บทที่ 6 ท้องฟ้าเดียวกัน

“อืม…” เสียงทุ้มต่ำครางฮัมในลำคอหลุดลอดออกมาแผ่วเบา ร่างสูงเกร็งสะโพกถอยหนีเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบที่เคยนิ่งสนิทไหววับด้วยประกายบางอย่าง แฝงแววเจ้าเล่ห์คล้ายเสือซ่อนเล็บที่ยอมให้เหยื่อตายใจ

“นั่นไม่ใช่กุญแจนะครับคุณหนู” เสียงทุ้มนุ่มติดเย็นชาเอ่ยบอก

มีอาช็อกชะงักนิ่ง แต่กลับไม่ยอมปล่อยมือออกจากบางสิ่ง แถมเธอยังเผลอขยำมันอย่างไม่เชื่อ ต่อเมื่อมั่นใจว่าสิ่งนั้นมันนุ่มหยุ่นก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นแข็งสู้มือในเสี้ยววินาทีต่อมา พลันใบหน้าหวานร้อนผะผ่าวขึ้นมาอีกระลอกไปจนถึงใบหู

เท่านั้นแหละ! เธอถึงยอมผละมือออกอย่างตกใจ

ร่างเล็กรีบหันหลังขวับ ปกปิดสีหน้าแดงก่ำที่ซ่อนเอาไว้แทบไม่อยู่

“ฉะ ฉัน จะไปนอน” 

เธอลนลานสะบัดหน้าหนี หันหลังขวับแล้วจ้ำอ้าววิ่งหนีเข้าตึกทันทีโดยไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมองหน้าเขาอีก ความฮึดฮัดเมื่อครู่นี้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี

ทั้งหงุดหงิด ทั้งอายจนอยากจะกรี๊ดดัง ๆ ไม่วายเบื้องหลังยังแว่วเสียงทุ้มตะโกนไล่หลังมาอย่างกวนประสาท

ทั้งหงุดหงิด ทั้งรู้สึกอาย ไม่วายยังได้ยินเสียงตะโกนดังตามหลัง

“คุณหนู ไม่เอากุญแจรถแล้วเหรอครับ”

“ไม่!” เธอตะโกนกลับอย่างหัวเสีย พร้อมกับหันไปแยกเขี้ยวใส่ 

หมอนี่กล้ามากที่กวนประสาทเธอ

คอยดูนะตอนเช้าเธอจะเอาเรื่องนี้ไปรายงานคุณพ่อแน่!

 ที่ห้องนอน 

 ร่างบางทิ้งตัวเองลงนั่งบนเตียงนอนอย่างหงุดหงิด ก่อนจะยกมือตัวเองขึ้นมามอง แล้วร้องยี้ออกมาอย่างรังเกียจ สัมผัสนิ่มหยุ่นยังติดมือ ไม่ต่างกับกลิ่นกายหอมอ่อน ๆ จากตัวบอดี้การ์ดหนุ่มยัง…ติดจมูก

บ้าจริง 

เขาตัวหอมมาก...

ผู้ชายตัวหอมแบบนี้เหมือนกันทุกคนไหมนะ

บ้า…อย่าโรคจิตแบบนี้สิยัยมีอา

ใบหน้าหวานรีบสะบัดพรืดไล่ความคิดฟุ้งซ่านของตัวเอง

เธอไม่เคยเข้าใกล้ผู้ชายขนาดนี้มาก่อน และนี่นับว่าเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ ที่ใกล้ชิดผู้ชายจนคล้ายกอดขนาดนั้น แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะเขากล้าดียังไงที่มาต่อปากต่อคำกับเธอ 

“อีตาบ้า! กล้าดียังไงมาลองดีกับฉัน 

นึกว่าเป็นพวงกุญแจตุ๊กตานิ่ม ๆ ขนปุกปุย แต่ดันเป็น…

“อี๋~” ขนลุกขนชัน 

ว่าแล้วก็ก้มมองมือตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะรีบลุกเดินตรงไปห้องน้ำล้างมือกลบเกลื่อนความเขินด้วยความหงุดหงิด

 …

หลังจากแช่น้ำอุ่นอาบน้ำเสร็จสรรพจนอารมณ์ทั้งหมดทั้งมวลดีขึ้น มีอาแต่งตัวด้วยชุดนอนไหมซาตินสีเงิน เดินกลับมาที่เตียงนอนและทิ้งตัวลงนั่ง พลางเอื้อมมือหยิบสมาร์ทโฟนที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงนอนขึ้นมาดู

เธอยังไม่ละความสนใจจากเจ้าของโพรไฟล์รูปท้องฟ้าแอคเคานต์ไอจีที่ชื่อ “L” 

ว่าแล้วมือเรียวก็กดเข้าไปไล่ย้อนดูรูปภาพของเขาที่ลงเอาไว้ตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน

เขามักจะลงภาพถ่ายท้องฟ้าเป็นส่วนใหญ่ ถัดไปมีภาพวิวและทิวทัศน์ที่สวยงามเกือบทั้งหมด บางภาพเห็นเป็นภาพถ่ายท้องฟ้าที่มีเกล็ดหิมะโปรยปราย บ้างก็เป็นภาพทะเลสาบและลำธารน้ำใสคล้ายกับอยู่เมืองนอก เว้นภาพใหม่ ๆ ล่าสุดไม่กี่ภาพที่เธอพอจะเดาได้ว่า เขาน่าจะถ่ายจากเมืองไทย โดยเฉพาะภาพที่เขาถ่ายท้องฟ้าบนท้องถนนเดียวกับเธอ

 แต่…ที่ไม่เห็นหลุดลอดออกมาเลย คือภาพตัวคนหรือเจ้าของภาพอยู่ในนั้น

ไม่สิมีอยู่ภาพหนึ่ง…ที่เขาอัปลงไอจีปีก่อน

ภาพผู้ชายร่างสูงสวมเสื้อโค้ตสีดำ ยืนหันหลังอยู่ท่ามกลางเนินเขาและท้องฟ้าโปร่ง

ขนาดเธอเห็นแต่ข้างหลัง…

แต่ยังคิดไปเองว่าหล่อ…

หล่อแหละ สูงยาวเข่าดี แถมโพรไฟล์อยู่เมืองนอก

ริมฝีปากอิ่มระบายยิ้ม …

รู้สึกชอบ ชอบทั้งที่ยังไม่รู้จักนี่แหละ อาจจะเพราะส่วนหนึ่งที่เขาดันชอบท้องฟ้าเหมือนกับเธอ 

แต่ละภาพไวป์ดี 

เทสต์ดี 

ถ้าเป็นเธออยู่ตรงนั้น เธอก็เลือกถ่ายภาพแบบเดียวกับที่เขาถ่าย…

ทว่าขณะที่ติดอยู่กับความสนใจ จังหวะนั้นกลับมีข้อความ DM จากไอจีเด้งขึ้นมาที่หน้าจอ

 L > ยังไม่นอนเหรอครับ เห็นออนอยู่

ดวงตาคู่หวานเบิกกว้าง เหมือนเขารู้ว่าเธอกำลังแอบส่องเขาอยู่ยังไงยังงั้น

ใจตรงกันเฉย

หล่อไม่หล่อไม่รู้ แต่เทสต์เดียวกัน มีความชอบเหมือนกัน ดังนั้นเธอเลยให้คะแนนเขาแบบเต็มสิบไปก่อน ถ้าไม่หล่อค่อยว่ากันหักคะแนนตามหลังยังไม่สาย

มีอายิ้มกว้าง มือเรียวเตรียมส่งข้อความพิมพ์กลับไป แต่เปลี่ยนใจชะงักคาเอาไว้ 

ขืนเธอพิมพ์ตอบเร็วเกินไป เดี๋ยวอีกฝ่ายจะรู้ว่าเธอกำลังคอยข้อความจากเขาอยู่ เล่นตัวก่อนสักสิบยี่สิบนาที แล้วค่อยพิมพ์กลับไปดีกว่า 

แต่ไม่เอาอะ มันนานเกินไป แค่สิบนาทีก็พอ

M > ยังไม่ง่วงค่ะ คุณล่ะ

L > กำลังจะนอนครับ

M > ว้า ว่าจะชวนคุยต่อ งั้นไม่กวนละ

L > จะคุยก็ได้ครับ ถ้าอยากคุย

M > ไม่ดีกว่าค่ะ ไม่อยากรบกวน เอาไว้ตอนเช้าฉันจะถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้นไปอวดนะคะ

ทั้งเล่นตัว ทั้งอยากอ่อย แต่ต้องรักษาเชิงหญิงเอาไว้คำนี้ไม่เกินจริง 

L > ครับ 

เขาตอบกลับ ดูเป็นคนพูดน้อย ตรงไทป์ที่เธอชอบเข้าไปอีก

M > งั้น ฝันดีนะคะ

L > ครับ

มีอาคว่ำปากเล็กน้อย ใช่ที่ว่าเธอชอบผู้ชายพูดน้อย แต่บางทีผู้ชายคนนี้ก็น้อยเกิ๊น~

นึกบ่นอยู่ในใจ ก่อนที่จะยิ้มกว้างในเสี้ยววินาทีต่อมา เมื่อเห็นข้อความพิมพ์ตอบกลับอีกประโยค

L > ฝันดีครับ

กรี๊ดดดด ชอบอะ…

บทก่อนหน้า
บทถัดไป