บทที่ 1 บทนำ
ตึก ตึก ตึก
เสียงวิ่งที่ดังอยู่เป็นระยะๆ บนพื้นกระเบื้องหินอ่อนสีเทา ทำให้ผู้คนละแวกนั้นหันมามองยังต้นเหตุของเสียงเป็นตาเดียว บ้างก็มองอย่างตกตะลึง บ้างก็มองอย่างตำหนิติเตียน กระทั่งเสียงของบางอย่างหล่นกระทบพื้นดังปึง เรียกร้องความสนใจให้คนตัวสูงสมาร์ตในชุดสูทเรียบหรู หันมามองยังด้านหลังของตัวเอง ใบหน้าคมคายส่ายเล็กน้อยอย่างไม่สบอารมณ์
เนื่องจากนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พบเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้ ทว่ามันนับครั้งไม่ถ้วนเลยเห็นจะได้ ต่อให้ปฏิเสธด้วยถ้อยคำวาจาที่หยาบคาย แต่กลายเป็นว่าอีกฝ่ายกลับหาได้สลดหรือหวาดกลัวไม่ ยังคงทำแบบเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมาจนน่ารำคาญ
“หยุดตามฉันซะ” พูดออกมาก่อนจะหันหน้ากลับไปตามเดิมแล้วออกเดินต่อ
ทว่ากลับไม่มีเสียงตอบรับที่เป็นคำพูด มีแต่เสียงฝีเท้าที่วิ่งตามมาติดๆ อย่างเช่นทุกครั้ง รองเท้าส้นสูงแบบส้นเข็มมันดังกระทบกับพื้นทำให้คนกำลังเดินหนีเสียประสาท อยากเหลือเกินที่จะยกฝ่ามือหนาทั้งสองข้างปิดบังรูหู เพื่อกั้นไม่ให้เสียงเหล่านั้นดังเข้ามาในโสตประสาท ทว่าด้วยภาพลักษณ์จึงทำสิ่งเหล่านั้นไม่ได้
เรียวขายาวภายในกางเกงสแล็กส์สีดำขึ้นเงาก้าวยาวๆ ไปตามทางเดินเพื่อตรงไปยังลานจอดรถที่มีคนเดินพลุกพล่านไปมาเพราะเป็นลานจอดรถของโรงแรมชื่อดัง
“ฉันบอกให้หยุดตามฉันสักที หูหนวกหรือยังไง” เมื่อเดินมาในจุดที่ลับตาคนแล้ว คนเดินหนีก็หันไปตวาดเสียงกร้าวต่อผู้เดินตามราวกับสุนัขตามเจ้าของด้วยความไม่พอใจ
ไร้เสียงตอบรับ ไร้คำพูดมีเพียงเสียงลมหายใจที่เหนื่อยหอบของคนที่หยุดเรียวขาของตัวเองแบบกะทันหัน ใบหน้าแดงก่ำเพราะความเหน็ดเหนื่อย เม็ดเหงื่อผุดขึ้นทั่วใบหน้าและลามเลียมาจนถึงลำคอระหง
“นอกจากหูหนวกแล้วยังเป็นใบ้ด้วยใช่ไหม หยุดตามฉัน ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน” สั่งการอีกครั้ง ก่อนจะสาวเท้าเดินตรงไปยังตำแหน่งรถยนต์ของตัวเอง
ทว่าเสียงวิ่งของอีกฝ่ายกลับทำให้คนตัวโตเริ่มหงุดหงิดอีกครั้งจนจะระงับอารมณ์ของตัวเองไม่อยู่ เห็นทีเขาจะสวมมาดเทพบุตรต่อไปไม่ไหวแล้วกระมัง
‘กันติชาถ้างานนี้หล่อนสัมภาษณ์ได้ ฉันจะให้ชื่อของหล่อนอยู่บนคอลัมน์ แต่ถ้าไม่ฉันจะไล่หล่อนออก’
เสียงคำสั่งของหัวหน้าดังก้องอยู่ในหูอยู่ตลอดเวลา น้ำตาก็เอ่อรออยู่ที่กระบอกตาชนิดแค่กะพริบก็จวนเจียนจะไหล
คนตัวโตที่พกพาความสูงกว่า 185 เซนติเมตรหยุดเดินเมื่อมาถึงยังรถสปอร์ตคันหรูสีดำราคาหลายสิบล้าน พลิกตัวหันมามองคนตัวเล็กที่กำลังวิ่งหน้าตั้งตรงมาทางเขาด้วยสายตาดุกร้าว นัยน์ตาสีอความารีนจ้องเขม็งไปยังผู้มาใหม่ตรงหน้าราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“ถ้าเธอยังตามฉันอีก ฉันจะถือว่าเธอให้ท่า แล้วจะหาว่าฉันไม่เตือนไม่ได้ ถ้าจะลากเธอขึ้นเตียง”
“ฉันไม่ได้ให้ท่าคุณนะคะ แต่ฉันต้องการอะไรคุณเองก็รู้”
น้ำเสียงตอบกลับเป็นไปด้วยความเหนื่อยหอบ นัยน์ตาสีนิลเบิกกว้างเพราะคำพูดของคนตรงหน้าที่ทำให้ตกใจ
“เธอนี่มันปลิงชัดๆ”
ต่อว่าด้วยน้ำเสียงดูถูก จับจ้องมองราวกับว่าคู่สนทนาเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่น่ารังเกียจ
“คุณเมตตาฉันเถอะนะคะ ได้โปรดให้สัมภาษณ์เสียที ไม่เช่นนั้นฉันอาจจะถูกไล่ออก” เมื่อจนปัญญาเลยจำต้องบอกอีกฝ่ายออกไปด้วยใบหน้านองชื้นเพราะหยาดน้ำตา ที่พยายามอดทนอดกลั้นมาตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่าน
“ได้ ฉันจะให้สัมภาษณ์ ถ้าเธอยอมนอนกับฉัน”
