บทที่ 6 พิษรักพญามาร EP5
“อ้าวกันย์ วันนี้เธอมาด้วยเหรอ” หนึ่งในนักข่าวสายบันเทิงที่เห็นหน้าค่าตากันอยู่บ่อยครั้งเอ่ยถามเมื่อเดินเข้ามาภายในห้องแถลงข่าวขนาดใหญ่ บริเวณชั้นสี่ของโรงแรม
“จ้ะ” ตอบกลับไปพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทวนคำถามที่เตรียมเอาไว้ไม่ให้ผิดพลาด
“เรานั่งด้วยคนนะ” ถือวิสาสะนั่งข้างๆ โดยไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาต
กันติชาอ้าปากค้างเพราะกำลังจะเอื้อนเอ่ยให้อีกฝ่ายนั่ง ทว่ากลับช้าไปเสียแล้ว เมื่อคนข้างๆ นั่งพร้อมกับชะโงกหน้ามามองยังกระดาษโน้ตของเธอ ที่เขียนคำถามเอาไว้เป็นข้อๆ
“กันย์เธอจะถามคำถามพวกนี้กับคุณโทมัสเหรอ”
พิมพ์ประภาเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ เนื่องจากเธอรู้มาว่านายแบบหนุ่มเจ้าของโรงแรมแห่งนี้ จะต้องสกรีนคำถามก่อนทุกครั้ง และไม่ยินยอมให้นักข่าวไม่ว่าจะสำนักไหนก็แล้วแต่ ถามนอกเหนือประเด็นโดยเด็ดขาด และเธอเองก็ไม่คิดจะเสี่ยงให้นายแบบหนุ่มเกลียดน้ำหน้าหรือคาดโทษเอาได้ เนื่องจากไม่เป็นผลดีทั้งตัวเธอและสำนักพิมพ์นัก
“ใช่จ้ะ”
ตอบกลับไปพร้อมกับเอาสมุดเล่มบางๆ หนึ่งเล่มขึ้นมาปิดบังเอาไว้ จะว่าเธอหวงคำถามก็ได้เธอไม่โกรธ เพราะคำถามเหล่านี้เธอคิดเอง และเชื่อว่าไม่เคยมีนักข่าวคนไหนกล้าที่จะถาม สำหรับกันติชาแล้วคำถามที่จะถาม จะต้องไม่เหมือนใครและยังไม่เคยมีใครได้หยิบยกขึ้นมา นั่นล่ะถึงจะเป็นนักข่าวที่ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ จะให้มานั่งเขียนชม ยกยอปอปั้นนักข่าวสาวทำไม่ได้ และไม่คิดที่จะทำ
“ถ้าอย่างนั้นโชคดีนะกันย์”
อวยพรให้อีกฝ่ายโชคดี แต่ไม่แม้จะบอกว่าไม่สมควรถามคำถามเหล่านั้นในวันนี้ นั่นเป็นเพราะพิมพ์ประภาต้องการจะแกล้งให้ได้อาย ใช่เธอเกลียดและไม่ชอบขี้หน้าคนข้างๆ เป็นอย่างมาก สาเหตุมาจากผู้ชายที่เธอหลงรักพยายามทอดสะพานอยู่บ่อยครั้ง ปฏิเสธเธอเพียงเพราะว่าหลงรักกันติชาอยู่ก่อนแล้ว ที่เธอมานั่งด้วยตีสนิทก็แค่สวมหน้ากากเข้าหาก็เท่านั้น
“จ้ะ” ยิ้มรับอีกครั้ง ก่อนจะหันไปทางประตูเมื่อมีเสียงฮือฮาดังขึ้น เพราะนายแบบหนุ่มพ่วงด้วยเจ้าของโรงแรมหรูกำลังสาวเท้าเดินเข้ามาภายในห้อง โดยมีผู้ติดตามชายหญิงเดินประกบอยู่ไม่ห่าง
ร่างสูงยอบตัวลงนั่งที่เก้าอี้ตัวใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ตรงกลางมีโต๊ะตัวยาวถูกปูด้วยผ้าสีขาวจับจีบอย่างสวยงามโดยรอบ และทันทีที่ชายหนุ่มนั่งลงเรียบร้อย เสียงชัตเตอร์และแสงแฟลชก็ประโคมไปที่กึ่งกลางของเวทีเป็นจุดเดียว ก่อนที่เลียมจะเดินไปที่โพเดียมบอกให้ทุกฝ่ายอยู่ในความสงบ เพราะยังไม่ถึงเวลาจะถ่ายรูปในตอนนี้
“ขอประทานโทษนะครับ ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่ทุกท่านจะถ่ายรูป รบกวนรักษากติกาและมารยาทด้วยครับ”
น้ำเสียงนิ่งๆ ทว่าวาจาเชือดคอ ทำเอาบรรดานักข่าวและช่างภาพต่างหยุดการกระทำของตัวเองทันที แม้ว่าจะรู้สึกรำคาญในความเรื่องมาก แต่ก็ยอมจะมาถ่ายภาพและสัมภาษณ์ เมื่อข่าวของนายแบบหนุ่มนั้นขายได้และดีมากเสียด้วย
“ก่อนอื่นต้องขอเรียนแจ้งทางนักข่าวทุกท่านนะครับ ว่าคำถามจะต้องเป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ จะไม่มีการสัมภาษณ์ในหัวข้อนอกเหนือจากที่เตรียมไว้เด็ดขาด หวังว่าทุกท่านจะปฏิบัติตามนี้นะครับ”
ไม่มีเสียงตอบรับจากบรรดานักข่าว บางคนกำลังตั้งท่าเตรียมถ่ายวิดีโอ บางคนก็กำลังกดอัดเครื่องบันทึกเสียง โดยมีหนึ่งคนในจำนวนนี้กำลังทั้งกดอัดภาพเคลื่อนไหว และเครื่องบันทึกเสียงอย่างมืออาชีพ เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ส่วนมือก็จับปากกาเตรียมพร้อมจดคำตอบใส่ในกระดาษตามวิสัยความเคยชิน
พิมพ์ประภาเห็นก็ยิ้มเยาะเล็กน้อย เมื่อตัวเองไม่จำเป็นต้องจดอะไร ในเมื่อสามารถขอเทปสัมภาษณ์จากนักข่าวรุ่นพี่อีกสำนักพิมพ์หนึ่งได้เป็นปกติอยู่แล้ว วันนี้ก็แค่มานั่งสวยๆ โปรยยิ้มให้นายแบบหนุ่มทีให้นักข่าวรุ่นพี่ที ตามจริตมารยาของตัวเอง
และด้วยความที่กันติชานั่งอยู่ด้านหน้าสุด จึงทำให้นายแบบหนุ่มมองเห็นและจำได้ทันที ว่าเป็นนักข่าวสาวตัวแสบ ที่ตามติดชนิดกัดไม่ปล่อยอยู่หลายครั้ง ก็ลอบมองอีกฝ่ายพร้อมทั้งอมยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เมื่อเขาจำได้เป็นอย่างดี ว่าคำพูดที่จะสลัดแม่นักข่าวตัวเล็กออกไปได้ คือคำถามว่าอย่างไร
‘เจอกันอีกแล้วสาวน้อย ถ้าอยากเป็นกวางมาให้เสือหนุ่มอย่างฉันเขมือบ พ่อก็ไม่ขัดศรัทธานะจ๊ะ’
