บทที่ 9 พิษรักพญามาร EP8

พิมพ์ประภาเมื่อเจออีกฝ่ายปฏิเสธอย่างไม่ไว้หน้า แถมยังดูถูกเธอราวกับว่าเป็นผู้หญิงที่ไร้ค่าไร้เสน่ห์ไม่สามารถทำให้อีกฝ่ายหลงใหลได้ ด้วยความโกรธและเสียหน้า นักข่าวสาวจึงรีบเดินออกจากห้องแถลงข่าวทันที

“ไอ้หน้าโง่ ฉันก็ไม่ได้พิศวาสแกเหมือนกันนั่นแหละ”

มารตีที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ในอ้อมกอดของเลียม ก็ทำเอาชายหนุ่มนึกขันในท่าทีของหญิงสาว แบบนี้สิถึงจะทำให้เขาคิดอยากจะหยุดหัวใจอยู่ที่ใครสักคน ใช่ เขาชอบและหลงรักมารตีตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า ผู้หญิงที่มีหลายอารมณ์ เดี๋ยวหัวเราะ เดี๋ยวร้องไห้ เดี๋ยวยิ้มยั่ว พอเขาเข้าหากลับแสดงท่าทางเขินอายราวกับเด็กน้อยเพิ่งมีความรัก แบบนี้สิที่ทำให้คนอย่างเลียมรู้สึกใจเต้นแรงจนยากจะควบคุม

แต่สำหรับสาวๆ สวยๆ หุ่นทรมานใจชาย ถามว่าเลียมชอบไหม คงปฏิเสธไม่ได้เพราะไม่มีผู้ชายคนไหนไม่ชอบ ทว่ามันก็เป็นเพียงแค่ทางผ่านชั่วครั้งคราวก็เท่านั้น ก็คงไม่ต่างจากเจ้านายที่เห็นผู้หญิงเป็นแค่เครื่องระบายความใคร่ ไม่ต้องการผูกมัดหรือสร้างพันธะให้วุ่นวาย ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะไม่สานสัมพันธ์แบบลึกซึ้งกับมารตี นั่นเป็นเพราะเขาไม่ได้ต้องการความสัมพันธ์แบบฉาบฉวย แต่อยากจะสร้างสัมพันธ์ที่ยั่งยืนและมั่นคงด้วยก็เท่านั้น

“เลียมปล่อยเมย์ก่อนนะคะ” มารตีขอร้องให้คนตัวโตปล่อยเธอ เนื่องจากตอนนี้หัวใจดวงน้อยมันเต้นรุนแรงจนแทบจะกระเด้งออกมาจากหน้าอกอยู่แล้ว

“ทำไมล่ะครับ หรือว่าเมย์รังเกียจผม” เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ริมฝีปากอิ่มแตะสัมผัสบริเวณใบหน้าของหญิงสาวจนอีกฝ่ายถึงกับเอียงใบหน้าหนี

“มะ...เมย์ไม่ได้รังเกียจ แต่ว่าสิ่งที่เลียมทำมันไม่สมควร เราควรที่จะไปดูแลคุณโทมัสนะคะ” ขืนตัวเองออกจากอ้อมกอด แต่ทว่าดูเหมือนคนฉวยโอกาสจะไม่ยอมปล่อยง่ายๆ

“ตอนนี้เราควรปล่อยคุณโทมัสไปก่อนครับเมย์ ขืนเราสองคนเข้าไปมีหวังได้ถูกไล่ออกแทบไม่ทันแน่ๆ” ตอบอีกฝ่ายกลับไปและยังไม่ยอมปล่อยให้คนตัวหอมหลุดจากอ้อมกอดของเขาง่ายๆ เป็นเรื่องง่ายเสียเมื่อไหร่ที่เขาจะได้ใกล้ชิดหญิงสาวแบบนี้

“ทำไมล่ะคะ เราควรจะอยู่เพราะว่าไม่รู้นักข่าวคนนั้นจะถามอะไรคุณโทมัสบ้าง” ยังอดห่วงไม่ได้ในเมื่อเธอมีตำแหน่งเป็นผู้จัดการส่วนตัว การสัมภาษณ์ของนักข่าวสาวใจเด็ดคนนั้น เธอก็ควรที่จะรู้ทุกอย่างว่าจะสัมภาษณ์อะไร

“เรื่องนี้ปล่อยให้คุณโทมัสจัดการเถอะครับเมย์”

จมูกโด่งเป็นสันเฉียดสัมผัสพวงแก้มอิ่มสีระเรื่ออย่างจงใจ จนสังเกตเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายขึ้นสีเสียจนลามเลียไปถึงใบหู ยิ่งเห็นเลียมก็ยิ่งอยากแกล้ง ยิ่งอยู่ใกล้กลิ่นกายเฉพาะตัวของหญิงสาว ยิ่งทำให้หัวใจหนุ่มเต้นระรัวราวกับกลอง แถมเจ้าคอมมานโดทำลายล้างยังรวดร้าวจนแทบจะระเบิด

“เลียมอย่าเอาเปรียบเมย์แบบนี้สิคะ” ตัดพ้อต่อว่าอีกฝ่ายที่เอาเปรียบเธอและไม่ยอมปล่อยให้เป็นอิสระเสียที

“ก็ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นเราไปรับรองบรรดานักข่าวกันก่อนแล้วค่อยแยกย้ายไปทำงานนะครับ”

มารตีเลือกที่จะไม่พูดแต่พยักหน้ารับคำของอีกฝ่ายแทน พร้อมกับพยายามขืนตัวอีกครั้ง แต่ทว่าครั้งนี้ชายหนุ่มยอมปล่อยแต่โดยดี ก่อนจะพากันออกไปรับรองบรรดาสื่อมวลชน ที่ตอนนี้กำลังรับประทานอาหารกันอย่างเพลิดเพลิน

บริเวณชั้นที่สี่สิบเก้าผู้เป็นเจ้าของกำลังเดินออกจากลิฟต์ โดยมีนักข่าวสาวคนสวยเดินตามมาติดๆ ด้วยท่าทางระมัดระวัง ทั้งยังใช้สายตากลมโตของตัวเองลอบมองไปทั่วบริเวณ กลับพบว่าทั้งชั้นไม่มีบรรดาลูกน้องหรือว่าพนักงานทั้งชายหญิงเลยแม้แต่คนเดียว

“คุณโทมัสคะ คุณจะพาฉันไปไหนเหรอคะ” เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่น นัยน์ตาหวั่นวิตกอย่างเห็นได้ชัด เมื่อรู้สึกได้ว่าบริเวณชั้นที่เธออยู่ในตอนนี้ มันเหมือนจะเป็นส่วนตัวแยกออกจากในส่วนของห้องอื่นๆ ของโรงแรม

คนถูกถามยิ้มร้ายออกมาเมื่อได้ยินคำพูดของแม่นักข่าวสาว แต่กระนั้นชายหนุ่มก็เลือกที่จะไม่ตอบ ในเมื่อมันยังไม่ถึงเวลา ทั้งยังก้าวขายาวๆ เพื่อตรงไปยังห้องนอนของเขา สงสัยการสัมภาษณ์เจาะลึกในครั้งนี้ อาจจะกินเวลานานจนบางทีคงต้องเลื่อนประชุมครั้งสำคัญเสียแล้วกระมัง นายแบบหนุ่มลอบคิดในใจด้วยแผนการมาดร้าย

“คุณโทมัส”

กันติชาตะคอกใส่เจ้าของชื่อด้วยความโกรธ เนื่องจากถามอีกฝ่ายกี่ครั้งก็นิ่งเงียบจนไม่รู้ว่าต้องการอะไรกันแน่ แล้วที่สำคัญคือพาเธอมายังชั้นที่ไร้ผู้คนแบบนี้ทำไม คิดแล้วคนตัวเล็กก็เริ่มหวาดกลัว ถ้าอีกฝ่ายคิดจะให้สัมภาษณ์จริงๆ ทำไมไม่ให้สัมภาษณ์ที่ห้องเดิม ในเมื่อสามารถไล่ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องได้ในฐานะเจ้าของ

“ถ้ายังเรียกผมด้วยน้ำเสียงแบบนั้น ผมจะสั่งให้ลูกน้องพาคุณออกไปจากโรงแรมของผมซะ แล้วอย่าหวังว่าจะได้บทสัมภาษณ์จากผมอีกเลย” ขู่เล็กๆ น้อยๆ โดยไม่หันไปมองอีกฝ่าย ยังคงก้าวเท้าเดินตรงไปยังห้องนอนที่อยู่ข้างหน้า อีกเพียงไม่กี่ก้าวก็จะถึงอย่างที่ต้องการแล้ว

เมื่อเจอคำขู่นี้เข้าไปมีหรือที่กันติชาจะกล้าเผยอปากพูดอะไรอีก ในเมื่อหญิงสาวรู้ดีว่ากว่าที่อีกฝ่ายจะยอมให้สัมภาษณ์นั้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด และเธอจะไม่ยอมเสียโอกาสนี้ไปเด็ดขาด อาชีพนี้เธอใฝ่ฝันมานานว่าจะได้ทำ และจะไม่ยอมเสียงานที่รักไปเด็ดขาด

คีย์การ์ดถูกเสียบเมื่อเจ้าของห้องมาถึงหน้าประตู ห้องถูกเปิดออกพร้อมกับไฟสว่างวาบไปทั่วทั้งห้อง เครื่องปรับอากาศที่ติดตัวอัตโนมัติเอาไว้กำลังเริ่มทำงาน มีไอเย็นอ่อนๆ พอให้สัมผัสผิวได้เล็กน้อย เจ้าของห้องก้าวเท้ายาวๆ ตรงไปยังบริเวณห้องนั่งเล่นที่ประกอบไปด้วยเครื่องอำนวยความสะดวกมากมายและทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นสีขาว เทา และดำ บ่งบอกบุคลิกผู้เป็นเจ้าของได้อย่างดี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป