บทที่ 2 รอ

ตอนที่2. รอ

ประตูถูกเปิดออกมาอย่างรวดเร็วเพราะลีวายส์คิดว่าเป็นเด็กที่กิตติส่งมานั่นเอง แต่ทว่ามันไม่ใช่เมื่อบอดีการ์ดที่อยู่หน้าห้องรายงาน

“นายครับมีคนมาขอพบครับ บอกว่ามาจากพัฒนพานิชสกุล ครับนาย”  บอดีการ์ดรีบบอกทันทีเพราะเกรงว่าหากชักช้าไปกว่านี้จะโดนตำหนิได้

“บอกให้นั่งรอที่ล็อบบี้ก่อนเสร็จธุระแล้วจะเรียก” พูดจบก็ปิดประตูไปในทันที ทำเอาคนที่ยืนอยู่ด้านหลังบอดีการ์ดหนุ่มถึงกับตกใจเป็นอย่างมาก ขนาดไม่ได้เห็นหน้า ได้ยินแค่เสียงยังขนาดนี้ ไม่รู้ว่าตัวจริงจะดุไหมนะ บอดีการ์ดหันมาบอกกับมิลล์หญิงสาวที่มาขอพบเจ้านายของเขา

“ได้ยินแล้วใช่ไหมครับ เชิญครับ” พูดจบบอดีการ์ดก็ผายมือและนำหน้ามิลล์ให้ไปยังล็อบบี้ของคอนโด

“ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ”

ภายในห้องสุดหรูของคอนโดนั้น ลีวายส์จัดการกับตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าเพียงเพราะว่ายังไม่มีเด็กมาสักที ก็จะให้มีได้อย่างไรในเมื่อกิตติคิดว่าหลังจากส่งซาร่ากลับมาก่อนค่อยโทรตามเด็ก เพราะก่อนที่เด็กจะไปหาเจ้านายเขาได้นั้น ต้องผ่านการตรวจจากกิตติเสียก่อนว่าพกอาวุธหรือมีอะไรผิดปกติไหมนั่นเอง

ทางด้านกิตติที่อยู่ในรถ 

“กิตติถ้านายกลับไปที่คอนโดของคุณลีวายส์ล่ะก็ช่วยเอาไวน์ที่อยู่ในแก้วทั้งสองใบไปเททิ้งให้ด้วยนะ”  ซาร่าที่นั่งอยู่ด้านหลังรถรีบบอกกับกิตติ แต่นั่นก็ทำให้กิตติสงสัยได้ไม่ต่างกัน

“ทำไม่เหรอ มีอะไรหรือเปล่า ? ”

“ไม่มีหรอก ฉันบอกให้เอาทิ้งก็ทิ้งสิเปิดไว้นานรสชาติมันคงไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่”

“ครับ ๆ จะทำตามที่บอกครับ” กิตติตอบออกมาแต่ก็ไม่ได้บอกกับซาร่าว่านายให้เขาหาเด็กให้

เวลาผ่านมานานกว่า 2 ชั่วโมง มิลล์สาวสวยที่มาจากตระกูลผู้ดีเก่าอย่างตระกูล พัฒนพานิช หญิงสาวที่เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่างดีกรีถึงนักเรียนนอก ถ้าพูดถึงเรื่องผิวพรรณหน้าตาล่ะก็ บอกได้เลยว่าแม้แต่ดาราบางคนยังสวยไม่เทียบเท่ากับเธอเลยสักนิด แต่ทว่าใบหน้าสวยหวานในตอนนี้กลับมีอารมณ์ที่บึ้งตึงเป็นอย่างมากเพราะว่าเธอรอมานานถึง 2 ชั่วโมงแล้วตอนนี้

“ไม่ไหวแล้วนะ จะให้รออีกนานแค่ไหนเนี่ย”

มิลล์ถึงกับเริ่มโมโหเป็นอย่างมากเมื่อเห็นว่ามันนานเกินไป ครั้นพอเธอเหลือบไปเห็นว่าบอดีการ์ดคนนั้นเผลอและหันหน้าไปทางอื่น ไม่รอช้ามิลล์รีบเดินกึ่งวิ่งไปที่ลิฟต์ในทันที ก่อนที่เธอจะกดตัวเลขไปยังชั้น 69 ตามที่บอดีการ์ดคนนั้นพาไปในทันที  และเมื่อมาถึงหน้าห้องแล้วนั้นหญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ จนเต็มปอดก่อนจะค่อยๆ ผ่อนคลายมันออกมาในที่สุด

“เอาสิเป็นไงเป็นกัน เพื่อยาย !! ” มือเล็กค่อย ๆ เลื่อนมือมา กดกริ่งหน้าห้อง แต่ก็เงียบไม่มีเสียงตอบรับ กระทั่งตัดสินใจค่อยๆบิดประตู และทำเอาเธอดีใจเป็นอย่างมากเพราะว่ามันดันเปิดได้

“มีใครอยู่ไหมคะ ? ” มิลล์ค่อยๆ ชะโงกหน้าเข้าไปดูแต่ก็ยังคงเงียบอยู่เหมือนเดิม

“คุณคะ คุณลีวายส์ ” มิลล์ยังคงเรียกและค่อยๆ เดินเข้ามาสำรวจภายในห้องแต่ทันทีที่เข้ามาแล้วนั้นทำเอาเธอตกใจเป็นอย่างมากกับเศษซากของใช้ที่ถูกใช้งานแล้วเกลื่อนห้อง

“อืม อะไรกันเนี่ยสาบานได้ว่าห้องของผู้บริหารระดับใหญ่”

ปึก กึก !!

มิลล์ถึงกับตกใจเป็นอย่างมากเมื่อเธอรู้สึกว่ามีบางอย่างมาชนด้านหลังเธอ ทำให้เธอค่อยๆหันหน้าไปหาอย่างช้าๆ ก่อนจะตกใจและกรีดร้องออกมาเพราะคนที่อยู่เบื้องหน้าของเธอไร้ซึ่งเสื้อผ้าที่ห่อหุ้มกาย แถมเจ้านั้นมันยังชี้หน้าเธอ และนั่นทำเอามิลล์ถึงกับเป็นลมล้มพับไปในที่สุด พร้อมกับเอกสารที่อยู่ภายในมือของเธอที่ร่วงหล่นไปกับพื้น

ดีที่ว่าลีวายส์รับเธอเอาไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นเธอคงล้มหัวฟาดพื้นไปเสียแล้ว

“แม่งใครวะ อย่าบอกนะว่าเด็กที่กิตติส่งมา”

ทั้งที่ถามแต่ก็รีบอุ้มไปนอนที่เตียง ก่อนจะหันมาหยิบเอกสารและอ่านดูว่ามันคือเอกสารอะไร

“หึ..ตระกูลผู้ดีเก่า จิ จิ จิ ไม่น่าเชื่อว่าไม่ต้องตามหาแต่ก็เข้ามาหาเอง แมงเม่าบินเข้ากองไฟแท้ ๆ ที่สุดแล้วจะมาโทษฉันไม่ได้นะแม่สาวน้อย”

ลีวายส์มองหน้าคนที่นอนเป็นลมอยู่ที่เตียงของเขา มือหนาเกลี่ยใบหน้าสีชมพูระเรื่อของหญิงสาวที่นอนอยู่อย่างช้า ๆ พร้อมกับหันมาดูเอกสารในมือของเขา ที่สุดก็วางเอกสารฉบับนั้นเอาไว้ ก่อนที่เขาจะเดินไปแต่งตัว แต่ก่อนไปเขาก็ยังไม่วายที่จะหันมาเก็บของที่ทิ้งเกลื่อนอยู่กลางห้องให้เรียบร้อย เพราะไม่อยากให้หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าของเขาแตกตื่น

“ที่สุดแค้นนี้ก็จะได้สะสางเสียทีนะ เรื่องราวระหว่าง

พัฒนพานิช กับ แม่ของเขา ณรงค์อัครา จะได้จบสิ้นกันเสียที อย่าโทษฉันถ้าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ แต่ต้องโทษที่ครอบครัวของเธอมากกว่าที่ทำผิดพลาดเอาไว้“

บทก่อนหน้า
บทถัดไป