บทที่ 9 คุณสมบัติลูกเขยผ่าน แต่พี่ข้างบ้านไม่ผ่าน
บทที่ 9 คุณสมบัติลูกเขยผ่าน แต่พี่ข้างบ้านไม่ผ่าน
--------------------------------------------------------------
“คนนี้เหรอครับ?”
ธามถามทั้งที่โทรศัพท์ยังอยู่ในมือเขา
ฉันมองมือเขา แล้วมองหน้าเขา
คนที่เมื่อครู่ยังบอกว่าเรื่องหาแฟนเป็นเรื่องของฉัน ตอนนี้กำลังขยายรูปผู้ชายคนอื่นดูเต็มจอราวกับฝ่ายบุคคลเรียกตรวจประวัติผู้สมัคร
แม่พยักหน้าอย่างกระตือรือร้น
“ใช่ หล่อไหม”
ธามไม่ตอบทันที
เขามองรูปต่ออีกสองวินาที ก่อนเลื่อนดูรูปถัดไปเองอย่างหน้าตาเฉย
ฉันเอื้อมมือไปแย่ง
“ขอดูบ้างค่ะ นี่ว่าที่แฟนพริมนะ”
ธามยกโทรศัพท์หนี
“ยังไม่ใช่”
“งั้นว่าที่คนจะไปกินข้าวด้วย”
“ก็ยังไม่ใช่”
“แล้วพี่ถือทำไม”
“กำลังดูให้”
ฉันหัวเราะออกมา
“ใครขอ?”
เขาเงียบ
ป้านวลที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ หลุดยิ้ม ส่วนแม่ฉันทำเหมือนไม่เห็นอะไร นอกจากเดินเข้าครัวไปจัดกับข้าวต่ออย่างอารมณ์ดี
สุดท้ายธามถึงยอมคืนโทรศัพท์
ฉันก้มดูรูปจริงจังบ้าง
ผู้ชายในภาพหน้าตาดีจริง สูง ผิวขาว ยิ้มสุภาพ เสื้อเชิ้ตเรียบกริบ ดูเป็นคนที่แม่ ๆ น่าจะชอบมาก
“ก็หล่อนะ”
ฉันพูดลอย ๆ
ธามที่กำลังเปิดขวดน้ำอยู่ข้าง ๆ ตอบทันที
“รูปแต่งได้”
ฉันหันไป
“พริมยังไม่ได้ถาม”
“พูดเฉย ๆ”
อีกแล้ว
คำว่า เฉย ๆ ของเขานี่ใช้ได้ทุกสถานการณ์จริง ๆ
ฉันไม่เถียงต่อ เพราะตอนนั้นแม่เรียกให้ช่วยยกจาน และไม่นานนักโต๊ะอาหารของบ้านฉันก็เต็มไปด้วยกับข้าวจากสองบ้านเหมือนทุกครั้งที่ผู้ใหญ่สองฝั่งนัดกินข้าวด้วยกัน
ลุงธีร์ตามมาทีหลัง พอรู้หัวข้อสนทนาก็หัวเราะ
“อ้าว วันนี้มาคัดลูกเขยกันเหรอ”
“ยังไม่ได้คัดค่ะลุง” ฉันรีบตอบ “แค่ดูรูป”
แม่วางจานแกงลงกลางโต๊ะ
“ดูไว้ก่อน นัดกินข้าวสักมื้อก็ไม่เสียหาย”
ฉันยังไม่ทันพูดอะไร ป้านวลก็ถามธาม
“เมื่อกี้เห็นลูกดูรูปตั้งนาน เป็นไงบ้าง”
ฉันรีบหันไปหาเขา
อยากรู้เหมือนกันว่าจะตอบยังไง
ธามตักข้าวใส่จานตัวเอง
“ก็ธรรมดาครับ”
“ธรรมดาตรงไหนคะ” ฉันสวน “พริมว่าหล่อ”
ช้อนในมือเขาหยุดนิดหนึ่ง
“รูปเดียวดูอะไรได้”
“มีตั้งสี่รูป”
“มุมเดียวกันเกือบหมด”
ฉันก้มดูโทรศัพท์อีกที
จริงด้วย
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น
“เขาสูงร้อยแปดสิบสองนะ” แม่ช่วยเสริม
ฉันหันไปยิ้ม
“ดีเลย พริมชอบคนสูง”
ธามตักแกงเข้าปาก
“สูงอย่างเดียวไม่ได้แปลว่าอะไร”
“อย่างน้อยก็หยิบของบนชั้นสูงให้พริมได้”
“เก้าอี้มี”
ฉันแทบหลุดหัวเราะ
ลุงธีร์เริ่มมองลูกชายตัวเองอย่างสนใจ
แม่ฉันยังเล่าต่อ
“งานก็ดีนะ เป็นผู้จัดการสาขาแล้ว”
ฉันพยักหน้าแรง
“เก่งนะ อายุยังไม่มากเลย”
ธามเงยหน้า
“ขึ้นเร็วเกินไปหรือเปล่า”
ฉันมองเขา
“เร็วแล้วไม่ดีตรงไหน”
“ก็ต้องดูว่าขึ้นเพราะผลงานหรือเพราะเส้น”
ทั้งโต๊ะเงียบไปครึ่งวินาที
ป้านวลวางช้อน
“ธาม ลูกยังไม่รู้จักเขาเลย”
“ผมก็แค่บอกว่าต้องดู”
“เมื่อกี้ใครบอกว่าเรื่องของพริมคะ”
ฉันถาม
ธามหันมามอง
“ก็เรื่องของพริม”
“แล้วพี่ตรวจละเอียดทำไม”
“กันไว้ก่อน”
“กันอะไร”
เขาไม่ตอบ
ฉันยิ้มในใจ
จับทางได้แล้ว
ยิ่งฉันชม เขายิ่งค้าน
งั้นก็ลองอีกหน่อย
แม่เลื่อนรูปต่อ
“แม่เขาบอกว่าไม่ดื่ม ไม่สูบ ชอบออกกำลังกาย แล้วก็ชอบทำอาหารด้วย”
“โอ้โห”
ฉันทำตาโต
“ครบมาก”
ธามวางช้อน
“คนไม่ดื่มไม่สูบไม่ได้แปลว่านิสัยดี”
“จริงค่ะ แต่ก็ถือว่าเป็นข้อดี”
“บางคนต่อหน้าผู้ใหญ่ก็ดี”
“พี่รู้จักเขาหรือคะ”
“ไม่รู้”
“แล้วรู้ได้ไงว่าต่อหน้าผู้ใหญ่ดี”
ธามเงียบอีกแล้ว
ฉันต้องก้มหน้าตักข้าวเพื่อซ่อนยิ้ม
สนุกกว่าที่คิดแฮะ
ลุงธีร์มองฉันที มองธามที แล้วเลือกตักปลาเงียบ ๆ อย่างคนไม่อยากพลาดฉากต่อไป
แม่ฉันยังไม่รู้เรื่องเกมนี้
“เห็นว่าชอบหมาด้วยนะลูก”
“พริมก็ชอบหมา”
“พริมแพ้ขนหมา”
ธามพูดทันที
ฉันหันขวับ
“แพ้นิดเดียว”
“คราวก่อนตาบวม”
“กินยาได้”
“จะคบใครถึงขั้นต้องกินยา?”
ฉันเกือบสำลักข้าว
ป้านวลหลุดหัวเราะก่อนใคร
“เดี๋ยวนะธาม จากชอบหมาไปถึงคบกันแล้วเหรอ”
เขาชะงัก
“ผมพูดเผื่อ”
“เผื่อไกลมากเลยนะลูก”
ฉันยิ่งอยากแกล้งต่อ
“ไม่เป็นไรค่ะ พริมเสียสละได้ ถ้าเขาหล่อจริง”
ธามหันมามองทันที
“หน้าตาสำคัญขนาดนั้น?”
“สำหรับการมองทุกวันก็สำคัญนะคะ”
“เดี๋ยวก็แก่”
“พี่ก็แก่ค่ะ”
ลุงธีร์หัวเราะเสียงดังจนเกือบทำช้อนหล่น
ธามปรายตามองฉัน
“พี่สามสิบเอ็ด”
“พริมไม่ได้บอกว่าพี่แก่ตอนนี้ บอกว่าเดี๋ยวก็แก่เหมือนกัน”
“งั้นผู้ชายในรูปก็แก่”
“ถ้าแก่พร้อมพริมก็โอเค”
เงียบ
รอบนี้เงียบจริง
ฉันเกือบหลุดยิ้ม แต่รีบก้มหน้ากินต่อ
ป้านวลยกแก้วน้ำขึ้นปิดปาก
ลุงธีร์หันหน้าไปอีกทาง แต่ไหล่สั่น
มีเพียงแม่ฉันที่ยังตั้งใจขายลูกชายเพื่อนต่อ
“บ้านเขาก็อยู่ไม่ไกลนะ ถ้าคบกันจริงไปมาสะดวก”
ธามถามขึ้นทันที
“อยู่ไหนครับ”
ฉันเงยหน้า
“พี่จะไปดูบ้านด้วย?”
“ถามเฉย ๆ”
“อีกแล้ว”
แม่บอกชื่อย่าน
ธามทำหน้าคิด
“รถติด”
ฉันวางช้อน
“พี่ธาม”
“อะไร”
“พริมยังไม่ได้คบเลยค่ะ ไม่ต้องวางแผนเส้นทางไปบ้านเขา”
“ก็ดี จะได้ไม่ต้องไป”
“ทำไมคะ”
“รถติด”
ฉันสูดหายใจลึก
คนอะไรจะดื้อได้ขนาดนี้
ป้านวลหัวเราะเบา ๆ
“แม่ว่าคนในรูปก็ดูดีนะธาม งานดี ครอบครัวก็ดี นิสัยถ้าตามที่แม่เขาเล่าก็ไม่มีอะไรน่าห่วง”
ฉันรีบพยักหน้า
“ใช่ค่ะ พริมว่าผ่านทุกข้อ”
ธามหันมา
“ยังไม่เคยเจอตัวจริง จะผ่านได้ยังไง”
“ก็ผ่านรอบเอกสารก่อนค่ะ”
“นี่สมัครงาน?”
“สมัครแฟนไงคะ”
คราวนี้ฉันเห็นเขาเม้มปากชัด ๆ
ป้านวลคงทนดูต่อไม่ไหว วางช้อนแล้วหันไปถามลูกชายตรง ๆ
“แล้วแบบไหนถึงจะดีพอสำหรับน้อง”
คำถามนั้นทำให้โต๊ะอาหารเงียบลงทันที
ธามไม่ได้ตอบ
เขาก้มมองจานตัวเองเหมือนในข้าวมีคำตอบซ่อนอยู่
ฉันมองหน้าเขา
หนึ่งวินาที
สองวินาที
สามวินาที
ยังเงียบ
ฉันเกือบหลุดยิ้ม
เพราะคนที่มีเหตุผลค้านทุกข้อ เมื่อถูกถามว่าต้องการแบบไหนกลับตอบไม่ได้สักคำ
แม่ฉันมองธามอย่างสงสัย
ลุงธีร์กระแอมเบา ๆ
ส่วนป้านวลมองลูกชายตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้
“ถ้าหวงขนาดนี้ แต่งเองไหมล่ะ”
พรวด!
ธามสำลักน้ำทันที
ฉันตาโต
ลุงธีร์รีบส่งทิชชูให้ลูกชาย ส่วนป้านวลหัวเราะจนต้องจับขอบโต๊ะ
ฉันเองต้องกัดปากแน่นสุดชีวิต
เพราะนี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่รู้จักกันมา
ที่เห็นพี่ธามผู้ไม่สะทกสะท้านกับอะไร แพ้น้ำเปล่าแค่เพราะคำคำเดียว
