บทที่ 13 บทที่ 12 คนเมา

ณ คฤหาสน์ของจัสติน

ช่วงเย็นของวันต่อมา ปาร์ตี้ส่วนตัวถูกจัดภายในคฤหาสน์สุดหรูหราใหญ่โตใจกลางกรุงของจัสติน เพื่อนหนุ่มหน้าฝรั่งของมาร์วิน 

มาร์วินก้าวเดินเข้ามาภายในงานก็พบกับแขกเหรื่อทั้งดารานักแสดงชายหญิงมากมายมารวมตัวกันที่นี่ ปาร์ตี้ส่วนตัวถูกจัดขึ้นริมสระว่ายน้ำ ซึ่งทุกคนจะสวมใส่เป็นชุดว่ายน้ำหรือชุดสบายๆ เพื่อผ่อนคลายดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน สาวเสิร์ฟและเด็กเอ็นเตอร์เทนที่มาในงานทั้งหมดจะสวมใส่เป็นชุดว่ายน้ำทูพีชสีดำสุดเซ็กซี่ เพื่อสนองความพึงพอใจของเจ้าของคฤหาสน์ นั่นก็คือเพื่อนของเขานั่นเอง

ตอนเช้าของวันนี้เขาตื่นมาทานอาหารกับพ่อแม่และพราวมุกเหมือนดั่งเช่นทุกวัน พราวมุกก็ยังคงเธออยู่วันยังค่ำ เธอเอาแต่ก้มหน้าก้มตาตลอดเวลาในระหว่างที่กินข้าว จนกระทั่งกินเสร็จเธอก็ขออนุญาตพ่อกับแม่ไปธุระข้างนอกกับเพื่อนสาวทันที

มาร์วินสวมเสื้อเชิ้ตสีดำผ้าเบาสบายปลดกระดุมลงมาเผยให้เห็นหน้าอกแกร่งขาวผ่องร่ำไร ด้านล่างชายหนุ่มใส่กางเกงขายาวเนื้อดีสีดำสนิทเขากัน ร่างกำยำกำลังนั่งยกแก้วบรั่นดีกระดกดื่มอยู่ตรงเตียงริมสระว่ายน้ำ โดยมีจัสตินนอนเอนกายอยู่เตียงข้างกันและมีสาวสวยใส่ชุดบิกินี่นั่งคอยบริการอยู่ใกล้ๆ พวกเขาตลอดเวลา

บรรยากาศภายในงานดำเนินการไปอย่างสนุกสนาน เสียงเพลงแนวEDMเบสหนักๆ จากดีเจที่มีค่าตัวหลักล้านถูกเปิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทุกคนต่างพากันโยกย้ายไปตามจังหวะเสียงเพลง

 “ไอ้วิน เรื่องพื้นที่เปิดร้านเพชรกูให้เลขากูจัดเตรียมเอกสารส่งไปให้แล้วนะ” 

จัสตินพูดขึ้นมา ข้างๆ กายของเขามีสาวสวยหน้าอกอวบอิ่มคนหนึ่งกำลังนอนเอนกายเกยตัวของจัสตินเอาไว้

 “เออ มีอะไรมึงก็ให้เลขามึงติดต่อกับไอ้โจฮันได้เลย มันเป็นมือขวากู” 

มาร์วินยกแก้วเหล้ากระดกพรวดเดียวหมดแก้ว หญิงสาวที่ยืนคอยบริการพวกเขาอยู่ก็รีบเดินมาใกล้ๆ และหยิบแก้วไปรินเหล้าให้ชายหนุ่มต่อ

 “มึง..กูพูดตรงๆ เลยนะเพื่อน กูชอบน้องบุญธรรมมึงจริงๆ วะ กูขอเดินหน้าจีบเธอได้ไหมวะ” จัสตินเอ่ยทั้งๆ ที่ข้างกายยังคงมีสาวสวยนัวเนียกันอยู่ตลอดเวลา

 “เรื่องของมึงเลย ยัยนั่นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับกูเลย” 

ถึงมาร์วินจะตอบกลับเพื่อนไปเช่นนั้นแต่ภายในใจของเขากลับรู้สึกคุกรุ่นขึ้นมาเอาเสียดื้อๆ 

 “น้องบุญธรรมมึงแม่งโคตรน่ารักเลยจริงๆ กูต้องเดินหน้าทำคะแนนแล้วละ ทั้งเรียบร้อย น่ารัก อ่อนหวาน ถ้าได้มาเป็นแม่ของลูกก็คงดีวะ” 

 “เออ” 

สาวสวยหุ่นอวบอิ่มยื่นแก้วที่เติมเหล้าแล้วให้มาร์วิน ชายหนุ่มกระดกแก้วดื่มพรวดอีกครั้งและอีกครั้งตลอดทั้งงาน เขาไม่ได้รู้สึกสนุกเหมือนคนอื่นๆ ในปาร์ตี้เพราะมัวแต่นั่งจมอยู่กับความคิดของตัวเอง 

ด้านพราวมุก 

ร่างอรชรกำลังเดินเล่นอยู่ในสวนดอกไม้ของคฤหาสน์วอล์กเกอร์ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนกว่าแล้ว พราวมุกนอนไม่หลับจึงลงมาเดินเล่นเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ 

หลังจากที่หญิงสาวทานมื้อเช้ากับครอบครัวเสร็จ เธอก็รีบออกไปนั่งอ่านหนังสือที่หอสมุดสาธารณะกับนินิวทันที เพราะไม่อยากเจอหน้ามาร์วินสักเท่าไหร่ 

พราวมุกสวมชุดนอนแขนยาวขายาวผ้าซาตินสีขาวสะอาดตากำลังยืนรับลมหนาวอยู่ภายในสวนดอกไม้พลางครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ระหว่างเธอและมาร์วินไปต่างๆ นานา

ในระหว่างนั้นเอง รถยนต์คันหรูสีดำเงาก็ค่อยๆ ขับเคลื่อนเข้ามาจอดสนิทลงตรงลานจอดรถของคฤหาสน์ พราวมุกชะเง้อมองด้วยความสงสัย แต่ทว่าเขาก็พบกับร่างของผู้ชายที่เธอไม่อยากเจอมากที่สุดเปิดประตูลงจากรถมาด้วยท่าทางโอนเอนทรงตัวไม่ค่อยไหว โจฮันรีบลงมาช่วยประคองร่างของเจ้านายแต่ก็โดนมาร์วินสะบัดแขนออกเสียก่อน

พราวมุกตั้งท่าจะเดินกลับเข้าไปในคฤหาสน์และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่มาร์วินมองมาทางนี้ มาร์วินเห็นร่างเล็กกำลังจะหันหลังเดินหนีเข้าไปในบ้าน ชายหนุ่มจึงตะโกนเรียกหญิงสาวเสียงดัง

 “พราวมุก! มานี่!” 

ร่างอรชรสะดุ้งโหยงเมื่อเสียงทุ้มทรงพลังตะโกนเรียกชื่อของเธอ พราวมุกค่อยๆ หันกลับมามองชายหนุ่มแต่หญิงสาวยังคงยืนนิ่งไม่ยอมขยับตัวไปใกล้ๆ เขา

 “ฉันบอกให้มานี่ไม่ได้ยินหรือไง” 

มาร์วินเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวพร้อมกับก้าวยาวๆ ตรงมาหาเธออย่างรวดเร็ว

 “มะ..มีอะไรหรือเปล่าคะ มุกจะไปนอนแล้ว” 

ชายหนุ่มไม่รอช้า เขารีบคว้าข้อมือของเธอทันทีเมื่อเขาเดินมาถึงร่างของหญิงสาว โจฮันกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามเจ้านายมาติดๆ แต่เขาก็ทำได้แค่ยืนมองทั้งสองคนอยู่ห่างๆ บอดี้การ์ดที่ยืนอยู่ตามจุดต่างๆ ของคฤหาสน์ได้ยินเสียงและเห็นทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้นแต่พวกเขาก้ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น

 “ปล่อยมุกนะ! พี่มาร์วิน!” ร่างบางตะโกนใส่ชายหนุ่มเสียงดังลั่น

 “ร้องเข้าไป ร้องอีกสิ คนทั้งบ้านจะได้ตื่นแล้วแห่มาดูกันให้หมดเลย” 

มือหนาโอบเอวร่างบางดึงรั้งเข้ามาปะทะอกแกร่งทำให้พราวมุกได้กลิ่นเหล้าชัดเจน อกอวบอิ่มบดเบียดเสียดสีอยู่กับแผงอกแกร่งไปมา พราวมุกพยายามดันร่างกำยำออกแต่ก็ไม่สามารถสู้แรงคนเอาแต่ใจได้

 “พี่เมาเหรอคะ ปล่อยนะคะ จะมาจับมุกแบบนี้ทำไม” 

 “ฉันปล่อยเธอมานานมากเกินไปแล้วพราวมุก มานี่!” 

พูดจบชายหนุ่มก็ปล่อยมือออกจากเอวบางแล้วลากข้อมือเล็กของหญิงสาวให้เดินตามเข้ามาที่คฤหาสน์ส่วนตัว

 “ปล่อยนะพี่มาร์วิน พี่เมามากแล้วนะ” ร่างบางยังคงเสียงดังใส่มาร์วินอยู่ตลอดเวลา เธอกลัวชายหนุ่มตรงหน้าเหลือเกิน

 “ร้องให้ดังกว่านี้สิ เอาสิ!” 

มาร์วินท้าทายหญิงสาวด้วยแววตาแข็งกร้าว พราวมุกกลัวว่าจะมีคนมาเห็นสถานการณ์ของเธอกับเขาในตอนนี้แล้วจะเข้าใจผิด เธอจึงต้องลดเสียงของตัวเองลง

 “พี่จะทำอะไร” 

 “อย่าถามมาก มันน่ารำคาญ” 

ทั้งสองร่างยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่สักพัก จนสุดท้ายมาร์วินก็ลากพราวมุกเข้ามาในคฤหาสน์ส่วนตัวได้สำเร็จ

 “เรามาคุยกันดีๆ ก่อนได้ไหมคะ พี่เป็นอะไร โกรธอะไรมุกอีก” 

หญิงสาวปรับน้ำเสียงให้นุ่มนวลเอ่ยถามอย่างแผ่วเบา เพราะตอนนี้ถ้าหากเธอไปแรงใส่ชายหนุ่มอีกก็มีแต่บานปลายไปกันใหญ่

ร่างกำยำไม่ยอมตอบกลับอะไรหญิงสาว เขาเอาแต่ลากเธอเดินเข้ามาในคฤหาสน์เรื่อยๆ จนมาถึงบันไดขึ้นไปชั้นบนชั้นสอง พราวมุกชะงักเล็กน้อยก่อนจะพยายามดึงมือออกจากการเกาะกุมของมาร์วิน

หญิงสาวไม่ยอมก้าวขึ้นไปยังขั้นบันไดตามชายหนุ่ม มาร์วินจึงจับร่างเล็กพาดบ่าแล้วก้าวเดินขึ้นไปบนชั้นสองทันที มือหนาจับร่างเล็กเอาไว้เพียงมือเดียว ส่วนมืออีกข้างก็จับราวบันไดเดินขึ้นไปอย่างง่ายดาย

 “กรี๊ดดด พี่มาร์วิน! ปล่อยมุกนะ..มุกกลัวตก” 

เวลาผ่านไปไม่นาน มาร์วินก็พาหญิงสาวมาจนถึงห้องนอนสีดำเทาของเขา พราวมุกรู้สึกหน้ามืดเพราะว่าเลือดน่าจะไหลลงหัวมากเกินไป 

ตุบบ! 

ชายหนุ่มเหวี่ยงร่างเล็กลงบนเตียงนุ่มนิ่มอย่างแรง หญิงสาวหัวสั่นหัวคลอนมึนงงอยู่ชั่วครู่

"โอ๊ยย! เจ็บ!"

พราวมุกยันกายเตรียมจะลุกขึ้นแต่ยังไม่ทันจะได้ลุก ชายหนุ่มก็ทาบทับลงไปคร่อมร่างอวบอิ่มเอาไว้อย่างรวดเร็ว

 “พี่มาร์วินมีสติหน่อยสิคะ” มือบางปัดป่ายทุบตีอกแกร่งรัวๆ

 “หุบปาก! ฉันรู้ตัวดีว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป