บทที่ 3 พิษรักพญามาร EP2

            “กันย์จะทำความฝันของพี่แก้มให้สำเร็จให้ได้ แม้ว่ามันจะแลกด้วยบางสิ่งบางอย่างที่มีค่ากับกันย์มากที่สุดก็ตาม”

กันติชาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงค่อนข้างเศร้า ก่อนจะพาตัวเองลุกจากเตียง เพื่อเตรียมอาบน้ำอาบท่าและไปทำงานให้สำเร็จให้จงได้ เพราะถ้าเธอทำมันสำเร็จครบอย่างที่ตั้งใจ จากนั้นเธอถึงจะเลือกที่จะเดินตามความฝันของตัวเอง

ร่างเล็กบางด้วยความสูงเพียง 165 เซนติเมตรก้าวเท้าเดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้า แต่ไม่ลืมที่จะพับผ้าห่มให้เรียบร้อย และเดินไปเปิดผ้าม่านเพื่อให้แสงแดดยามเช้า ได้ส่องผ่านเพื่อเป็นการฆ่าเชื้อโรค ห้องทั้งห้องเต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ที่เป็นสีชมพู สีโปรดของพี่สาว กันติชาเลือกจะใช้ชีวิตหลังจากพี่สาวจากไป โดยการยึดความชอบของพี่สาวเป็นหลัก เธอมีความสุขกับการได้ทำแบบนั้น เพราะมันทำให้รู้สึกว่าเธอไม่ได้อยู่เพียงลำพัง

ประตูตู้เสื้อผ้าสีขาวสะอาดถูกเปิดออกโดยเจ้าของห้อง หยิบชุดทำงานที่รีดเอาไว้เรียบร้อยแล้วออกมาวางไว้บนเตียงนอนอย่างเตรียมพร้อม กระเป๋าทำงานซึ่งอยู่ในตู้ถัดไปถูกหยิบออกมาวางข้างๆ ตามด้วยรองเท้าที่เข้ากับชุด จากนั้นก็ยืนมองสำรวจความพร้อมสำหรับออกไปทำงานในเช้าวันนี้ เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามลำดับเรียบร้อย จึงได้คว้าเอาชุดคลุมอาบน้ำและผ้าขนหนูสีขาวผืนใหญ่ ตรงเข้าไปภายในห้องน้ำทันที

เสียงสายน้ำกระทบลงพื้นกระเบื้องดังอยู่ราวๆ สามสิบนาที ก่อนที่คนตัวเล็กจะเดินออกมาด้วยชุดคลุมอาบน้ำ ศีรษะเปียกชื้นเพราะเป็นวิสัยของกันติชา ที่ในทุกๆ เช้าหญิงสาวจะต้องอาบน้ำและสระผมอยู่สม่ำเสมอ

ภายในยี่สิบนาทีเห็นจะได้เจ้าของห้องก็อยู่ในชุดพร้อมทำงาน กางเกงยีนสีเข้มยาวกรอมเท้า เสื้อเชิ้ตสีชมพูอ่อนแขนยาวปลายเสื้อถูกยัดใส่ในกางเกง กระเป๋ายี่ห้อหรูได้ของขวัญมาจากบิดาและมารดาที่ตอนนี้อาศัยอยู่เมืองนอก รองเท้าส้นสูงยี่ห้อดังราคาหลักหมื่นถูกสวมใส่ทำให้ดูสูงสง่าราวกับเป็นคนละคน

นัยน์ตากลมโตจ้องมองตัวเองในกระจก เพื่อเช็กความเรียบร้อยของเครื่องแต่งกาย เมื่อสำรวจตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าหาจุดบกพร่องไม่ได้ มือเล็กก็คว้าแฟ้มเอกสารที่ถูกนำมาวางไว้บนเตียง สาวเท้าเดินออกจากห้องด้วยความมุ่งมั่น

“คุณพ่อขา คุณแม่ขา พี่แก้ม เอาใจช่วยกันย์ด้วยนะคะ ขอให้วันนี้กันย์สัมภาษณ์คุณโทมัสประสบความสำเร็จด้วยนะคะ”

กันติชาร้องบอกบิดามารดาและพี่สาวเพื่อให้เอาใจช่วยในงานครั้งนี้ แม้จะรู้ว่าต่อให้ร้องบอกอย่างไรอีกฝ่ายก็ไม่มีทางได้ยิน ในเมื่ออยู่ห่างกันเสียคนละซีกโลก แต่กระนั้นไม่ว่าหญิงสาวจะทำอะไร ก็จะระลึกถึงบิดามารดาและพี่สาวที่จากไปเสียทุกครั้ง

“คุณโทมัสคะ พอดีมีผู้จัดละครสนใจอยากให้คุณโทมัสไปเล่นละครให้ คุณจะสนใจหรือเปล่าคะ”

มารตีเอ่ยถามเจ้านายหนุ่มด้วยน้ำเสียงสุภาพ ยืนเว้นระยะห่างพอประมาณตามคำสั่งของผู้เป็นนายที่เคยกล่าวเอาไว้

“คุณมารตี คำถามนี้ถ้าผมจำไม่ผิด ผมได้ยินมันมาไม่ต่ำกว่าสิบรอบแล้วใช่ไหม” น้ำเสียงเข้มขึงขังเอ่ยถามลูกน้องสาวแสนสวยกลับไปด้วยใบหน้าเรียบเฉย

โทมัส บราวน์ นายแบบหนุ่มลูกครึ่งไทย-อังกฤษ วัยสามสิบสามปี เจ้าของธุรกิจโรงแรมและห้างสรรพสินค้าชื่อดังใจกลางกรุงเทพฯ มีงานอดิเรกคือการถ่ายแบบตามความชื่นชอบของมารดา แต่ทว่ากลับมีนิสัยค่อนข้างก้าวร้าวและไม่ให้เกียรติคน ต่อหน้าสื่อชายหนุ่มเป็นดั่งเทพบุตร ใจดียิ้มง่าย เบื้องหลังกลับดุร้ายราวกับซาตานมาจุติ น้อยคนนักนอกจากคนสนิทและในปกครองที่จะได้เห็น เพราะภาพที่ถูกสร้างมันติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด เพราะมารดาเป็นคนอ่อนโยนพูดจาสุภาพ ผิดกับบิดาที่โผงผางอดีตมาเฟียเก่า จึงทำให้โทมัสดูคล้ายกับเป็นคนสองบุคลิก

“ค่ะ” คำตอบรับไม่ค่อยจะเต็มเสียงนัก

“แล้วคำตอบในทุกๆ ครั้งเป็นอย่างไร หรือต้องให้ผมทบทวนความจำให้กับคุณอย่างนั้นหรือ” คนตัวสูงนั่งไขว่ห้างตอบที่โซฟาสีดำตัวใหญ่ ด้วยท่วงท่าสบายๆ แต่ทว่าอารมณ์กลับไม่ได้สบายเลยสักนิด นัยน์ตาจ้องมองอีกฝ่ายวาวโรจน์ราวกับว่าจะต้อนให้จนมุม

“ไม่ต้องค่ะ” ตอบกลับด้วยน้ำเสียงติดจะสั่น นัยน์ตากลมโตหลบวูบเพราะไม่อาจทนสู้สายตาของอีกฝ่ายที่มองมาได้

“ก็รู้นิ ว่าผมจะตอบอย่างไร ทีหลังก่อนจะถามอะไร หัดใช้สมองอันน้อยนิดของเธอเสียก่อน ถ้าแสดงความโง่ออกมาให้เห็น เพราะมันจะทำให้ฉันคิดว่าค่าจ้างที่จ่ายมันไม่คุ้ม” น้ำเสียงเย็นเยียบทำเอาคนที่ได้ยินหนาวจนจับขั้วหัวใจ น้อยคนนักจะได้เห็นโทมัสในมาดซาตานแบบนี้

“ขอโทษค่ะ”

มารตีลุแก่โทษของตัวเอง จึงได้นั่งสงบปากสงบคำ ไม่กล้าจะพูดอะไรอีกเลย ทั้งที่มีรายงานอีกสองฉบับต้องให้ผู้เป็นนายได้รับรู้

“งานของฉันมีแค่นั้นหรือไง” เมื่ออีกฝ่ายเอาแต่เงียบ แทนที่จะบอกตารางงานของเขาเสียให้หมดๆ ความอารมณ์ร้อนก็ทำให้ต้องโพล่งออกมาอีกครั้ง

“มะ...มีอีกสองงานค่ะ” กว่าจะหาเสียงตัวเองเจอ ก็ทำเอาอีกฝ่ายถึงกับสบถคำหยาบออกมาเป็นภาษาอังกฤษ

“เธอนี่มันยังไงนะ ต้องให้ฉันถามเสียหมดหรืออย่างไร พูดให้หมดทีเดียวมันจะตายไหม หรือกลัวว่าดอกพิกุลมันจะร่วง” ถ้าใครมาได้ยินโทมัสที่หน้าตาฝรั่งจ๋า แต่ภาษาและสำบัดสำนวนเชือดคอคงได้ตะลึงเป็นทิวแถวแน่ๆ

“ผมขอโทษที่มาช้าครับนาย”

เลียม เพอร์สัน เลขาฯ คนสนิทที่จะคอยช่วยเหลือเช็กตารางงานในส่วนของโรงแรม และห้างสรรพสินค้า เปิดประตูพรวดพราดเข้ามาด้วยความเร่งรีบ จนลืมไปว่าสิ่งที่กระทำเป็นเรื่องไม่สมควร

“ออกไป” คำสั่งง่ายๆ ทว่าเฉียบขาด ทำเอาคนเพิ่งจะก้าวขาเข้ามาได้แค่ข้างเดียว ถึงกับรีบเดินออกจากห้องทันที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป