บทที่ 12 จุดเปลี่ยน
ตอนที่12.จุดเปลี่ยน
โรงพยาบาล
กิตติพายายของมิลล์มาที่โรงพยาบาล โดยที่มิลล์บอกกับกิตติว่าให้มาที่โรงพยาบาลแห่งนี้ แต่ไม่ได้บอกเหตุผลว่าทำไมต้องเป็นที่นี่ ที่โรงพยาบาลของรัฐบาลนั่นเอง ทั้งที่ระดับลีวายส์แล้วไม่ว่าจะรักษาแพงแค่ไหนเขาก็จ่ายได้เสมอ
“ไม่เป็นไรนะครับคุณมิลล์ คุณยายต้องปลอดภัยอย่างแน่นอนครับ ” กิตติได้แต่ปลอบใจผู้หญิงตรงหน้าผู้ที่ซึ่งมีศักดิ์เป็นภรรยาของเจ้านายของเขานั่นเอง
“ฉันก็หวังว่ามันจะเป็นอย่างนั้นนะคะ” มิลล์นั่งจ้องมองแต่ห้องฉุกเฉินเท่านั้น กระทั่งหมอออกมาและแจ้งว่าคนไข้สมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างแรง ทำให้เลือดคั่งในสมองและต้องทำการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน
“ผะ ผ่า ผ่าตัดเหรอคะคุณหมอ ? ” มิลล์ถามด้วยความตกใจเป็นอย่างมากเพราะคุณยายไม่ได้ล้มหัวฟาดพื้นสักหน่อยทำไมต้องฝ่าตัด เพราะตอนที่เธอเห็นคุณยายแค่ล้มลงไปเท่านั้น
“แต่ว่ามันเกิดอะไรกันแน่คะ ฉันเห็นว่าคุณยายไม่ได้ล้มหัวกระแทกแต่อย่างใดนะคะ ใช่ไหมคุณกิตติคุณเห็นใช่ไหม”
“นั่นนะสิครับคุณหมอ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นล่ะครับ ผมเองก็ไม่เห็นว่าคุณยายจะล้มหรือศีรษะกระแทกพื้นเลยนะครับ”
“เช่นนั้นเชิญคุณทั้งสองไปที่ห้องหมอแปบนะครับ คือว่าหมอจะให้ดูผลการเอกซเรย์นะครับ ”
หมอสูงวัยบอกกับทั้งสองคนด้วยท่าทางที่เป็นกังวลเป็นอย่างมาก เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ลีวายส์มาพอดี กิตติรีบรางงานเจ้านายของเขา
“ขอบใจมากเดี๋ยวฉันจัดการเอง”
“ครับนาย” กิตติตอบรับ รวมไปถึงลีวายส์ที่เดินไปหามิลล์
“ไปพบหมอกันเถอะจะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เดี๋ยวพี่จะเข้าไปเป็นเพื่อนเธอเอง”
ไม่ต้องรอคำตอบว่ามิลล์จะตอบว่ายังไง เพราะว่าลีวายส์ก็จูงมือเธอเข้าไปด้านในห้องของหมอแล้วนั่นเอง
“เชิญนั่งก่อนครับทั้งสองคน”
คุณหมอบอกพร้อมกับเปิดภาพผลการเอ็กซเรย์ให้กับทั้งสองได้ดู แต่ทว่าทั้งสองก็ไม่เข้าใจอยู่ดี จนกระทั่งคุณหมอได้อธิบายให้ทั้งสองคนได้ฟังอย่างละเอียดนั่นเอง
“เห็นภาพไหมครับสมองคนไข้มีรอยร้าว และจุดดำ ๆ นั่นก็คือรอยเลือดที่คลั่งในสมอง และเกาะกลุ่มเป็นก้อนทำให้เป็นลิ่มเลือด ถือว่าอาการค่อนข้างหนักและเป็นอันตรายได้นะครับ” หมอบอกกับสองคนท่าทางหนักใจเป็นอย่างมากเพราะคนป่วยอายุมากแล้ว
“แต่ผมก็ยังงงอยู่ดีว่ามันเกิดจากสาเหตุอะไร” ลีวายส์ถามด้วยความสงสัยเป็นอย่างมาก ก่อนจะหันหน้ามามองหน้ามิลล์เหมือนกับคุณหมอ
“หมอต้องถามแบบนี้ครับว่าคนไข้ตอนที่อยู่ที่บ้าน เคยเกิดอุบัติเหตุล้ม หรือว่าเป็นลมหัวกระแทกพื้น หรืออะไรหล่นใส่หัวอันนี้ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้”
“ไม่นะคะ คุณยายก็อยู่บ้านเป็นปกติดี ไม่ได้เป็นอะไรอย่างนั้นเลยนะคะ เพราะถ้าเป็นอะไรคุณยายก็ต้องบอกฉันสิคะจริงไหม” มิลล์ถามทั้งหมอและลีวายส์
“อันนั้นมันก็จริงนะ แต่ว่า...” ลีวายส์พูดแค่นั้นก็หยุดไปทำเอามิลล์หันมามองด้วยความสงสัย
“แต่ว่าอะไรคะ ? ”
“แต่ว่าถ้าเกิดยายเธอไม่ได้บอกล่ะ เป็นไปได้ไหม”
“มะ ไม่จริงจะเป็นไปได้ยังไง” มิลล์ถึงกับตกใจเป็นอย่างมากที่ได้ยินแบบนั้น
“มันเป็นไปได้ทุกอย่าง ดูอย่างเหตุการณ์วันนี้ทำไมสองแม่ลูกนั่นตอนที่ผลักยายของเธอ พ่อเธอถึงดูไม่ตกใจ และไม่พูดอะไรเลยสักอย่าง อาจจะเป็นเพราะความเคยชิน หรือเห็นจนชินแล้วหรือเปล่าถึงไม่พูดอะไรออกมาสักคำ” ลีวายส์เสนอความคิดเห็นตามที่เขาวิเคราะห์ดู
“หมอว่าเรื่องนั้นค่อยไปหาคำตอบ แต่ตอนนี้ต้องทำการผ่าตัดคนไข้ให้เร็วที่สุดนะครับ”
“ค่าใช้จ่ายล่ะคะคุณหมอ ? ”
“ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ก็ผ่าเลยครับ เอ หรือว่าผมควรย้ายคนไข้ไปที่โรงพยาบาลเอกชนดีครับ”
“คุณพูดเหมือนหมอที่นี่ไม่เก่ง งั้นก็เชิญครับ”
“ไม่ใช่ ๆ อย่างนั้นครับ ต้องขอโทษด้วยนะครับที่พูดอะไรออกไปโดยไม่คิด” ลีวายส์ก้มหัวให้กับคุณหมอเพื่อเป็นการขอโทษในสิ่งที่เขาพูดออกไป
“ครับงั้นหมอจะดูคิวผ่าที่เร็วที่สุดเลยนะครับ”
“ขอบคุณครับ” ลีวายส์บอกกับหมอและพยุงมิลล์ให้ออกมาจากห้องของหมอในทันที
“ทำใจดี ๆ ถึงมือหมอแล้วไม่น่ามีอะไรให้เป็นห่วงหรอก แล้วจะทำยังไงต่อจากนี้” ลีวายส์ถามหญิงสาวที่นั่งคิดไม่ตกอยู่หน้าห้องพักของยายตัวเอง
“ไม่รู้สิ ไม่รู้ว่าจะกลับไปที่นั่นได้ไหม ไปแล้วจะอดใจไม่ไหวก่อเรื่องหรือทะเลาะตบตี หรืออาจจะเป็นตัวเองที่โดนตบตีหรือเปล่าก็ไม่รู้ ”
“ถ้าไม่มีที่ไปก็ไปพักที่คอนโดพี่ก่อนก็ได้ไม่เป็นไร”
“แต่ว่า..”
“ทำไมเราเป็นผัวเมียกันไม่ใช่เหรอ หรือกลัวอะไร”
“ก็ได้ถ้าเป็นผัวเมียกัน พี่ต้องจ่ายค่ารักษาตามที่บอกหมอเมื่อกี้นะคะ เพราะตามสัญญาบอกว่าถ้าหนูต้องการอะไรให้บอก นี่แหละคือความต้องการของหนู”
“อืม ก็ได้ตามนั้นแต่ถึงเวลาทำหน้าที่เมีย อย่าร้องขอชีวิตก็แล้วกันพี่จะจัดให้หนัก เอาให้ลงเตียงไม่ได้เลย”
“ค่ะ ๆ ได้เลยเอาที่สบายใจเลยค่ะ จะซักเท่าไหร่เชียววันก่อนหนูยังเป็นปกติดีทุกอย่าง ไหนใครบอกว่าครั้งแรกมันไม่ง่ายไง ที่ไหนได้มันชิวมากต่างหาก ไม่นานด้วย”
“อืมจ้า แม่คนเก่งตามนั้นแล้วพี่จะคอยดู”
