บทที่ 6 EP.3

“นี่มึงตลกแดกเหรอ” ฉันแค่นหัวเราะ “ถ้ามึงไม่เมามึงคงไม่มาเอากูปะ สมองมีก็คิดดิ เรื่องของตัวมึงเองนะ กูกับมึงแม่งเกลียดขี้หน้ากันจะตายห่า”

“อย่าหนีความจริง” มันพูดว่างั้น

แต่ฉันอ่ะเหรอหนีความจริง เหอะ! จะบอกไรให้ เกินความจริงมันก็คือฉันแล้วโว้ย

“กูอยู่กับความจริงเสมอจ้ะ” ฉันสะบัดมือมันออก “ทำไม? จะมาทวงสิทธิ์ความเป็นผัวเหรอ ผัวกูมีเยอะคาดว่าจะต้องรอคิวนะอีสัส”

“เยอะไร แค่สี่ห้าคน รวมกูสักคนจะเป็นไรไป”

“ไม่รวมโว้ย! กูง่วง จะไปอาบน้ำบรรทม จบปะ” ฉันพยายามโบกมือลาเรื่องเวรๆ ทั้งหมดแล้วทำตัวให้เป็นปกติที่สุด อย่างเช่นค่อนแขวะมันเหมือนเดิมไรงี้ ถ้าแม่งไม่เหมือนเดิมนี่สิชิบหาย มันได้ล้อฉันยันลูกบวชแน่

“งั้นถ้ากูไปพูดว่าเป็นผัวมึงกับน้องๆ มึงได้ช้ะ” ฉันชะงัก “มึงทำตัวปกตินักนี่ แปลว่าพูดได้”

“อี...!”

“อ่ะๆ ไม่พูดคำหยาบคายดิคะเมียขา มึงเป็นเมียกูแล้วนะ” มันฉีกยิ้มเหมือนสนุกที่ได้แกล้งฉันสำเร็จ “จริงๆ กูอยากพูดให้แม่ติ๋มมึงรู้ด้วยซ้ำ แต่กูยังเมตตามึงอยู่”

“...”

“คืนนั้นของเราอย่าลืมนะอีเพท กูจะจำจนวันตาย”

“มึงจะให้กูทำไร” ฉันว่าที่มันมางี้มันต้องมีแผนแน่ มันต้องอยากแกล้งไรฉันแน่ ก็แม่งทำประจำอยู่ละนี่ “มึงจะได้ไม่ปากพล่อยไปบอกเรื่องที่เราพลาดได้กัน”

“ก็ถ้าไม่อยากให้คนอื่นรู้เรื่องที่มึงกับกูได้กัน”

“...”

“ก็มาเป็นเมียลับๆ กูสิ”

“เรื่องสิอีวิปริต!!” ฉันตั้งท่าจะฟาดปากมันสักทีแต่ไอ้คะนองยกโทรศัพท์ขึ้นมาก่อน

“ตบดิ”

“...”

“ตบเลย กูจะได้สายตรงหาแม่มึง”

ชะ เชี่ยแล้ว

โดนมันกุมความลับไว้นี่ไม่เป็นเรื่องดีแน่ กูต้องทำไรสักอย่าง

“ไม่เป็นเมียได้ปะ ไม่ถนัด” ฉันเทหน้าด้านๆ “ถ้าเป็นลูกน้องมึงอ่ะได้อยู่ กูยอมลดตัวลงมาเลยนะ”

“ลดตัว?” มันเลิกคิ้ว “หมายถึงที่ลดตัวลงมาเอากับกูด้วยปะ”

โอ้ย อย่าย้ำสิวะขอร้อง!!

“มึงจะให้กูเป็นเมียกูก็ลัลล๊ากับผู้ชายไม่ได้อ่ะดิ” ฉันอ้างไปว่างั้น แต่จริงๆ ก็คิดงั้นอยู่ ก็ถ้าเป็นเมียมันก็อดตกผู้ชายเหมือนเดิมถูกปะ สาวใจร่านอย่างฉันไม่ยอมแน่นอน

“ประเด็นอยู่ตรงนั้น?”

“เออสิ”

“อย่าแรดให้มาก” มันกัดฟันพูด ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นฉีกยิ้มหวาน “แต่กูใจดี กูบอกว่าเมียลับๆ ก็คือเมียลับๆ ไง พ้นจากกูไปคือมึงโสด จะแรดไหนก็เรื่องของมึง”

“...”

“แค่เวลากูเปลี่ยวมึงต้องมาหากู โทรสายตรงรับทันที”

“...”

“เค?”

“คือกูต้องมาเอากับมึงเวลามึงเปลี่ยวเหรอ”

“ใช่” เชี่ย อีนี่มันบ้าไปแล้ว แค่คิดก็ขนลุกไปทั่วทั้งแก้มตูด

“นี่สรุปมึงเห็นกูเป็นเหี้ยไรอ่ะ” ฉันถามไปตรงๆ เพราะที่มันพูดนี่แม่งไม่ต่างอะไรกับเพื่อนนอนเลยเอาตรงๆ “คือจะให้กูเป็นเมียทำไม ในเมื่อพ้นจากมึงไปคือกูโสด”

“ก็กูอยากได้มึงเฉยๆ ช่วงนี้แค่เหงา แล้วมึงก็ไม่ซิงแล้วด้วย” โอ้โห อีนี่ ปาก เสียชาติเกิดความเป็นลูกผู้ชายจริงๆ “กูเบื่อไปซื้อกินแล้ว ขอความปลอดภัยบ้างเหอะ”

“ละสรุปคือ?”

“เซ็กส์เฟรนด์” มันโพล่งคืนมา “แต่กูพอใจจะเรียกว่าเมียลับๆ”

“...”

“มึงไม่โอเคได้ กูก็แค่โทรบอกแม่ติ๋มเอง แม่มึงรู้คงไม่มีไรมาก แค่บ้านแตก”

“นี่มึงคันมากเหรอ?”

“มึงยอมกูเองนะ”

“เออ ได้!” ถ้าขู่มาขนาดนั้นกูก็ไม่มีทางเลือกแล้ว “แต่ข้อแม้คือก่อนได้กันมึงต้องมอมเหล้ากูก่อนกูจะได้จำไรไม่ได้”

“...”

“แล้วห้ามสดเด็ดขาด ยืดอกพกถุงเท่านั้น เข้าใจนะ”

“อาฮะ ไม่มีปัญหา” โอเคดีล “งั้นกูกลับล่ะ มีธุระกับมึงแค่นี้ มีคิวสักต่อ”

“ไปแล้วอย่ากลับมาอีกนะอีสัส”

“เออ ก่อนไป” มันหันหน้ากลับมาจากที่ตอนแรกจะเดินลงไปแล้ว ฉันงงว่ามันจะทำเหี้ยไร จนรู้ตอนที่ไอ้คะนองดึงฉันเข้ามาจูบแลกลิ้นอย่างร้อนแรง

มันเป็นไปตามสัญชาตญาณ ฉันจูบเก่งนะ ถึงจะเกลียดมันแต่แม่งไม่มีกลิ่นปาก ก็พอทำใจได้อยู่

“ไปนะ” มันทิ้งท้าย แล้วเดินลงไปข้างล่าง

ในขณะที่ฉันเองก็ไม่ใช่นางเอกละครที่มายืนจับปากตัวเองแล้วพึมพำอย่างคนไร้สติว่านั่นคือจูบใช่มั้ย ที่รู้คือจะขึ้นไปนอนโว้ย ง่วงชิบหาย

ถ้าแค่ได้กันแบบฉันเมาไม่รู้เรื่องก็ให้มันได้ๆ ไปเถอะ ขอแค่ไม่ไปบอกแม่ก็พอ

ไม่งั้นนะมึง

วันต่อมา

“ลูกน้องใหม่หล่อจังเลยค่ะอีหลาม” ฉันกรี๊ดกร๊าดกับน้องรักอย่างมีจริต

หลังจากที่กลับไปนอนฟื้นคืนสติข้ามวันข้ามคืนจนตอนนี้ตื่นเต็มตาไปคุมงานลูกน้อง แล้ววันนี้อีหลามมันหาเด็กใหม่เข้ามา คือมันบอกน้องมันอยากทำงานเลยดึงมาให้ ฉันไม่ได้สนใจหรอกจนได้มาเห็นหน้า

“มึงโคตรแรดเลยว่ะ” มันแขวะ

“นี่มึงคัดน้องมาจากไหน ข้าวสารเหรอ ลูกครึ่งเชียว” แต่ฉันไม่ได้สนใจ “กูไปจีบได้มั้ย ได้รึเปล่าอีสัส วันนี้กูแต่งตัวเรียบๆ ไปใช่มะ เดี๋ยวน้องไม่เร้าใจ”

“ถ้าหมายถึงเสื้อกล้ามกับกางเกงกีฬาติดตูดของมึง กูว่ามันแรดพอแล้วว่ะ”

อีเด็กเปรตนี่ พูดกับกูดีๆ สักวันจะตายเหรอ

“น้องขา” ฉันเดินไปหาเด็กใหม่ที่ยืนสับคันเร่งลองเครื่องอยู่ มันหันมามองฉัน ก่อนที่จะยกมือไหว้

“ดีครับเจ๊” หน้าตาดีมีมารยาท พี่ให้สามผ่านเลยอ่ะ

“ทำงานเหนื่อยเนอะ วันแรกก็งี้ล่ะ” ฉันตบไหล่มันเบาๆ เช็คความแน่น แล้วก็ต้องแทบหลุดกรี๊ดเมื่อสัมผัสได้ถึงกล้ามแน่นๆ แบบพอดีพองามของมัน “น้องมีแฟนยัง”

ฉันตีศอกไปตรงๆ

“ยังครับ” มันฉีกยิ้ม “เจ๊สนเหรอ”

“ก็ใช่” เป็นครั้งแรกที่มีเด็กเล่นด้วยว่ะ! ฉันปลื้มปริ่มมาก เด็กส่วนใหญ่ไม่ชอบคนแก่กว่าเกินสี่ปี ละฉันดันเกินกว่านั้น แต่น้องคนนี้ดูแล้วกรุบกริบ น่าจะห่างกันแค่สี่ปีพอดิบพอดี “อายุเท่าไหร่”

“สิบเก้าครับ”

ห้าปีอีสัสห้าปี! เด็กมาก แต่น้องเค้าเล่นกับกู

“พี่เต๊าะได้มะ สเปคพี่เลยแบบนี้” อีหลามหันมามองหน้าฉันแบบ นี่เวลาดูงานไม่ใช่เวลามาหาผัว ฉันก็เลยค้อนกลับไปประมาณว่าอย่าเสือก อู่กู กูใหญ่จบมะ

“ได้ครับพี่”

“...”

“ผมชอบคนแก่กว่า”

เชี่ย ยิ่งกว่าหวยหล่นใส่!

ฉันรู้มาว่าน้องมันชื่อน้องมาร์ค เรียนอยู่ที่เดียวกับอีหลาม วิทยาลัยเก่าที่ฉันเคยเรียน

สุดปะล่ะ ได้ของดีเลยกู

“รอบหน้าเอาเป็นว่าเราเจอกันที่บ้านน้องนะ” ฉันตกลงกับน้องตอนที่เราแลกไลน์กัน น้องมาร์คบอกอยู่คนเดียวเปลี่ยวหัวใจ ฉันเลยว่าจะไปทำให้หายเปลี่ยว

ไปนั่งเล่นนอนเล่นกันนิดๆ หน่อยๆ ไรงี้

“พี่จะมาหาผมจริงป่าว” มันถาม ท่าทางอ้อนๆ แบบเด็กๆ น่ารักสัสหมามาก

“จริงดิ จะโกหกไปเพื่ออะไร”

“ไม่แค่มาหาได้มั้ยอ่ะ” เพราะตอนนี้เราอยู่กันสองคนน้องมาร์คก็เลยอ่อยฉันได้สุดตีน เด็กมันอ่อยมันมีสกิลใสของมันที่ดาเมจเกินต้านทาน ฉันเลยชอบแดกเด็กเพราะงี้ เพราะเด็กมันขี้อ้อน

“อีหนู คิดว่าพี่จะแค่ไปหาเหรอ” ฉันกระตุกยิ้ม “โนๆ”

“...”

“พี่จะไปทำให้น้องเหนื่อยกว่าเดิม”

เป็นไงล่ะมึง กูบอกแล้วว่ารุกผู้ชายไม่เป็น

“มึงนี่เอาไม่เลือกจริงๆ ว่ะเจ๊ ไหนบอกได้กับเฮียคะนองแล้วนี่เหี้ยไร?”

“ถ้าหมายถึงน้องมาร์คก็กูจะจีบอ่ะ ทำไม”

ฉันพูดตอนที่หลังเลิกงานเราก็มานั่งแดกเหล้ากันต่อที่ห้องอีหลาม วันนี้มันยอมเพราะเมียนอนเร็ว ฉันกับมันนั่งเล่นไพ่กันเพราะรอลูกน้องซื้อเหล้ามาเพิ่มเพราะเหล้าห้องอีหลามมีขวดเดียวแถมเหลือแค่ครึ่งขวด แล้วมันก็พูดขึ้นมา

“มึงรู้ปะทำงี้เค้าเรียกไร” มันเลิกคิ้ว

“เรียกว่า?”

“คัน”

โอ้โหอีนี่ แต่ละคำที่พ่นออกมาเคยเกรงใจความเป็นรุ่นพี่ของกูบ้างมั้ย

“กูคันตรงไหน” ฉันเลิกคิ้วถามมันกลับ “ก็มึงบอกให้ใช้มันจนกว่าจะครอบโลกได้”

“อันนั้นกูประชด”

“แล้วใครจะไปนับว่าเป็นเมียอีเวรนั่นอ่ะ แค่พลาดได้กันไม่ใช่เจ้าของชีวิตกูซะหน่อยนี่หว่า” ฉันพูดแล้วทิ้งไพ่

“จ่ายมาห้าสิบ” มันพูดแล้วก็ทิ้งไพ่เหมือนกัน

“อีบ้า! แดกกูอีกแล้ว”

“ไม่แปลกใจทำไมถึงโดนรวบง่ายๆ ว่ะ” มันรวบเงินเข้ามา แล้วฉันก็ตีหน้าเซ็ง

“อีหลาม”

“อะไร”

“ทำไมผู้หญิงต้องเป็นฝ่ายผิดวะ ถ้าจะไปเต๊าะผู้ชายคนอื่นทั้งที่เพิ่งได้กับผู้ชายอีกคนนึงมา ละมันแค่พลาด” ฉันชี้หน้ามัน “กูว่ามึงจำกัดเพศไปมั้ย”

“กูแค่คิดว่าถ้าเป็นนิ้งแล้วทำงั้น กูไม่โอเค” มันพูดถึงเมียมัน

“อย่าเอาเมียมึงมาเปรียบเทียบกับกูได้มะ”

“แล้วมึงชอบไอ้มาร์คจริงเหรอวะ จะจีบอ่ะ” มันพ่นลมหายใจ “ไอ้มาร์คมันก็ใช่ย่อยนะเว้ย”

“นี่เป็นห่วงกูเหรอ” ฉันถามมันตรงๆ แล้วอีหลามก็ยกเหล้าขึ้นกระดกลงคอ

“เปล่า”

“...”

“กูแค่กลัวมึงจะเป็นเอดส์”

อื้อหือ อีเวรนี่

“พูดดีๆ กับกูสักวันมันจะตายเหรอ หรือจะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ?”

“พูดกับคนแบบมึงดีๆ แม่งไม่เข้าหัวหรอก”

“...”

“เพราะแม่งเข้าแต่...”

“อีหลาม!!”

ฉันรู้ว่ามันจะพูดอะไรก็เลยจะอุดปากมันด้วยส้นตีนซะหน่อย แต่เผอิญว่าพวกน้องๆ มันมาพอดี ฉันเลยได้แต่เข่นเขี้ยวมันในใจ

“ซื้อเหล้ามาแล้ว หงส์ทองของมึงอ่ะเจ๊ ชอบนักนี่” อีเดี่ยวมาแดกด้วยวันนี้ อีนี่อ่ะพูดเรื่องอีคะนองกับมันไม่ได้เลย แม่งปากสว่าง

“มึง! อีหลามแม่งด่ากู” ฉันเลยฟ้องน้องซะเลย เก่งปะล่ะ

แต่คิดว่าจะมีใครกล้ากับอีหลามมั้ย ก็ไม่ ขนาดอีเดี่ยวเพื่อนรักมันแท้ๆ มันยังไม่อยากยุ่งเลย

“มันก็ด่างี้ปกติ” อีหลามยกเหล้ากระดกลงคอตอนที่ไอ้เดี่ยวพูดแบบไม่ทุกข์ร้อน

“ไม่ปกติอีสัส มันด่ากูแรงมาก กูแทบร้องไห้”

“มึงอย่าเว่อร์ดิ๊” อีหลามหันมามองหน้าฉัน “เดี๋ยวกูแจกไพ่ต่อ”

“นี่ถ้าเมียมึงไม่นอนมึงคงไม่มาร่วมวงกับเพื่อนกับฝูงเลยสินะอีเด็กเปรต” ฉันค่อนแขวะตอนที่นั่งดูอีหลามสับไพ่ ส่วนอีเดี่ยวนั่งเล่นเกม น้องๆ คนอื่นๆ เอาลังเหล้ามาวางหลังห้อง

“กูก็ต้องเลือกเมียก่อน”

“เลือกกูบ้าง” ฉันยักไหล่ “เห็นมะ พี่ที่ดีขนาดนี้จะมีอีกมั้ย คิดดิคิด”

“เออ รู้แล้ว” มันส่งไพ่ให้ฉัน “ก็เป็นห่วงไงจบปะ ไอ้มาร์คมันเพิ่งสิบเก้า เด็กขนาดนั้นแม่งไม่ค่อยคิดเหี้ยไรได้หรอก”

“อุ้ย น่ารักจังเลยน้องกู” ฉันทิ้งไพ่ อีหลามถอนหายใจเซ็ง มันโดนฉันแดก “แต่กูจะเอาว่ะ ห้าสิบมา”

“เงินหรือไอ้มาร์ค?”

“ทั้งสองอย่าง” มันเลื่อนเงินส่งให้ แล้วฉันก็สับไพ่ต่อ “ก็ดีที่เตือนกู แต่ดูหน้าตาแล้วก็พอรู้นะอีสัส”

“เออ มันเก่งเรื่องฟันแล้วทิ้งไง กูเลยไม่อยากให้มึงไปยุ่ง”

“เด็กสมัยนี้ของมันแรงได้ใจจริงๆ”

“คนอย่างมึงมีไรแค่กับผัวไม่ใช่ไง? ส่วนเรื่องอื่นมันก็แค่พลาดเฉยๆ ไม่ต้องเก็บไปคิดหรอกว่ะ” อีหลามพูดไม่เจาะจงมากนักว่าเรื่องอื่นที่ว่ามันเรื่องไร

“กูรู้น่ะ”

“แล้วสรุปไง ก็ยังจะยุ่ง?”

“เออ” ฉันส่งไพ่ให้มัน “ก็อยากลอง”

“แล้วถ้ามันรู้มึงจะทำไง” อีหลามคงหมายถึงไอ้คะนอง ฉันไม่ได้บอกมันว่าเราตกลงกันแล้วว่าจะเป็นแค่เซ็กส์เฟรนด์ อีหลามก็ถามแค่นั้นล่ะ ถ้าฉันไม่บอกมันก็ไม่เซ้าซี้

“ก็ให้มันรู้ไปจ้า”

“มึงไม่แคร์เลยดิ”

“เออ”

“...”

“กูไม่แคร์เหี้ยไรอ่ะ ไม่มีใครเป็นเจ้าของกูได้”

วันต่อมา ฉันมาบ้านน้องมาร์ค

มันเป็นคอนโดว่ะไม่ใช่บ้านหรอก แต่ที่รู้ๆ คือตอนนี้ฉันโทรหาน้องมาร์คแล้วก็รู้ว่าน้องหยุดเรียน อยู่คนเดียวในห้อง งี้ก็งานง่ายดิ

ก็กะจะมางั้นแหละ ในหัวกูไม่ได้คิดอย่างอื่นเลย

นี่มันยุคไหนแล้ว หญิงไทยมันไม่ใสเหมือนเมื่อก่อนแล้วว่ะมึง

ฉันรอให้น้องมารับข้างล่างตึก แล้วก็เห็นว่าน้องมาร์คใส่เสื้อกล้ามกางเกงบ็อกเซอร์มารับ เห็นรอยสักชัดเลย

แซ่บมาก พี่ปลื้ม

“มาบ่ายเลยอ่ะ รอตั้งนาน” มาถึงก็อ้อนเลย แล้วพาเดินขึ้นไปบนห้อง ในขณะที่ฉันหันมายักไหล่กับกล้องในมโน

จ้ะ ได้แดกเด็กอีกแล้ว

มาถึงห้องก็รู้ว่าน้องมาร์คแม่งเก็บห้องรอกูมาเลยอ่ะ คือปกติกับผัวเก่าคนก่อนๆ นะไปห้องมันห้องเละตลอด แต่นี่คือเรียบร้อยมาก เหมือนเก็บเพื่อรอจะงาบกูโดยเฉพาะ

“ปล่อยให้รอนานต้องโดนลงโทษนะ” มันพูดกับฉัน

แหม พออยู่กันสองต่อสองนี่ร้ายกาจเลยนะอีสัส แต่ดี! กูชอบ

“ยังไงเหรอ พี่ใสๆ ไม่รู้เลย” ฉันกระพริบตาปริบๆ อย่างดัดจริต

น้องมาร์คหัวเราะ มันเดินมาใกล้ฉันแล้วก็เหมือนจะทาบความสูง น้องมาร์คเอามือมาจับมือฉันไว้ แล้วดึงให้เข้ามาใกล้

คือกูว่ากูสูงละนะ แต่อีเด็กนี่แม่งเปรตมากอ่ะ

“แบบนี้ไง”

พับผ่า! เด็กมันกรุบกริบงี้นี่เอง

[พาร์ท : เฮียคะนอง]

“เฮียมาอาบอบนวดบ่อยจนเบื่อแล้วใช่ปะ รอบนี้ชวนเลยไม่ไป”

“อืม” กูตอบน้อง ตอนนี้ลงคิวสักอยู่แล้วมันก็มาชวนไปลงรัชดา แต่กูแม่งเบื่อว่ะ ซื้อแดกบ่อยๆ มันเหมือนแม่งจะอิ่มตัว

“แล้วเวลาอยากไปลงไหน”

“ที่มึงก็ได้นะ” กูแหย่ไปนิดหน่อย

“เฮ้ย งั้นต้องรอซื้อน้ำยาหล่อลื่นก่อน”

“ล้อเล่น” กูพ่นลมหายใจ วันนี้เซ็งๆ เบื่อๆ ว่ะ วันๆ ทำแต่งานไม่มีห่าไรหรอก น้องกูที่มันเป็นช่างสักที่มาเยี่ยมแวะเวียนกันบ้างพอให้หายเซ็งขี้หน้าลูกค้า แต่หน้าไหนก็ชวนแต่ไปลงอ่าง

“ดูเซ็งๆ เนอะ” เปิ้ลเดินมากอดคอผม เป็นผู้หญิงที่สนิทด้วย มันสักเหมือนกัน เครือข่ายกูเยอะ วันก่อนก็ได้ข่าวจากรุ่นน้องว่าอีเพทมันทักบีทอคไป มันเลยส่งรูปกูไปว่ารู้จักกู

พูดถึงอีเพท

ก็ไม่ได้พิศวาสไร แค่อยากได้ ช่วงนี้มันเปลี่ยว

“เฮียจะลงกับเปิ้ล แต่เปิ้ลดันมีผัวแล้ว” กูตัดพ้อนาง “ไปเลิกกับผัวก่อนแล้วค่อยมาหาเฮียนะคะ”

“โห่เฮีย คนนี้รวยอ่ะ ไม่เอาหรอก”

“ถลุงเงินมันให้หมดแล้วค่อยมาหาเฮียก็ได้ค่ะ เฮียไม่รีบ” อย่างน้อยก็มีเซ็กด์เฟรนด์อยู่คนนึง จะหยำเปเมื่อไหร่ก็ได้ สังคมผมจริงๆ ผมก็ได้มาหมดแล้ว ผู้หญิงสักที่รู้จัก เพราะสนิทกันบางทีเมาเลยพลาดกันได้ เหมือนที่พลาดกับอีเพท

แต่กับคนอื่นกูไม่เอามาเลี้ยงหรอก มันมีผัวกันหมด ที่ได้เพราะผมหล่อ

ผมชอบผู้หญิงที่สัก มันจะเกิดอารมณ์ดี

แต่มีมันคนเดียวที่ไม่สักแล้วกูเอาตัวเข้าไปเกี่ยวด้วย

“ละงานช่วงนี้เป็นไง” เปิ้ลถามกูต่อ

“เรื่อยๆ”

“เดี๋ยวนี้งานสักเริ่มรุ่งเรือง ได้ข่าวว่างานบิ๊ก Tattoo มึงก็เป็นอาจารย์ไปสักโชว์ด้วยปะ” เพื่อนผมอีกคนนึงถามถึงเรื่องกองประกวดงานสัก

“อืม กูไม่ส่งประกวดแล้ว ขี้เกียจ” กูตอบตอนที่จุดบุหรี่ขึ้นสูบ

“ก็ดีเลย แนะนำน้องให้มา มันชอบงานมึง”

“ให้เปิ้ลเป็นนางแบบให้นะ” เปิ้ลพูดยิ้มๆ

“ได้ค่ะ”

“...”

“เดี๋ยวไว้คุยกัน วันนี้ปิดร้านบ่าย มีธุระ” กูอ้างเพราะขี้เกียจคุยต่อ กูโลกส่วนตัวสูงเลยค่อนข้างเว้นระยะห่างกับคนนิดนึง แล้ววันนี้แม่งก็เซ็งๆ ไม่อยากเสวนากับใคร

กูเดินดูดบุหรี่ออกมาข้างนอก แล้วก็นึกไรได้

เมื่อวันก่อนกูบอกอีเพทว่าเราจะเป็นเซ็กส์เฟรนด์กัน นั่นคือกูจะเรียกมันมาทำด้วยเมื่อไหร่ก็ได้

ก็ไม่ได้อยากทำขนาดนั้น แต่มันเซ็ง

เรียกมันมาดีกว่าว่ะ

กูกดโทรศัพท์หน้าจอแตกละเอียดโทรหามันทางไลน์เพราะขี้เกียจโทรเบอร์ เปลืองตังค์ ที่มันแตกเพราะวันก่อนปาทิ้งเพราะหงุดหงิดลูกค้า ปกติกูเป็นคนใจดีไม่มีพิษไม่มีภัยอะไรนะ แต่พอดีวันนั้นอารมณ์มันไม่ค่อยดีนิดนึง

ผมรอสายมันสักพัก ก่อนที่อีเพทจะรับ

[มีไรอีสัส กูกำลังอยู่กับเด็ก!] กูฉีกยิ้ม เวลาดีเลยนี่หว่า

“เลิกแรด แล้วมาหากูที่ห้อง”

[...]

“กูจับเวลานะ ก่อนจะสายตรงหาแม่มึงอ่ะ”

[จบพาร์ท : เฮียคะนอง]

บทก่อนหน้า
บทถัดไป