บทที่ 4 ลำเอียง
ตอนที่4. ลำเอียง
โรงพยาบาล
มิลล์รีบกลับมาหายายของเธอที่โรงพยาบาล เมื่อเข้ามาในห้องก็เห็นว่าแม่ของเธอนั้นหลับอยู่นั่นเอง หญิงสาวขยับเก้าอี้มานั่งใกล้ ๆ พร้อมกับกับมือของยายเธอเอาไว้
“แม่คะหนูได้งานทำแล้วนะคะ ต่อไปแม่ไม่ต้องคิดมากเรื่องค่ารักษาอีกแล้วนะคะ อดทนอีกนิดนะคะแม่ เราจะมีบ้านใหม่หนูจะพาแม่กับยายไปอยู่ที่บ้านใหม่กันนะคะ” มิลล์จับมือแม่มาแนบกับใบหน้าของเธออย่างช้าๆ พร้อมกับคิดในใจกับสิ่งที่เธอบอกกับใครเอาไว้ไม่ได้
“หนูยอมสูญเสียตัวตนของหนูเพื่อแม่กับยาย และเราจะออกไปจากบ้านพัฒนพานิชให้ได้ค่ะ” เพียงไม่นานแม่ก็เริ่มขยับตัวมิลล์รีบเช็ดน้ำตาของเธอที่ไหล เพราะเกรงว่าแม่เห็นแล้วจะไม่สบายใจนั่นเอง
“มิลล์ไปไหนมาเหรอลูกหายไปนานเลย แม่เป็นห่วงรู้ไหม”
“หนูไปสมัครงานตามที่เพื่อนแม่บอกแหละค่ะ แล้วหนูได้งานแล้วด้วยนะคะแม่ หนูไม่ได้บอกชื่อคุณป้าเลยด้วยซ้ำค่ะ”
“จริงเหรอลูก แม่ดีใจด้วยนะ แต่ว่าต่อไปหนูคงเหนื่อยมากกว่านี้แน่ ไหนจะดูแลยาย ไหนจะแม่ ไหนจะต้องไปทำงานอีก ว่าแต่พ่อล่ะลูกไม่มาด้วยเหรอ ? ”
“แม่อย่าถามเลยค่ะ พ่อเขาก็ไม่ว่างเหมือนเดิมนั่นแหละค่ะ หลงเมียน้อยกับลูกของเขา”
“อย่าว่าพ่อแบบนั้นลูก เพราะแม่ให้ความสุขพ่อไม่ได้แม่ผิดเองอย่าว่าพ่อเลย”
“แม่คะการที่คนเราจะอยู่ด้วยกัน เรื่องบนเตียงจำเป็นด้วยเหรอคะแค่เรารักกันก็พอไม่ได้เหรอคะ ทุกวันนี้พ่อโดนสองแม่ลูกนั่นเป่าหูจนหนูแทบจะไม่ใช่ลูกแล้วค่ะแม่”
“อดทนหน่อยนะลูก แม่ว่าสักวันพ่อจะต้องคิดได้ และกลับมาหาเราเหมือนเดิม” นัฐฐาผู้เป็นแม่พูดพร้อมกับไอจนตัวโยน ทำเอามิลล์รีบประคองแม่พร้อมกับยกน้ำมาให้แม่จิบ
“แม่อย่าพูดอะไรเลยค่ะ นอนพักดีกว่านะคะ หนูขอไปหาลุงหมอก่อนแปบนะคะ”
“เหมือนที่หมอบอกนั่นแหละ ช่วงนี้ต้องประคับประคองจิตใจคนป่วยไปก่อนก็แล้วกันนะ กำลังใจคือสิ่งที่สำคัญที่สุด อย่าให้กระทบกระเทือนใจ รักษาสุขภาพกายและใจ รวมไปถึงห้ามให้เกิดบาดแผลอะไรเลย ไม่ว่าจะทางร่างกายและจิตใจ”
“ค่ะคุณหมอ หนูจะทำให้ดีที่สุดค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” มิลล์พูดจบก็ยกมือไหว้และเดินออกไปในที่สุด
หลังจากไปพบคุณหมอเสร็จแล้วนั้นมิลล์ก็กลับมาที่บ้านเพื่อที่จะมาดูแลยายของเธอ เหมือนดังเช่นปกติทุกวันที่ผ่านมา
“กลับมาแล้วเหรอคะพี่ !! ” เสียงหวานที่ฟังดูจะคุ้นหูเป็นอย่างมากแต่ทว่ามันไม่มีความจริงใจเลยสักนิด หญิงสาวหันไปมองคนที่เรียกเธออีกครั้ง “มีอะไร ? ”
“เปล่าไม่มีอะไรหรอก แค่ถามดูเห็นตะลอน ๆ วิ่งเข้าออกบ้านแต่ละวันไม่ต่างจากหมาบ้า น่าสงสาร เดี๋ยวก็ต้องไปดูแลยายแก่ ๆที่ป่วยใกล้ตาย เอ๊ะ ไม่สิ ไหนจะต้องไปดูแลแม่ที่ป่วยใกล้ตายไม่ต่างกันอีก น่าสงสารจริงนะ ไม่รู้ว่าใครจะตายก่อนกัน จิ จิ จิ พี่มิลล์ผู้น่าสงสาร ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
มิลล์กระชากหัวของโยเกิร์ตจนหน้าแหงนขึ้นฟ้า และมองหน้าหญิงสาวที่ขึ้นชื่อว่าน้องสาวที่เป็นลูกเลี้ยงของพ่อเธอ
“อย่าคิดว่าฉันจะไม่กล้าทำอะไรเธอนะ อย่าทำตัวผยองเกินไปเพราะสักวันเธอกับแม่ของเธอนั่นแหละที่จะต้องออกไปจากที่นี่”
“อ่อ เหรอ ? งั้นจะบอกอะไรให้นะ” โยเกิร์ตค่อย ๆยื่นหน้ามาใกล้ ๆ กับมิลล์ก่อนจะกระซิบให้พอได้ยินกันแค่สองคนเท่านั้น
“งั้นคอยดูกันว่าระหว่างฉันกับแม่ และแกกับยายแก่ ๆ ของแกใครกันแน่ที่จะได้ออกไปจากที่นี่ เพราะว่าคงไม่นับแม่ของแกยังไงซะมันก็ต้องตายอยู่แล้ว ไม่ตรอมใจตายที่ผัวไม่รัก ก็ป่วยตายอยู่ที่ว่าจะตายตอนไหนก็เท่านั้นแหละ”
“แกอีเลว” ไวกว่าคำพูดก็ฝ่ามือของมิลล์ที่ฟาดไปที่ใบหน้าของโยเกิร์ตอย่างไว ทำเอาหญิงสาวรุ่นน้องถึงกับหน้าหัน มิลล์ทำแบบเดินซ้ำ ๆ แต่แปลกที่วันนี้ยัยนี่ไม่ตอบโต้แต่ใครจะสน มิลล์ไม่ทันได้คิดอะไรมากไปกว่านั้นก็กระหน่ำแบบไม่ยั้งมือ
“หยุดนะยัยมิลล์ ทำบ้าอะไรของแก !! ” เสียงของคุณเปรมประมุขของบ้านดังขึ้นทำเอาสองสาวชะงัก และภาพที่เห็นก็คือโยเกิร์ตสะบัดสะบอมเป็นอย่างมาก เมื่อเห็นว่าแม่และพ่อเลี้ยงของเธอนั่นก็คือพ่อของมิลล์ที่เดินเข้ามา โยเกิร์ตถึงกับวิ่งไปกอดแม่ของเธอเอาไว้แน่น อีกทั้งยังทำเหมือนกับว่าเธอถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว เพราะรอยฟกซ้ำบนหน้าเธอก็คือหลักฐานที่เธอสร้างมันขึ้นมาได้เป็นอย่างดีนั่นเอง
“ทำบ้าอะไรมิลล์ แล้วไปตบตีน้องทำไมกัน วัน ๆ หาแต่เรื่อง ”
“พ่อคะ !! ยัยนี่มันด่าแม่ มันแช่งยาย ” มิลล์รีบบอกกับพ่อของเธอ เพราะรู้ว่าพ่อไม่ชอบให้ใครมาพูดจาไม่ดีกับแม่ของเธอ แต่ทว่าคราวนี้มันผิดคาด
“คุณพ่อคะหนูแค่บอกว่าเป็นห่วงคุณป้าอยากจะไปเยี่ยม แต่พี่เขาก็บอกว่าไมให้ไปค่ะ ไม่อยากให้เสนียดไปแปดเปื้อนคุณป้า อีกทั้งยังบอกว่าจะพาคุณยายไปอยู่ที่อื่น เพราะไม่อยากหายใจร่วมกับหนูและแม่ด้วยค่ะ ฮืออ เจ็บค่ะแม่” โยเกิร์ตร้องห่มร้องไห้ซบอกแม่ตัวเองพร้อมกับกระซิบ “หนูแสดงเก่งไหมคะแม่”
