บทที่ 8 งั้นพริมจะหาแฟนแล้วนะ

บทที่ 8 งั้นพริมจะหาแฟนแล้วนะ

“งั้นพริมจะหาแฟนแล้วนะ”

ฉันพูดตอนเย็น ขณะยืนกอดอกมองยางรถใหม่เอี่ยมทั้งสี่เส้นที่คนข้างบ้านจัดการเปลี่ยนให้เสร็จโดยไม่ถามเจ้าของรถสักคำ

ธามกำลังเก็บใบเสร็จใส่แฟ้ม เขาเงยหน้ามอง

“เมื่อกี้ว่าอะไรนะ”

“บอกว่าจะหาแฟนค่ะ”

“อือ”

อือ?

แค่นั้น?

ฉันหันไปมองเต็มตัว

เช้านี้ยังเป็นคนตอบเองแท้ ๆ ว่า ถ้าฉันมีแฟนเขาก็ “ต้องโอเค”

ตอนนั้นฉันยังนึกว่าอย่างน้อยคำถามนั้นจะทำให้เขามีอาการบ้าง

ผลคือไม่มี

หน้าเฉยเหมือนฉันถามว่าพรุ่งนี้ฝนตกไหม

“พี่ไม่คิดจะถามหน่อยเหรอว่าจะหาที่ไหน”

“ทำไมต้องถาม”

“ก็พริมจะมีแฟนนะ”

“ยังไม่มีไม่ใช่เหรอ”

“ก็เลยจะหาไง”

ธามพยักหน้า

“ตามสบาย”

ฉันอ้าปากค้างนิดหนึ่ง

ผู้ชายคนนี้เมื่อวานยังขับรถสิบเอ็ดกิโลเมตรไป “ผ่านมา” ที่ร้านอาหารซึ่งฉันกินข้าวกับนนท์อยู่เลย

วันนี้พอพูดเรื่องแฟนกลับใจเย็นเป็นพระอิฐพระปูน

ได้

อยากนิ่งนักใช่ไหม

“งั้นพริมเปิดรับสมัครเลยดีกว่า”

“อือ”

อีกแล้ว

ฉันเริ่มคันไม้คันมือ

“คุณสมบัติก็ไม่เยอะค่ะ หล่อหน่อย สูงหน่อย ทำงานเป็น ไม่ขี้บ่น ไม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน”

ธามปิดแฟ้ม

“หาไม่ยากนี่”

“ที่สำคัญ ต้องไม่เรียกพริมว่าน้อง”

คราวนี้เขาหยุดไปนิดหนึ่ง

แค่เสี้ยวเดียว

แต่ฉันเห็น

“ข้อสุดท้ายสำคัญ?”

“มากที่สุดค่ะ”

“งั้นคนในซอยนี้คงไม่ผ่าน”

“ดีเลย จะได้เปิดรับนอกพื้นที่”

ฉันเชิดหน้า

ธามมองอยู่สองวินาที ก่อนยื่นกุญแจรถคืน

“เพ้อเสร็จแล้วก็เอารถเข้าบ้าน”

เพ้อ?

“พริมพูดจริงนะ”

“ครับ”

“อย่าครับแบบไม่เชื่อ”

“แล้วจะให้พี่ทำยังไง”

“ช่วยตื่นเต้นหน่อยก็ได้”

“คนจะมีแฟนคือพริม ทำไมพี่ต้องตื่นเต้น”

เจ็บอีก

ฉันกำกุญแจรถแน่น

“ได้ค่ะ ถ้าคนสมัครเยอะ เดี๋ยวเอาเรซูเม่มาให้พี่ช่วยคัดนะคะ”

ธามเลิกคิ้ว

“เกี่ยวอะไรกับพี่”

“ในฐานะผู้ปกครองไงคะ ชอบดูแลนัก”

ฉันยิ้มหวาน

“เผื่อจะได้เลือกคนมารับช่วงต่อ”

พูดจบก็หมุนตัวเข้าบ้านอย่างผู้ชนะ

อย่างน้อยฉันก็รู้สึกว่าตัวเองชนะอยู่ประมาณสามนาที

จนได้ยินเสียงแม่ดังมาจากห้องครัว

“เมื่อกี้พูดว่าจะหาแฟนเหรอลูก”

ฉันหยุดกึก

ค่อย ๆ หันกลับไป

แม่ยืนถือกล่องผลไม้อยู่ตรงประตูครัว

ข้างหลังแม่มีป้านวลกำลังจัดถุงผักอยู่บนโต๊ะกินข้าว

ผู้หญิงสองคนมองฉันพร้อมกัน

ฉันมีลางไม่ดีทันที

“แม่กลับมาตอนไหน”

“ก่อนลูกไม่กี่นาที”

“แล้วป้านวล...”

“ป้ามาคุยกับแม่เราตั้งแต่บ่ายแล้วจ้ะ”

เรียบร้อย

ได้ยินเต็ม ๆ แน่นอน

ประตูบ้านเปิดอีกครั้ง

ธามเดินเข้ามาพร้อมกระเป๋าโน้ตบุ๊กของฉันที่ลืมไว้ในรถ

เขาวางมันลงบนโต๊ะ

“ลืม”

“ขอบคุณค่ะ”

ฉันกัดฟันยิ้ม

คนต้นเหตุยังทำหน้าเหมือนไม่เกี่ยวอะไรกับตัวเอง

แม่เดินออกมาจากครัว

“สรุปอยากมีแฟนจริงเหรอ”

“พริมพูดเล่น”

“เมื่อกี้ยังประกาศว่าจะเปิดรับสมัครอยู่เลย”

“ประชดคนค่ะ”

“ประชดใคร”

ฉันเงียบ

ป้านวลหันไปมองลูกชาย

“ธาม?”

“ไม่เกี่ยวกับผมครับ”

ฉันหันขวับ

หน้าตายมาก

ถ้าไม่ติดว่าป้านวลอยู่ ฉันคงเอากุญแจรถปาใส่แล้ว

“ก็ดีนะ” แม่พูดต่อ “อายุยี่สิบสี่แล้ว จะมีแฟนแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร”

“พริมรู้ค่ะ แต่ยังไม่ได้รีบ”

“แม่มีคนหนึ่ง”

ฉันชะงัก

“อะไรนะ”

“ลูกชายเพื่อนแม่”

งานเข้า

เร็วเกินไปไหม

ฉันเพิ่งเปิดรับสมัครเมื่อสามนาทีก่อน ฝ่ายบุคคลหาผู้สมัครมาให้แล้ว?

แม่เดินไปหยิบโทรศัพท์ สีหน้ากระตือรือร้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“จำป้าจิ๊บได้ไหม ที่เคยมาบ้านเรา”

“จำหน้าไม่ค่อยได้ค่ะ”

“ลูกชายเขาอายุยี่สิบแปด ทำงานธนาคาร ตำแหน่งก็ดี นิสัยดี ไม่สูบบุหรี่ แล้วแม่เคยเห็นตัวจริงนะ หล่อใช้ได้เลย”

“เดี๋ยวก่อนแม่”

ฉันรีบยกมือ

“พริมไม่ได้หมายความว่าจะหาตอนนี้”

“ก็ไม่ได้ให้แต่งพรุ่งนี้ แค่รู้จักกันไว้”

“ไม่ต้องรู้จักก็ได้”

“ทำไมล่ะ เมื่อกี้ยังอยากมีแฟนอยู่เลย”

ฉันเหลือบมองธาม

เจ้าตัวยืนพิงขอบโต๊ะ เปิดขวดน้ำดื่มหน้าตาเฉย

ดูสบายมาก

“ต้นเหตุไม่คิดจะช่วยอะไรเลยเหรอคะ”

ธามลดขวดน้ำ

“พี่ทำอะไร”

“ก็พี่...”

ฉันหยุดทัน

สองแม่ยังไม่รู้ว่าฉันประกาศจะจีบลูกชายบ้านข้าง ๆ อย่างเป็นทางการแล้ว

หรืออย่างน้อยฉันก็คิดว่ายังไม่รู้

“พี่อะไร” ธามถาม

ยังจะถามอีก

“ช่างเถอะค่ะ”

ฉันหันกลับหาแม่

“พริมไม่ชอบดูตัว”

“ใครบอกว่าดูตัว”

“นัดผู้ชายโสดกับผู้หญิงโสดไปกินข้าว แล้วบอกให้รู้จักกันไว้ นี่ไม่เรียกดูตัวแล้วเรียกอะไร”

ป้านวลหัวเราะ

“เรียกกินข้าวก็ได้ลูก จะได้สบายใจ”

“ป้านวลก็เอากับแม่ด้วยเหรอคะ”

“ป้าแค่เห็นว่าไปกินสักมื้อก็ไม่เสียหาย ถ้าไม่ถูกใจก็จบ”

ฉันมองผู้หญิงสองคนสลับกัน

แนวร่วมไม่มีสักคน

“พริมรู้จักคนเยอะแล้วค่ะ”

แม่ถามทันที

“แล้วมีใครมาจีบไหม”

ฉันเงียบ

“ไม่มีใช่ไหม”

“มี...มั้ง”

ทันทีที่พูดออกไป ฉันเห็นคนที่ยืนดื่มน้ำอยู่เงยหน้าขึ้น

ไวเสียด้วย

แม่ตาโต

“ใคร”

“ก็ยังไม่มีเป็นเรื่องเป็นราว”

“ช่างภาพที่มาส่งวันก่อนหรือเปล่า”

“นนท์เป็นเพื่อน”

“อ๋อ”

แม่พยักหน้า

ฉันไม่รู้ทำไมต้องรีบเหลือบมองธามอีกครั้ง

เขากลับไปดื่มน้ำแล้ว

ทำเหมือนไม่ฟัง

เก่งเหลือเกินเรื่องทำเหมือนไม่สนใจ

“งั้นก็ยิ่งดี” แม่ว่า “เปิดโอกาสให้ตัวเองบ้าง”

ฉันแทบหัวเราะ

ช่วงนี้ฉันเปิดโอกาสมากจนเดินไปบอกผู้ชายถึงหน้าบ้านว่าจะจีบแล้วค่ะคุณแม่

แต่พูดไม่ได้

ป้านวลหันไปถามลูกชาย

“ว่าไงธาม น้องจะมีแฟนแล้ว”

คำว่า น้อง แทงหูฉันอีกครั้ง

ฉันมองเขา

ธามวางขวดน้ำลง

“ก็เรื่องของพริมครับ”

ฉันเม้มปาก

แม่พยักหน้าเห็นด้วย

“เห็นไหม พี่ธามยังไม่ว่าอะไรเลย”

แน่นอน

เขาจะว่าอะไรได้

ก็เพิ่งตอบฉันเองว่า ก็ต้องโอเค

“ก็ได้ค่ะ”

ฉันทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้

“ดูรูปก่อนก็ได้ แต่ยังไม่รับปากว่าจะไปกินข้าวนะ”

แม่ยิ้มทันทีราวกับรอประโยคนี้อยู่แล้ว

“ได้ แค่ดูก่อน”

จากนั้นก็เริ่มเลื่อนหารูปในโทรศัพท์

“แม่อย่าส่งเบอร์พริมให้เขานะ”

“ยังไม่ส่ง”

“คำว่ายังฟังไม่น่าไว้ใจเลย”

ป้านวลหัวเราะ

ส่วนธามยังยืนเงียบ

ฉันตัดสินใจไม่สนใจเขาแล้ว

อยากเฉยก็เฉยไป

เดี๋ยวฉันดูผู้ชายคนใหม่จริง ๆ ให้รู้แล้วรู้รอด

“นี่ไง เจอแล้ว”

แม่ยื่นโทรศัพท์มาทางฉัน

ฉันกำลังจะเอื้อมมือไปรับ

แต่มีมืออีกข้างยื่นผ่านหน้าฉันไปก่อน

เร็วมาก

เร็วจนปลายนิ้วฉันยังไม่ทันแตะเครื่อง

โทรศัพท์ไปอยู่ในมือธามเรียบร้อย

ฉันหันขวับ

คนที่เมื่อครู่ยังบอกว่า ก็เรื่องของพริม ก้มมองรูปบนหน้าจออยู่สองวินาที ก่อนเงยหน้าถามแม่ด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท

“คนนี้เหรอครับ?”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป