บทที่ 7 จีบได้ แต่ใครอนุญาต
บทที่ 7 จีบได้ แต่ใครอนุญาต
----------------------------
เสียงแก้วกระทบโต๊ะดัง กึก
ไม่แรงถึงขั้นคนทั้งร้านหันมามอง
แต่แรงพอให้ฉันที่นั่งข้างธามหันไปมองทันที
นนท์ก็เหมือนกัน
คนเดียวที่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นคือเจ้าของมือที่วาง
ธามยกกาแฟขึ้นดื่มต่อหน้าตาเฉย
“เมื่อกี้นายถามว่าอะไรนะ”
ฉันหันกลับไปหานนท์ ทั้งที่ได้ยินเต็มสองหู
อีกฝ่ายยิ้ม
ยิ้มแบบที่เห็นแล้วรู้ทันทีว่ามันกำลังหาเรื่องสนุกใส่ตัว
“กูถามว่า ถ้าพี่ชายข้างบ้านมึงไม่ได้คิดอะไรกับมึง งั้นกูจีบได้ไหม”
คราวนี้ชัดทุกคำ
ฉันเหลือบมองธาม
เขาไม่ได้หันมา แต่กรามข้างหนึ่งขยับนิดเดียวเหมือนกำลังกัดอะไรอยู่ ทั้งที่ในปากไม่มีกับข้าวสักคำ
น่าสนใจแฮะ
“ได้สิ”
ฉันตอบ
ธามหันมาทันที
ฉันเกือบหลุดหัวเราะ
นนท์เลิกคิ้ว
“จริง?”
“ลองดูสิ”
“พริม”
เสียงคนข้าง ๆ ดังขึ้นเรียบ ๆ
“คะ”
“อย่าพูดเล่นเรื่องแบบนี้”
ฉันทำหน้าซื่อ
“เรื่องไหนคะ”
“ก็เรื่อง”
เขาหยุดเอง
ฉันรอ
นนท์ก็รอ
ธามมองหน้าฉันอยู่สองวินาที ก่อนหันไปหยิบแก้วกาแฟอีกครั้ง
“ไม่มีอะไร”
อ้าว
แล้วเรียกทำไม
ฉันกลั้นยิ้มจนปวดแก้ม
“สรุปกูจีบได้ใช่ไหม” นนท์ถามต่อ
“ถ้ากล้าก็ลองค่ะ”
“ทำไมต้องไม่กล้า”
มันพูดพลางเหลือบไปทางธาม
ฉันต้องก้มหน้าตักพาสต้าเข้าปาก ไม่งั้นคงหัวเราะออกมา
บรรยากาศบนโต๊ะหลังจากนั้นประหลาดมาก
นนท์คุยกับฉันตามปกติ เรื่องงานบ้าง เรื่องกล้องตัวใหม่บ้าง แต่ธามเงียบผิดปกติ
ไม่ถาม
ไม่แทรก
ไม่แม้แต่จะทำหน้ารำคาญ
เงียบจนฉันเริ่มสงสัยว่าเมื่อกี้แกล้งแรงไปหรือเปล่า
พนักงานเอาบิลมา นนท์หยิบก่อน
“เดี๋ยวกูจ่าย”
“พริมบอกจะเลี้ยง”
“ถือว่าเลี้ยงว่าที่แฟน”
ฉันยังไม่ทันด่า เสียงเก้าอี้ข้าง ๆ ก็ขยับ
ธามลุกขึ้น
“กลับหรือยัง”
“พี่จะกลับแล้วเหรอคะ”
“อือ”
“งั้นขับรถดี ๆ นะคะ”
เขามองฉัน
“พี่ไปส่ง”
ฉันกะพริบตา
“ไม่ต้องค่ะ พริมมากับนนท์”
“มันดึกแล้ว”
ฉันมองนาฬิกา
สามทุ่มห้านาที
“นนท์ก็ต้องกลับทางเดียวกัน”
“ทางเดียวกันจริง?”
นนท์ตอบแทน
“ผ่านบ้านพริมครับ”
ธามพยักหน้า
“งั้นก็ตามนั้น”
ง่ายเกินไปจนฉันแปลกใจ
เขาหยิบกระเป๋าสตางค์ เดินออกจากร้านโดยไม่พูดอะไรอีก
ฉันมองตามแผ่นหลังเขา
นนท์ดีดนิ้วตรงหน้า
“คุณพริมครับ”
“อะไร”
“ตาจะหลุดตามไปแล้ว”
“บ้า”
“มึงแกล้งแรงไปไหม”
ฉันหันกลับ
“เมื่อกี้ยังยุส่งอยู่เลย”
“กูแค่ทดลอง”
“ทดลองอะไร”
“ดูว่าคนแถวนี้หึงหรือเปล่า”
“แล้ว?”
นนท์ยกคิ้ว
“ผลชัดขนาดนี้ยังต้องถาม?”
ฉันส่ายหน้า
“พี่ธามเป็นแบบนั้นมาตั้งแต่เด็ก”
“แบบไหน”
“หวง...”
ฉันหยุด
“หมายถึงชอบดูแล”
“อ๋อ”
น้ำเสียงของนนท์เหมือนคำว่า อ๋อ มีความหมายประมาณว่า มึงหลอกตัวเองต่อไปเถอะ
ฉันไม่เถียง
เพราะจริง ๆ ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน
ขากลับนนท์เปิดเพลงเบา ๆ แล้วไม่พูดถึงธามอีก จนรถเลี้ยวเข้าซอยบ้านฉัน
รถธามจอดอยู่ในบ้านแล้ว
ไฟชั้นล่างเปิด
ฉันมองผ่านกระจกแค่แวบเดียว
“ถึงแล้วครับ คุณผู้หญิงที่อนุญาตให้ผมจีบ”
ฉันหันขวับ
“เลิกเล่นได้แล้ว”
“ตกลงไม่ให้จีบ?”
“ไม่ให้”
“อ้าว”
“กูกำลังจีบคนอื่นอยู่ จะให้มึงมาแทรกทำไม”
นนท์หัวเราะ
“นึกว่าจะเอากูไว้กระตุ้นพี่ข้างบ้าน”
“ไม่เอา”
ฉันตอบทันที
“เล่นแบบนั้นไม่แฟร์กับมึง”
คราวนี้นนท์เงียบไปนิดหนึ่ง ก่อนพยักหน้า
“ดีแล้ว”
ฉันเปิดประตูลงจากรถ
“ขอบใจนะ”
“เออ พรุ่งนี้ส่งไฟล์ให้ด้วย”
“รู้แล้ว”
ฉันปิดประตู ยืนรอจนรถนนท์ออกจากซอยแล้วถึงเดินเข้าบ้าน
ไม่มีเสียงเรียกจากบ้านข้าง ๆ
ไม่มีข้อความถามว่าถึงหรือยัง
ไม่มีอะไรทั้งนั้น
แปลก
ทั้งที่ปกติถามทุกเรื่อง
ฉันยืนมองไฟบ้านธามอีกสองวินาที ก่อนด่าตัวเองในใจแล้วเข้าบ้าน
เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันตื่นสายกว่าปกติ
มีนัดลูกค้าสิบโมงครึ่ง แต่เก้าโมงสิบห้ายังยืนคาบขนมปังอยู่หน้ากระจก
ฉันแต่งตัวเสร็จ วิ่งลงมาข้างล่าง คว้ากระเป๋าและกุญแจรถออกจากบ้าน
แล้วหยุด
รถอยู่
แต่ล้อหน้าข้างซ้ายไม่อยู่
ฉันยืนค้าง
มองอีกทีเพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ตื่นไม่เต็มตา
ล้อหายไปจริง ๆ
“อะไรเนี่ย!”
ฉันเดินวนรอบรถ
ไม่มีร่องรอยงัด
ไม่มีอะไรเสียหาย
นอกจากรถฉันที่ตอนนี้ดูเหมือนถูกถอดชิ้นส่วนขาย
“หาอันนี้อยู่?”
เสียงคุ้น ๆ ดังจากข้างรั้ว
ฉันหันขวับ
ธามยืนอยู่ในชุดทำงาน มือหนึ่งถือกาแฟ อีกมือหมุนกุญแจรถฉันเล่น
“พี่ทำอะไรกับรถพริม!”
“เอาไปเปลี่ยนยาง”
“หา?”
“ยางเริ่มเสื่อม”
“แล้วทำไมไม่บอก”
“บอกตอนนี้”
ฉันอ้าปากค้าง
“นี่เรียกบอก?”
“อือ”
“พริมมีนัดลูกค้า!”
“กี่โมง”
“สิบโมงครึ่ง”
ธามดูนาฬิกา
“ทัน”
“ทันยังไง รถพริมไม่มีล้อ!”
“ไปกับพี่”
พูดจบเขาก็เดินเข้าบ้านไปเหมือนเรื่องทั้งหมดปกติมาก
ฉันยืนกัดฟันอยู่สองวินาที ก่อนคว้ากระเป๋าวิ่งตาม เพราะไม่มีเวลาทะเลาะจริง ๆ
พอขึ้นรถ ฉันปิดประตูแรงกว่าปกติ
“คราวหน้าห้ามเอารถพริมไปทำอะไรโดยไม่บอกนะคะ”
ธามสตาร์ตรถ
“ถ้าบอก พริมจะยอม?”
“ไม่”
“งั้นเหมือนเดิม”
ฉันหันขวับ
“พี่!”
เขาหัวเราะในลำคอ
“ยางหน้าซ้ายแตกลายแล้ว ขับต่อไม่ปลอดภัย”
“พริมเปลี่ยนเองได้”
“เมื่อไหร่”
“เดี๋ยวก็เปลี่ยน”
“เดี๋ยวของพริมคืออีกสามเดือน”
ฉันเถียงไม่ออก เพราะมีโอกาสเป็นแบบนั้นจริง
แต่ยังไม่ยอม
“ก็ไม่เห็นต้องจัดการให้ทุกอย่าง”
ธามมองถนน
“กลัวน้องขับรถไม่ปลอดภัย”
คำว่า น้อง ทำให้ฉันหงุดหงิดขึ้นมาทันที
เมื่อวานฉันเพิ่งบอกให้เขาสมัครเป็นแฟน
เมื่อคืนเขาขับรถสิบเอ็ดกิโลเมตรมา “ผ่านมา”
แล้ววันนี้กลับมาเรียกน้องหน้าตาเฉย
“พี่ชอบคำนี้มากเหรอ”
“คำไหน”
“น้อง”
เขาเหลือบมอง
“ก็พริมเป็นน้อง”
“น้องตรงไหน”
“อายุน้อยกว่า”
“ผู้หญิงทั้งบริษัทพี่ที่อายุน้อยกว่าก็เป็นน้องหมดเลย?”
ธามเงียบ
ฉันยิ่งหงุดหงิด
รถติดไฟแดงพอดี
ฉันหันไปมองเขาตรง ๆ
“ถามจริงนะคะ”
“ว่า”
“ถ้าพริมเป็นน้องจริง ๆ วันหนึ่งพริมมีแฟน พี่จะโอเคใช่ไหม”
ธามนิ่งไป นิดเดียวเท่านั้น
แต่ฉันเห็น
มือที่วางบนพวงมาลัยขยับนิดหนึ่งก่อนเขาจะตอบ
“ก็ต้องโอเค”
ไฟเขียวพอดี
รถเคลื่อนออกไป
ส่วนฉันนั่งมองข้างหน้าเงียบ ๆ
เพราะไม่รู้ว่าควรดีใจที่ได้คำตอบ
หรือหงุดหงิดที่เขาชะงักแล้วตอบมันช้าไปกันแน่
