บทที่ 1 ความซวยมาเยือนในเช้าวันอาทิตย์

แสงแดดจ้าที่ส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาไม่ได้ทำให้ ‘ลูกหว้า’ รู้สึกทรมานเท่ากับอาการปวดหนึบที่ขมับ ทว่าสิ่งที่ทำให้หญิงสาววัยยี่สิบแปดปีแทบอยากจะกลั้นใจตายให้รู้แล้วรู้รอด ไม่ใช่อาการแฮงก์จากการกระดกเตกีล่าเพียวๆ เมื่อคืน... แต่เป็นท่อนแขนหนักอึ้งที่พาดกอดอยู่บนเอวเปลือยเปล่าของเธอต่างหาก

ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ค่อยๆ หันขวับไปมองเจ้าของอ้อมกอดที่นอนร่วมเตียงเดียวกัน เมื่อเห็นเสี้ยวหน้าด้านข้างที่คุ้นเคยกำลังหลับสนิท ลูกหว้าก็แทบจะกรีดร้องออกมาสุดเสียง

ไอ้เด็กเจได!

เจได... เด็กหนุ่มข้างบ้านวัยยี่สิบสองปีที่เพิ่งเรียนจบหมาดๆ ไอ้เด็กหน้าหล่อทรงวิศวะที่ชอบกวนประสาทเธอมาตั้งแต่ยังใส่กางเกงขาสั้น ไอ้คนที่ชอบล้อว่าเธอเป็นป้าขึ้นคาน และเป็นคนที่เธอเหม็นขี้หน้าที่สุดในซอย!

"ตื่นแล้วเหรอครับ... พี่สาว"

เสียงทุ้มแหบพร่าดังขึ้นใกล้ใบหู พร้อมกับแรงกระชับที่เอวซึ่งดึงเธอเข้าไปแนบชิดแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยข่วนจางๆ!

"ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้เด็กบ้า! แล้วนี่... นี่มันเกิดอะไรขึ้น!"

ลูกหว้าแว้ดใส่ พยายามดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดบังร่างของตัวเองอย่างทุลักทุเล ใบหน้าเห่อร้อนจนแทบจะระเบิดเป็นโกโก้ครั้นช์เมื่อสมองเริ่มประมวลผลภาพเหตุการณ์บางอย่างในหัว

เจไดลืมตาขึ้นช้าๆ รอยยิ้มมุมปากที่ดูยังไงก็เจ้าเล่ห์สุดๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา

"อ้าว พี่จำไม่ได้เหรอครับว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น... พี่เมาแอ๋ร้องไห้กอดเสาไฟ พอผมจะแบกพี่มาส่งบ้าน พี่ก็ดึงคอเสื้อผม ลากผมขึ้นเตียงเฉยเลย"                                   

เจไดเลิกคิ้ว แกล้งชี้ไปที่รอยข่วนตรงแผงอก            

"แถมพอผมถามย้ำตั้งสามรอบว่า                        

‘พี่หว้า พี่รู้ตัวไหมเนี่ยว่ากำลังทำอะไร และผมคือใคร’... พี่ก็เป็นคนดึงผมไปจูบแล้วบอกเองนะว่า ‘รู้สิ ไอ้หมาเด็กเจไดไง ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้นนะ’ ...หลักฐานคามือแถมยืนยันสิทธิชัดเจนขนาดนี้ พี่จะบอกว่าจำไม่ได้ไม่ได้นะคร้าบบบ"

"หยุด! หุบปากเดี๋ยวนี้เลยนะ!"

ลูกหว้าหน้าแดงแปร๊ดจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี เมื่อโดนคำพูดของเขาไปกระตุกสวิตช์ความทรงจำ! ภาพตัวเองนอนคร่อมอยู่บนตัวเขาแล้วกดสะโพกโยกคลึงอย่างเอาแต่ใจ แถมยังเป็นคนออกปากอนุญาตอย่างเต็มใจ พรั่งพรูเข้ามาในหัวจนเธออยากจะเอาหัวโหม่งกำแพงให้สลบไปอีกรอบ

"ฉันเมา! เมื่อคืนมันก็แค่ความผิดพลาดเพราะฤทธิ์เหล้า ถือซะว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เข้าใจไหม? ลืมๆ มันไปซะ!"                                                                        

ลูกหว้าเชิดหน้าขึ้น แสร้งทำเสียงแข็งเพื่อกลบเกลื่อนความเสียอาการขั้นสุด

"โห... ใจร้ายจัง"

เจไดทำหน้างอเหมือนลูกหมาโดนทิ้ง ดวงตาคมตกลงเล็กน้อยดูน่าสงสารชวนให้ใจอ่อน      

"ผมพยายามเบรกพี่แล้วนะ แต่พี่ก็สลัดมาดพี่สาวคนสวย แปลงร่างเป็นคาวบอยสาวขึ้นควบขี่ผมซะยับเยินขนาดนี้... ผมเสียหายคามือพี่เลยนะเนี่ย รุกผมซะขนาดนั้นแล้วจะมาฟันแล้วทิ้งแบบนี้... ผมฟ้องแม่พี่แน่"

"ไอ้เจได!"                                                         

เธอหยิบหมอนฟาดหน้าหล่อๆ นั่นไปหนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้ระคนอับอาย                                            

"แกจะบ้าเหรอ! แกเป็นผู้ชายนะ จะมาเสียหงเสียหายอะไร แล้วถ้าแกกล้าบอกแม่ฉันล่ะก็ ฉันฆ่าแกหมกชักโครกแน่!"

"โอ๊ยๆ ยอมแล้วๆ"                                              

ชายหนุ่มยกมือขึ้นปัดป้อง ก่อนจะอาศัยจังหวะที่เธอเผลอ พลิกตัวขึ้นคร่อมร่างบางเอาไว้ในเสี้ยววินาที

ลูกหว้าชะงักกึก ดวงตาที่เคยทำเป็นน่าสงสารเหมือนลูกหมาเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นวาววับ เจ้าเล่ห์ และแฝงไปด้วยความปรารถนาที่ปิดไม่มิด

"ตกลงครับ... เมื่อคืนถือว่าความเต็มใจของเราคือความผิดพลาด และไม่มีอะไรเกิดขึ้นตามที่พี่ขอ..."            

เจไดกระซิบชิดริมฝีปากบาง ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดจนลูกหว้าเผลอกลั้นหายใจ                                     

"...แต่ในเมื่อเมื่อคืนพี่เป็นคนเริ่มคุมเกมไปแล้ว เช้านี้ ตาผมขอคุมเกมคืนบ้างแล้วกันนะครับ"

"อ... ไอ้เด็กผี! อื้อ!"

คำด่าทอถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อไอ้หมาเด็กที่เธอเคยปรามาส ทาบทับริมฝีปากลงมาอย่างดุดันและเอาแต่ใจ ลูกหว้าเบิกตากว้าง พยายามทุบตีแผงอกกว้างแต่กลับถูกรวบข้อมือเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย

ใครบอกว่าไอ้เด็กนี่มันไม่มีพิษสง... มันคือหมาป่าห่มหนังลูกหมาที่รอจังหวะขย้ำเธอซ้ำสองชัดๆ และดูเหมือนว่า... โอกาสรอดของคาวบอยสาวในเช้าวันนี้จะริบหรี่เต็มทีเสียด้วย

บทถัดไป