บทที่ 9 เริ่มงานวันแรก
ตอนที่9. เริ่มงานวันแรก
มิลล์เดินตามลีวายส์และกิตติเข้ามาที่บริษัทอย่างว่าง่าย โดยที่มีพนักงานต่างก็มองเป็นตาเดียวกัน นั่นเป็นเพราะว่าไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร มาที่นี่เพราะอะไร แถมยังเดินเกือบตีคู่ท่านประธานอีกต่างหาก หนำซ้ำวันนี้ทั้งท่านประธาน และเลขาท่านประธานกลับแต่งตัวแบบชิว ๆ เป็นอย่างมากทั้งที่ชุดทำงานก็ว่าดูดีที่สุดแล้ว พอมาเจอทั้งสองคนลุคนี้ยิ่งทำเอาสาว ๆ ต่างก็มองตาค้างเป็นอย่างมาก กระทั่งมาถึงหน้าห้อง กิตติเปิดประตูให้ทั้งสองเข้าไป และตัวเองก็เดินตามเข้าไป
“นั่งสิ” ลีวายส์พยักเพยิดให้กับมิลล์เพื่อให้หญิงสาวไปนั่งที่โซฟา โดยที่เขาเองก็นั่งฝั่งตรงข้าม และหันไปมองกิตติ ก่อนที่จะสั่งกิตติ “พิมพ์เอกสารข้อตกลงให้หน่อยกิตติ”
ลีวายส์บอกลูกน้องคนสำคัญ ก่อนที่กิตติจะพยักหน้าและเดินไปทีโน๊คบุ๊ค และรอฟังว่าเจ้านายจะให้พิมพ์สัญญาอะไรกันแน่
ลีวายส์ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเล็กน้อย และมองมิลล์
“สัญญาแต่ละข้อพี่จะบอกกิตติพิมพ์หากมีข้อไหนที่เธอไม่เข้าใจ หรือว่ามีข้อโต้งแย้งอะไรก็ให้รีบพูดมาตอนนี้เลยเข้าใจไหม”
“คะ เข้าใจค่ะ”
มิลล์ตอบอย่างว่าง่ายเพราะไม่รู้ว่าสัญญาที่ว่ามันคืออะไรบ้าง ตอนนี้ที่ต้องการมากที่สุดคือได้งานและมีเงินแค่นั้น
“เอาละกิตติเริ่มได้นะ ข้อแรก เป็นสัญญาการจ้างงานตามปกติเหมือนพนักงานทั่วไป นั่นก็คือทำงานในตำแหน่ง Jewelry Designer. โดยฐานเงินเดือนเริ่มต้นที่ห้าหมื่นบาท เข้าออกงานตามเวลาของบริษัท รวมไปถึงวันหยุดการทำโอที ทุกอย่างเหมือนพนักงานคนอื่นทั่วไป โอเคไหมสัญญาข้อนี้ ”
“ค่ะ ”
มิลล์พยักหน้าตอบด้วยความดีใจเป็นอย่างมากกับเงินเดือนที่ให้มากถึงขนาดนี้
“ต่อไปเป็นสัญญาจ้าง เป็นเด็กในปกครองไม่สิสัญญาจ้างแต่งงานชั่วคราว”
“ฮะ อะไรนะคะสัญญาจ้างแต่งงานชั่วคราว” คราวนี้มิลล์ร้องออกมาด้วยความตกใจเป็นอย่างมาก
“ฉันยังพูดไม่จบ ฟังก่อน” ลีวายส์พูดสวนขึ้นมาทันควันทำเอามิลล์เงียบกริบ เช่นเดียวกับกิตติที่ถึงกับหยุดชะงักเมื่อได้ยินว่าสัญญาจ้างแต่งงาน
“ก็ตามที่บอกไป ไม่ต้องแต่งงานแค่จดทะเบียนสมรส ไม่ต้องเปลี่ยนคำนำหน้า ไม่ต้องเปลี่ยนนามสกุล แค่จดเวลาไปหย่าจะได้ไม่มีปัญหา ค่าจ้างจดทะเบียน หนึ่งล้านบาท และฉันจะจ่ายรายเดือนให้เดือนละ หนึ่งแสนบาท ไม่รวมกินเที่ยวช้อปปิ้ง ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อยากได้อะไรจะจัดการให้หมดทุกอย่าง มีข้อแม้เพียงอย่างเดียวคือห้ามมีคนอื่น หากไม่ทำตามที่บอกสัญญาทั้งหมดจะถูกยกเลิก และเธอจะต้องเสียค่าปรับจำนวน ห้าล้านบาท”
“ห้าล้าน !! หนูจะไปเอามาจากไหนตั้งห้าล้านพี่ขูดเลือดกับปูมากเลยนะคะ”
“ถ้าเธอไม่ผิดสัญญาก็ไม่ต้องจ่ายไง หรือว่าเธอจ้องจะผิดสัญญา แค่ตำแหน่ง Jewelry Designer. ในบริษัทถ้าข้อมูลรั่วไหลออกไปก็เสียหายตั้งเท่าไหร่แล้ว หรือถ้ารับไม่ได้ก็ตามใจยกเลิกตอนนี้ยังทัน ส่วนค่าตัวเธอเมื่อวานก็ถือซะว่าจบ ๆ กันไป”
“โอ๊ยพี่ก็ใจร้อนเกิน หนูยังไม่ได้ว่าอะไรเลย ตกลงก็ได้ค่ะ แต่ว่ามีข้อแม้นะคะ ว่าตลอดเวลาที่อยู่ในสัญญาพี่เองก็ห้ามมีใคร หากพี่ผิดสัญญาพี่ต้องจ่ายให้หนู สิบล้าน ”
“ห๊ะ สิบล้านเธอนี่มันหน้าเลือดดีจริง ตกลงตามนั้น กิตติอย่าให้ผิดแม้แต่ประโยคเดียว”
ลีวายส์หันไปบอกกับกิตติที่นั่งจ้องหน้าจออย่างเอาเป็นเอาตาย ด้วยความงุนงงว่าทำไมเจ้านายหนุ่มถึงได้ทำเช่นนี้
“สักครู่นะครับกำลังปรินส์ออกมาเดี๋ยวจะได้เซ็นสัญญาเลย และไม่ทราบว่าจะไปจดทะเบียนเมื่อไหร่ครับจะได้ลงวันที่ให้ถูกต้อง” กิตติผู้ซึ่งใส่ใจทุกรายละเอียดของเจ้านายเอ่ยถามขึ้นมาทันที
“วันนี้ ตอนนี้ !! ” ลีวายส์ประกาศออกมาอย่างชัดเจน
หลังจากเวลาผ่านไปได้ไม่นาน กิตติทำหน้าที่พามิลล์มายังแผนกของตัวเองและแนะนำให้กับทุกคนได้รู้จักกับเธอเป็นอย่างดี แต่นั่นก็เป็นที่สงสัยกันอีกว่าปกติพนักงาน ไม่ว่าจะมาในระดับไหนไม่เห็นว่าคุณกิตติมือขวาของท่านประธานจะพามาแนะนำเลย
“นี่คุณนัทเป็นผู้จัดการแผนก มีอะไรก็ปรึกษาได้คุณนัทนี่คุณมิลล์ฝากดูแลและสอนงานเธอด้วยนครับ”
“ค่ะคุณกิตติ นัทจะดูแลให้ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ มิลล์เธอไปนั่งตรงนั้นนะ เพื่อนที่นั่งข้าง ๆ ชื่อส้มปรองดองกันเอาไว้นะจะได้ทำงานร่วมกัน”
“ค่ะ ๆ ” มิลล์ตอบรับอย่างว่าง่ายก่อนจะเดินไปนั่งข้าง ๆ ส้ม สองคนเข้าขากันได้เป็นอย่างดี ส้มคอยสอนงานและคอยบอกมิลล์ทุกอย่าง
“มิลล์ฉันถามตรง ๆ นะเธอเป็นอะไรกับคุณกิตติ หรือว่าใช้เส้นสายอะไรหรือเปล่า ทำไมคุณกิตติดูเทคแคร์และสุภาพกับเธอขนาดนี้” นัทผู้จัดการแผนกเอ่ยถามทันทีที่กิตติเดินออกไป
“ไม่นี่คะ คือว่าฉัน”
มิลล์คิดไม่ออกว่าจะโกหกว่ายังไงดีเพราะว่าสถานะของเธอตอนนี้คือเธอไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าเธอกับลีวายส์เป็นอะไรกัน
“ว่าไงมิลล์คืออะไร ? “
ส้มถามด้วยความอยากรู้เป็นอย่างมาก
“อ้อ คือว่าเมื่อเช้าฉัน ฉันจะพูดยังไงดีนะ คือว่าฉันเห็นรถคนรถเสียเลยไปช่วยแต่ใครจะรู้ว่าที่ไหนได้คือท่านประธานกับคุณเลขา เรื่องก็เป็นอย่างนี้แหละค่ะ ไม่มีอะไรหรอกเออว่าแต่งานที่จะต้องออกแบบเห็นว่าเร่งด่วนไหนคะ ขอดูตัวอย่างหน่อยค่ะ” มิลล์ได้ทีเปลี่ยนเรื่อง เพื่อความอยู่รอดของเธอในทันที
“อืม..ถ้างั้นก็ช่วยกันทำงานให้เต็มที่ เออจริงสิเย็นนี้เรามีกินเลี้ยงของงานที่ผ่านคราวที่แล้ว ไปด้วยกันนะมิลล์ ถือว่าเป็นการเลี้ยงต้อนรับน้องใหม่ด้วยดีไหมทุกคน”
“ดีค่ะ ” ส้มตอบออกมาเป็นคนรัก เช่นเดียวกันกับชายที่เพิ่งเดินเข้ามาใหม่ “กินเลี้ยงอะไรกันครับ” เมธีหนึ่งในทีมงานคนหนึ่งเอ่ยถามและมองหน้ามิลล์ด้วยความสงสัย
