บทที่ 8 พิษรักพญามาร EP7
คำตอบของนายแบบหนุ่มเล่นเอาบรรดานักข่าวอึ้งเป็นทิวแถว เพราะไม่คาดคิดว่าจะได้รับคำตอบแบบนี้ บ้างคนกลัวโดนหางเลขรีบพากันก้มหน้าก้มตา เพราะถ้าถูกสั่งห้ามเข้ามาสัมภาษณ์ อาจจะถูกเล่นงานจากบรรณาธิการก็เป็นได้ แม้ว่าโทมัสจะเรื่องมากสัมภาษณ์เรื่องส่วนตัวหรือนอกเหนือจากที่ระบุยาก แต่ทว่าทุกข่าวที่โทมัสลง มักจะขายหมดอย่างรวดเร็วจนน่าแปลกใจ ก็ต้องยอมรับว่าชายหนุ่มเป็นที่ชื่นชอบในวงกว้าง
เนื่องจากภาพลักษณ์ที่ดูราวกับเทพบุตร ใจดีอบอุ่นอ่อนโยนยามส่งยิ้ม แต่ใครจะรู้เล่าว่าเบื้องหลังหน้ากากที่หล่อเหลานั้น มันจะคือซาตานดีๆ นี่เอง ถึงต่อให้มีภาพหลุดคลิปหลุดกิริยาแย่ๆ ออกไป ก็ไม่มีผลสำหรับนายแบบอย่างโทมัสเลยสักครั้ง กลับกลายเป็นว่าต่างชื่นชอบและให้สมญานามว่าเทพบุตรในคราบซาตาน
“พิมพ์ขอสัมภาษณ์พร้อมกับกันย์ได้ไหมคะ”
พิมพ์ประภายกมือขึ้นเอ่ยถามนายแบบหนุ่ม หมายว่าจะได้รับอนุญาตเหมือนอย่างเพื่อนนักข่าวคนข้างๆ บ้าง และค่อนข้างมั่นใจหลังจากคิดว่าฝ่ายชายนั้นยิ้มให้อย่างมีไมตรีก่อนหน้า
“ผมอนุญาตแค่คนเดียวเข้าใจตามนี้นะครับ ถ้าไม่มีคำถามอะไรแล้ว เชิญรับประทานอาหารว่างด้านนอกได้ครับ เชิญ”
โทมัสพูดผ่านไมโครโฟนตรงหน้า โดยไม่แม้แต่จะสบตาของผู้ถาม เพราะเขาไม่ได้นึกพิศวาสกับรอยยิ้มและท่าทางยั่วยวนนั้น อีกอย่างเขาไม่นิยมบริโภคนักข่าวสาวๆ แม้ว่าเนื้อจะหวานสักแค่ไหน เขาก็ไม่ต้องการ
แต่ทว่ากับนักข่าวคนนั้นเป็นแม่สาวน้อยจอมแสบ ที่ตามป่วนเขาไม่เลิก บางทีก็อาจจะเล่นด้วยสักครั้งสองครั้ง ครั้นจะให้จริงจังคงยาก เพราะถ้าคิดจะลงหลักปักฐานกับใครสักคน คงแต่งงานไปนานแล้ว ไม่อยู่เป็นชายโสดวัยสามสิบสามแบบนี้
“เธอมีอะไรดีนะกันย์ ทำไมคุณโทมัสถึงยอมให้เธอสัมภาษณ์”
พิมพ์ประภาหันมาแขวะใส่เพื่อนนักข่าวด้วยความไม่พอใจ เนื่องจากคำตอบของนายแบบหนุ่มทำให้เธอต้องเสียหน้า ทั้งที่พยายามทอดสะพานทางสายตาและรอยยิ้มขนาดนั้นยังไม่หลงกล คิดแล้วก็เจ็บใจถ้ารู้ว่ายกมือขอสัมภาษณ์แบบยัยกันย์แล้วจะได้ เธอคงทำไปนานแล้ว
“ฉันไม่ได้มีอะไรดีหรอก แต่เพราะฉันต้องการสัมภาษณ์คุณโทมัสให้ได้ เขาคงเบื่อและระอาที่ฉันตามติดเลยยอมให้สัมภาษณ์” ตอบกลับไปเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายเข้าใจอะไรผิดไปมากกว่านี้ แม้ในความเป็นจริงเธอจะรู้ว่านายแบบหนุ่มพ่วงท้ายนักธุรกิจไฟแรงนั้น ต้องการอะไรกับเธอกันแน่ ถึงได้ยอมให้เธอสัมภาษณ์ง่ายๆ
“ตกลงคุณจะสัมภาษณ์คุณโทมัสไหม” เลียมเอ่ยถามนักข่าวสาวที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่กับที่ โดยมีนักข่าวสาวช่างยั่วอีกคนประกบติดไม่ยอมเดินออกจากห้องตามคนอื่นๆ ไป
กันติชาเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็รีบเก็บข้าวของบนโต๊ะทันที พร้อมกับจ้องมองนายแบบหนุ่มที่ตอนนี้ลุกขึ้นยืนพร้อมกับเดินออกจากห้องแถลงข่าวไปแล้ว ไวเท่าความคิดคนตัวเล็กก็รีบสาวเท้าก้าวเดินตามไปโดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายออกคำสั่งอีกครั้ง
พิมพ์ประภาที่เห็นอย่างนั้นก็รีบลุกขึ้นสาวเท้าหมายจะเดินตามกันติชาไป แต่ทว่ากลับถูกเลียมขวางทางเอาไว้ไม่ให้ตามไปได้ง่ายๆ
“คุณควรจะตามนักข่าวคนอื่นๆ ไปหาอะไรทานนะครับ”
เลียมบอกนักข่าวสาวตรงหน้าด้วยน้ำเสียงและวาจาค่อนข้างสุภาพ จ้องมองใบหน้าสาวอย่างจริงจังบ่งบอกให้รู้ว่าการดื้อรั้นเป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกอีกเช่นกัน ที่พิมพ์ประภาทำท่าราวกับว่าจะอ่อยเหยื่อเจ้านายเสียทุกครั้งที่มาทำข่าว ผู้หญิงแบบนี้ในความคิดของเลียม เป็นสรรพสิ่งที่มีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์ ซึ่งควรหลีกและออกห่างให้ไกลที่สุด
“แต่ฉันก็ต้องการสัมภาษณ์คุณโทมัสเหมือนกันนะคะ คุณช่วยฉันได้ไหม”
พิมพ์ประภาพยายามใช้เสน่ห์ของตัวเองยั่วยวนอีกฝ่ายให้ช่วยเหลือในการสัมภาษณ์นายแบบหนุ่ม เธอจะต้องได้บทสัมภาษณ์ที่เจาะลึกและไม่มีนักข่าวคนไหนได้ไปเหมือนอย่างกันติชา คิดได้ดังนั้นก็เดินเข้าไปประชิดตัวเลขาฯ หนุ่มที่มีใบหน้าหล่อเหลาไม่ต่างจากเจ้านาย แต่ถ้าจะให้เธอเลือกทอดกายให้แล้วละก็จะต้องเป็นโทมัสเพียงคนเดียวเท่านั้นถึงจะเรียกว่าคุ้มและเป็นสิ่งที่เธอต้องการ
“คุณอย่าอ่อยผมเลย เพราะผมไม่พิศวาสนักข่าวแบบคุณหรอก”
เลียมพูดเสียงนิ่งทั้งยังแกะมือของหญิงสาวให้ออกจากลำคอของตัวเอง ขยับกายเดินถอยหลังเล็กน้อยเพื่อเว้นระยะ บอกให้อีกฝ่ายรู้ว่าไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะมาทำเช่นนี้กับเขา ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นๆ อาจจะสนองแต่สำหรับเขา ตอบเสียงดังว่าไม่มีทาง
“คุณอย่าเพิ่งตัดรอนฉันแบบนี้สิคะ” แม้จะรู้สึกเสียหน้ามากแต่จะไม่ยอมถอยเด็ดขาด ถ้าไม่ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ผู้ชายร้อยทั้งร้อยพอเจอผู้หญิงสวยๆ อ่อยเข้าหน่อย เป็นต้องใจอ่อนเสียทุกรายไป พิมพ์ประภาคิดอย่างมั่นใจ
“ถ้าคุณยังอยากทำงานในตำแหน่งนี้อยู่ กรุณาออกไปอยู่ในจุดที่ผมตระเตรียมให้ก่อนจะดีกว่า และอย่าหวังว่าการยั่วยวนของคุณจะทำให้ผมสนใจและอยากลากคุณขึ้นเตียง เพราะต่อให้คุณแก้ผ้าแล้วเต้นยั่วยวนผมตรงหน้า ผมยังไม่รู้สึกต้องการและอยากจะนอนกับคุณเสียด้วยซ้ำ แต่ผิดกับผู้หญิงคนนี้ ที่แม้หน้าตาจะไม่ได้สะสวยมากนัก หุ่นไม่ได้สะบึมเหมือนคุณ แต่รู้ไหมแค่ผมได้ยินเสียงได้เห็นหน้านิดหน่อย ผมก็แทบจะอดใจของตัวเองไว้ไม่ไหว” เลียมฉุดมารตีเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด ทั้งโน้มใบหน้าเข้าใกล้สูดดมกลิ่นกายที่หอมกรุ่นอย่างหลงใหล เขาตั้งใจแสดงความรู้สึกของตัวเองให้มารตีรับรู้ ว่าเขานั้นจริงใจมากแค่ไหน
