บทที่ 3 เลิกไม่ได้ก็จีบสิวะ

บทที่ 3 เลิกไม่ได้ก็จีบสิวะ

“สรุปคือมึงยังชอบเขา”

ฉันดูดกาแฟเสียงดังแทนคำตอบ

มินนั่งฝั่งตรงข้าม มองหน้าฉันเหมือนอาจารย์ฝ่ายปกครองกำลังรอนักเรียนสารภาพผิด ทั้งที่เมื่อสิบนาทีก่อนมันยังนั่งแย่งเฟรนช์ฟรายส์ฉันอยู่เลย

“ถามจริง” มินพูด “ชอบมาตลอดเจ็ดปีเลยเหรอ”

“ไม่ได้ชอบตลอด”

“อ๋อ แล้วพักช่วงไหน”

ฉันอ้าปากค้าง 

เงียบ

มินพยักหน้าช้า ๆ

“ค่ะ”

“ไม่ใช่แบบนั้น”

“แล้วแบบไหน”

“ตอนพี่ธามไปต่างประเทศ ช่วงแรกกูก็คิดถึง หลัง ๆ ต่างคนต่างใช้ชีวิต เขาเคยมีแฟน กูก็ไม่ได้ไปยุ่ง”

“แต่ยังแอบส่อง”

“นิดหน่อย”

“ทุกโพสต์”

“ไม่ใช่ทุกโพสต์!”

“ทุกสตอรี?”

ฉันหยิบเฟรนช์ฟรายส์ยัดปากมัน

“กินไปเลย”

มินหัวเราะทั้งที่ยังเคี้ยว

ฉันเป็นคนเรียกมันออกมาเอง หลังเมื่อคืนส่งข้อความสารภาพว่า กูยังชอบเขาอยู่ แล้วได้รับคำตอบชวนเจ็บใจว่า มึงเคยเลิกชอบด้วยเหรอ

ฉันเลยนัดมันมาเพื่อขอคำปรึกษา

ตอนนี้เริ่มรู้สึกว่าคิดผิด

“แล้วตอนเขามีแฟน มึงทำยังไง”

“ก็ไม่ทำอะไรไง คนมีแฟนแล้วจะให้กูทำอะไร”

“ร้องไห้ไหม”

“ไม่”

“จริง?”

“...นิดหนึ่ง”

“กี่วัน”

“มึงจะสอบสวนทำไมเนี่ย”

มินหัวเราะอีก

ฉันก้มคนกาแฟในแก้ว

ความจริงตอนรู้ว่าธามมีแฟน ฉันเสียใจอยู่พักหนึ่ง แต่ไม่ได้คิดจะเข้าไปแทรกกลาง เขาอยู่ต่างประเทศ ฉันอยู่ที่นี่ ชีวิตของเราห่างกันออกไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายฉันก็เรียนจบ เริ่มทำงาน รับงานวาดภาพจนแทบไม่มีเวลานอน

ส่วนชื่อของธามก็ค่อย ๆ ถูกดันไปอยู่ตรงมุมหนึ่ง

จนเจ้าตัวกลับมาเมื่อคืนแล้วฉันดันตกลงไปทับเขาเต็มตัว

ทุกอย่างที่คิดว่าเก็บเรียบร้อยก็พังออกมากองตรงหน้าในเวลาไม่ถึงห้านาที

“กูอายุสิบเจ็ดตอนเริ่มชอบเขา” ฉันพึมพำ “ตอนนั้นเขาโตกว่ากูตั้งเยอะ กูยังเรียนอยู่เลย”

“ตอนนี้มึงยี่สิบสี่”

“รู้”

“ทำงานแล้ว”

“เออ”

“หาเงินเอง”

“เออ”

“โสด?”

“เออ!”

“เขาล่ะ”

ฉันชะงัก

“อะไร”

“ธามโสดไหม”

“น่าจะ”

“น่าจะคือ?”

“โสด”

ฉันรู้เรื่องนี้จากป้านวลก่อนเขากลับมาเสียอีก ป้านวลบ่นกับแม่ว่าลูกชายอายุสามสิบเอ็ดแล้ว วัน ๆ สนใจแต่งาน ถามเรื่องแฟนทีไรก็เปลี่ยนเรื่อง

มินวางศอกบนโต๊ะ

“สรุปอีกทีนะ เขาโสด”

“อือ”

“มึงก็โสด”

“อือ”

“ไม่ได้เป็นญาติกัน”

“บ้านอยู่ข้างกันไม่ได้แปลว่าเป็นญาติกันไหมล่ะ”

“ดีมาก เริ่มฉลาดแล้ว”

ฉันถลึงตาใส่

มินไม่สะเทือน

“งั้นผิดกฎหมายข้อไหนถ้ามึงจะจีบ”

ฉันนิ่งไป

“มันไม่เกี่ยวกับกฎหมาย”

“เกี่ยวกับอะไร”

“เขาเห็นกูเป็นน้อง”

“เขาพูด?”

“ไม่ต้องพูดก็รู้”

“อ๋อ มึงอ่านใจคนได้ตั้งแต่เมื่อไหร่”

“มิน”

“ถามจริง ๆ”

ฉันเริ่มหงุดหงิด

“เขาดูแลกูมาตั้งแต่เด็ก”

“แล้ว?”

“แล้วจะให้จู่ ๆ กูเดินไปบอกว่าชอบ มันไม่แปลกเหรอ”

“แปลกตรงไหน”

“ก็...”

ฉันหาเหตุผล

หาไม่เจอ

มินยิ้มอย่างผู้ชนะ

“หมดแล้ว?”

“ยัง”

“ว่ามา”

“ถ้าจีบแล้วไม่ติดล่ะ”

“ก็เลิกจีบ”

ง่ายฉิบหาย

“แล้วถ้ามองหน้ากันไม่ติดล่ะ บ้านอยู่ข้างกันนะเว้ย”

“มึงจีบเขาหรือจะไปเผาบ้านเขา ทำไมต้องมองหน้ากันไม่ติด”

ฉันหลุดหัวเราะ

“พูดง่ายเพราะไม่ใช่มึง”

“ใช่ เพราะถ้าเป็นกู ผู้ชายหน้าตาดี โสด บ้านติดกัน แล้วกูชอบมาตั้งเจ็ดปี กูไม่มานั่งคนกาแฟจนหลอดจะทะลุแก้วแบบนี้หรอก”

ฉันก้มมองหลอดเกือบพังจริง

“อีกอย่างนะพริม มึงไม่ได้จะไปขอเขาแต่งงานพรุ่งนี้”

“รู้”

“ก็แค่จีบ”

แค่จีบ

สองคำง่าย ๆ แต่ทำเอาฉันเงียบไปเกือบนาที

มินหยิบเฟรนช์ฟรายส์ชิ้นสุดท้าย

“ถ้าเขาไม่ชอบ มึงก็ได้รู้แล้วไปต่อ”

“แล้วถ้าเขาชอบ?”

มินชะงัก ก่อนทำหน้าเหมือนฉันถามคำถามโง่ที่สุดในโลก

“ก็ได้ผัวสิ”

“อีมิน!”

คนโต๊ะข้าง ๆ หันมามอง

ฉันรีบก้มหน้า ส่วนตัวต้นเรื่องหัวเราะจนแทบฟุบโต๊ะ

เกือบสองทุ่ม ฉันยืนรดน้ำต้นไม้อยู่หลังบ้าน สายตากลับลอยข้ามรั้วไปอีกฝั่งตลอด

ไฟบ้านธามเปิดอยู่

เงาคนเดินผ่านหน้าต่างชั้นล่างเป็นระยะ

กลับมาจริง ๆ สินะ

เจ็ดปีที่ผ่านมาฉันเคยคิดหลายครั้งว่าถ้าวันหนึ่งเขากลับมา ฉันจะเป็นยังไง

คงเฉย ๆ

คงทักกันธรรมดา

อาจเรียกพี่ธามได้โดยไม่รู้สึกอะไรแล้ว

ผลคือคืนแรกฉันตกไปคร่อมตัวเขา

คืนที่สองยืนมองไฟบ้านเขาเหมือนคนมีปัญหา

ฉันปิดสายยาง

กลับเข้าห้อง เปิดงานที่ค้างไว้ ทำได้ไม่ถึงสิบนาทีก็เผลอมองหน้าต่างอีก

คำพูดมินวนอยู่ในหัว

เขาโสดไหม

โสด

มึงโสดไหม

ก็โสด

แล้วผิดกฎหมายข้อไหนถ้าจะจีบ

ไม่มี

ฉันพยายามทำงานต่อ

ห้านาทีผ่านไป วางปากกา

หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแชตธาม

ข้อความล่าสุดคือเมื่อคืน

เข้าบ้านแล้วล็อกประตูด้วย

ฉันพิมพ์

พี่ธาม

แล้วลบ

พิมพ์ใหม่

มีแฟนหรือยังคะ

ลบเร็วกว่าเดิม

บ้าไปแล้ว ใครเขาถามกันทางแชต

ฉันโยนโทรศัพท์ลงเตียง

“นอน!”

สรุปคืนนั้นฉันนอนไม่หลับ

เจ็ดโมงเช้าวันรุ่งขึ้น ฉันตื่นมาด้วยสภาพคนที่หลับจริงไม่ถึงสี่ชั่วโมง แต่สมองกลับตื่นเกินเหตุ

ฉันอาบน้ำ

เปลี่ยนเสื้อ

หวีผม

เปลี่ยนเสื้ออีกตัว

ก่อนจะด่าตัวเองแล้วกลับไปใส่ตัวแรก

เจ็ดโมงครึ่ง ฉันยืนอยู่หน้าบ้านธาม

มือยกขึ้นจะกดกริ่ง

ลดลง

ยกใหม่

ลดอีก

“พริม ถ้ามึงกลับตอนนี้ กูจะดูถูกมึงไปจนตาย”

ฉันพึมพำแล้วกดกริ่ง

หนึ่งครั้ง

ไม่มีเสียง

กำลังจะโล่งใจ ประตูก็เปิด

แล้วคำพูดทั้งหมดที่ซ้อมมาตั้งแต่เมื่อคืนก็หายเกลี้ยง

ธามยืนอยู่ตรงหน้าในสภาพเพิ่งอาบน้ำเสร็จ

ผมยังเปียก เสื้อยืดสีเทาเพิ่งสวมเรียบร้อยดีหรือไม่ ฉันไม่แน่ใจ เพราะสายตาดันไปหยุดตรงหยดน้ำที่ไหลจากข้างคอลงไปใต้คอเสื้อ

“พริม?”

ฉันรีบเงยหน้า

“คะ!”

“มาทำอะไรแต่เช้า”

“คือ...”

ธามใช้ผ้าขนหนูเช็ดผม

ฉันมอง

แล้วเกลียดตัวเอง

นี่จะมาสารภาพหรือมายืนดูผู้ชายหลังอาบน้ำกันแน่

“มีอะไรหรือเปล่า”

“มีค่ะ”

“ว่า”

เอาวะ

ไหน ๆ ก็เสียอาการไปแล้ว

ฉันสูดหายใจลึก มองหน้าเขาตรง ๆ

“พริมจะจีบพี่นะ”

มือที่กำลังเช็ดผมหยุด

ธามนิ่ง

หนึ่งวินาที

สอง

สาม

สายตาเขาเลื่อนมองหน้าฉันช้า ๆ ก่อนถามด้วยน้ำเสียงจริงจังมาก

“เมื่อคืนยังไม่สร่าง?”

ความกล้าที่รวบรวมมาทั้งคืนแตกดังเพล้ง

“พริมไม่ได้เมา!”

“แน่ใจ?”

“แน่!”

“มีไข้ไหม”

“พี่ธาม!”

ฉันเริ่มโมโหจริง

คนอะไรถูกผู้หญิงมาบอกว่าจะจีบแต่เช้า แทนที่จะเขิน ดันตรวจสุขภาพ

ธามมองฉันเหมือนพยายามดูว่าฉันล้อเล่นหรือเปล่า

“พริม อย่าเล่นอะไรแปลก ๆ”

“ไม่ได้เล่น”

“แล้วจู่ ๆ ทำไม”

“ไม่ได้จู่ ๆ”

ฉันสวนทันที

เขาเงียบ

ฉันเองก็เกือบหลุดพูดว่า ชอบมาตั้งเจ็ดปีแล้วต่างหาก แต่กลืนกลับลงไปทัน

ยัง

เรื่องนั้นยังไม่ต้องรู้

ให้รู้แค่ว่าจะจีบก่อนก็พอ

ฉันเชิดหน้าขึ้นนิดหนึ่ง

“พี่ไม่ต้องรีบตอบค่ะ”

“พริม”

“แล้วก็ไม่ต้องทำหน้าเหมือนพริมมาขอยืมเงิน”

มุมปากธามกระตุก

“พี่ไม่ได้ทำ”

“ทำอยู่”

“แล้วจะให้ทำหน้ายังไง”

“ไม่รู้ค่ะ ไปฝึกเอง”

คราวนี้เขาหลุดหัวเราะเบา ๆ

ฉันใจเต้นขึ้นมาอีก แต่ยังฝืนยืนให้มั่น

ถอยไม่ได้แล้ว

พูดไปแล้วด้วย

ฉันขยับถอยหนึ่งก้าว ก่อนยิ้มให้เขา

“ไม่ต้องรีบตอบค่ะ”

ธามมองนิ่ง

ฉันยิ้มกว้างขึ้น

“พริมไม่ได้มาขออนุญาต”

เว้นจังหวะนิดหนึ่งแล้วชี้นิ้วไปทางเขา

“แค่มาบอกให้เตรียมตัว”

พูดจบฉันก็หมุนตัวเดินกลับบ้านทันที

ไม่รอฟังคำตอบ

เพราะถ้ายืนต่ออีกสิบวินาที ขาอาจสั่นให้เขาเห็น

เดินมาได้ครึ่งทาง เสียงธามก็ดังตามหลัง

“พริม”

ฉันหยุด แต่ไม่หัน

“อะไรคะ”

เงียบไปครู่หนึ่ง

ก่อนเสียงเรียบ ๆ จะตอบมา

“ใส่รองเท้าก่อนค่อยมาเก่ง”

ฉันก้มมองเท้าตัวเอง

เท้าเปล่า

ฉันหลับตา

หมดกัน

การประกาศสงครามจีบผู้ชายครั้งแรกในชีวิต

บทก่อนหน้า
บทถัดไป