน ส่งผลให้เจ้าของใบหน้าหวานหน้าง้ำไม่พอใจ คนกำลังอารมณ์ดี ๆ แต่กลับโดนเทแบบดื้อ ๆ 

ว่าแต่เกือบตีหนึ่ง แต่ผู้ชายคนนี้ยังทำงาน?

งานอะไร? 

ไม่ทันจะจมอยู่กับความคิด พลันเสียงจากชายที่ไม่ได้รับเชิญกลับดังรบกวนโสตประสาทเธอขึ้นมาอีก

“สวยแต่หยิ่งแบบนี้ ระวังคืนนี้จะไม่ได้กลับบ้านนะครับ”

หึ! 

นิ้วเรียวที่กำลังไถไอจีเล่นหยุดชะงัก กับประโยคไม่ถูกหูที่อีกฝ่ายพ่นออกมา เธอละมือจากสมาร์ตโฟน ก่อนที่จะตวัดดวงตากลมคู่สวยเงยหน้าขึ้นไปมองแขกที่เธอไม่ได้รับเชิญที่ยืนอยู่ตรงหน้า ด้วยสีหน้าที่ปราศจากรอยยิ้มไม่บ่งบอกความรู้สึกใด ๆ

“คุณ...อยากดื่มไวน์ด้วยกันเหรอคะ” 

“ครับอยากดื่ม…” 

ชายหนุ่มยกยิ้มพลางส่งนัยน์ตาหวานเชื่อมมาให้ 

“…โดยเฉพาะกับคุณ”

เธอยิ้มกลับ…แต่เป็นยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก ส่งผลให้อีกฝ่ายหัวใจเต้นโครมครามกับรอยยิ้มเล็ก ๆ หลงนึกว่าเธอยอมเล่นด้วย

“ต้องแบบนี้สิครับ ทำตัวน่ารักมาก สมกับหน้าตาสวย ๆ” 

“ขอบคุณสำหรับคำชมที่ว่าสวยนะคะ” 

มีอาไหวไหล่เบา ๆ ก่อนที่ริมฝีบางจะหยุดยิ้ม แล้วจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยสายตาราบเรียบ 

 “แต่ขอโทษทีฉันไม่ชอบดื่มกับคนสะเหล่อ ๆ แบบคุณ” ไม่ว่าเปล่า ร่างบางยังผุดลุกขึ้นพร้อมกับมือเรียวที่หยิบแก้วไวน์ขึ้นมาแล้วสาดใส่คนตรงหน้าเต็มแรง

“ทีหลังก็จำไว้ อย่ามาทำตัวสะเหล่อผิดคนอีก” 

ใบหน้าหวานเชิดขึ้น ปรายตามองคนตรงหน้าแล้วยิ้มเหยียด มองดูไวน์องุ่นสีแดงไหลหยดบนตัวของชายหนุ่ม ตั้งแต่ใบหน้าและค่อย ๆ ไหลเปรอะเปื้อนเต็มแผงอก เปียกปอนหมดสภาพไปทั้งตัว

ช่วยไม่ได้ 

อยากมาเล้าหลือเธอทำไม ที่ผ่านมาถ้าเธอไม่เอ่ยปากอนุญาตไม่เคยมีใครกล้าวุ่นวายกับเธอก่อน 

“อ้าวนังนี่ คุยดี ๆ ทำไมต้องสาดไวน์กันด้วยวะ” 

อีกฝ่ายจ้องมองมีอาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แต่เธอยังคงยืนมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเรียบนิ่งไม่สะทกสะท้าน

“วอนซะแล้ว!” ชายตรงหน้าขยับตัวพุ่งเข้าหา 

แต่มีอายังมองเฉย แถมเธอยังยักคิ้วยั่วกลับใส่เขาอีก 

เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่า…

อีกฝ่าย ไม่มีวันถึงตัวเธอแม้แต่ปลายเส้นผมแน่นอน

หมับ!

เพราะแค่เขาขยับ ข้อมือก็ถูกชายฉกรรจ์ในชุดดำที่ไม่รู้ว่าปรี่เข้ามาจากไหนจับมือเขาและล้อมไว้ทันที

“อะ โอ๊ย พะ พวกมึงเป็นใครวะ” 

น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตกใจโวยวายลั่น เพราะไม่เพียงแต่โดนชายกำยำรูปร่างสูงใหญ่กว่าจับข้อมือไปบิดไว้ที่ด้านหลัง ยังมีชายสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำเข้ามาประชิดตัวเขาอีกถึงห้าคน

“หุบปาก! ถ้าไม่อยากกลายเป็นศพ!” ไม่พูดเปล่า เสียงกริ๊กจากปลายอาวุธที่จ่อเข้าประชิดหลัง เป็นเหตุผลที่เจ้าตัวที่โวยวายเมื่อครู่หน้าซีดเผือด เริ่มรู้ตัวแล้วว่าไม่ควรแหกปากหรือต่อกรใด ๆ อีก

 “คุณหนูจะให้จัดการยังไงดีครับ” หนึ่งในบอดี้การ์ดเอ่ยถาม

 “อยากทำอะไรก็ทำ เอาแบบไม่ต้องให้พูดมากสร้างความรำคาญแบบนี้ได้อีกสัก 2-3 วัน” 

น้ำเสียงติดความรำคาญเอ่ย พลางปรายตามองอีกฝ่ายที่กำลังหลบสายตาของเธอด้วยสีหน้าหวาดหวั่น 

 “ไม่หล่อแล้วยังปากดีแบบคุณ ระวังจะไม่ได้กลับบ้านง่าย ๆ นะคะ” 

เธอใช้ประโยคเดียวกับที่เขาพูดใส่เธอเอ่ยออกมา พลางเบะปากใส่คนตรงหน้าอย่างรังเกียจ 

เตรียมรับชะตากรรมไปเถอะ 

คนอย่างหมอนี่ ถ้าไม่โดนบอดี้การ์ดของเธอซ้อมจนเดี้ยงแล้วโยนทิ้งข้างถนน ก็จบที่นอนคุก เพราะครอบครัวของเธอมีดีลลับกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ไม่เคยมีปัญหาสาวมาถึงเธอและครอบครัวให้หนักใจ

เจ็บแต่จบของจริง

หมายถึงอีกฝ่ายเจ็บนะ ชนิดที่ว่าเจ็บตัวแล้วจบไม่กล้ายุ่งกับเธออีก

 “ชิ น่าเบื่อที่สุด” 

"ฉันจะกลับละ เซ็ง หมดสนุกเพราะหมอนี่คนเดียว” เจ้าหล่อนบ่นอย่างอารมณ์เสีย พลางก้มลงหยิบกระเป๋าถือใบเล็กของตัวเองแล้วหันไปออกคำสั่ง

 “อ้อ ให้ใครสักคนมาขับรถให้ฉันด้วย เมาไม่ขับ”

 “ครับคุณหนู” หนึ่งในบอดี้การ์ดที่เป็นคนเก่าแก่ค้อมศีรษะรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปสั่งใครอีกคนที่อยู่ด้านหลัง

 “อิล นายรับหน้าที่ไปดูแลคุณหนูต่อ”

 “ครับ” เสียงทุ้มขานรับ ก่อนที่ร่างสูงของคนที่อยู่ด้านหลังจะก้าวออกมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ในขณะที่บอดี้การ์ดคนอื่นกำลังลากเจ้าตัวปัญหาที่ทำให้คุณหนูของเขาหงุดหงิดไปจัดการด้านหลัง

“เชิญครับคุณหนู” 

ชายใส่สูทสีดำร่างสูงหน้าตาคมเข้มทำท่าผายมือ แต่ทว่ามีอากลับยืนนิ่ง เรียวคิ้วสวยขมวดเข้าหากันเพราะรู้สึกไม่คุ้นคนตรงหน้า

“นายเป็นใคร? มาใหม่เหรอ? ทำไมฉันไม่เคยเห็นมาก่อน” 

มีอากอดอก ดวงตาคู่หวานไล่สายตามองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างพิจารณา

กรอบใบหน้าคมชัด คิ้วเข้มเรียงเป็นระเบียบ หน้าผากกว้างได้รูปดูรับกับดวงตาคมกริบ สันจมูกคมเด่น รวมทั้งปากหยักราวคันธนูนั่นอีก

หล่อ

บอกเลยว่าบอดี้การ์ดคนนี้หล่อจัด เครื่องหน้าเอย หุ่นเอย ความสูงเอย ไม่มีที่ติ แต่อีกฝ่ายกลับสบตาเธอแค่เสี้ยววิ แล้วทำท่าเมินผ่านใบหน้าเธอด้วยท่าทีเย็นชา 

 “ครับ” เสียงทุ้มตอบสั้น ก่อนจะผายมือให้เธอเดินออกจากจุดที่ยืนอยู่

 “เชิญคุณหนูครับ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป