บทที่ 10 เกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้น

"สวัสดีครับน้าสมร หอมกลิ่นข้าวต้มมาถึงหน้าบ้านเลยครับ วันนี้ตื่นมาทำกับข้าวแต่เช้า ดูสดใสกว่าตอนไปสอนหนังสืออีกนะครับเนี่ย"                          

เจไดยกมือไหว้แม่สมรอย่างนอบน้อม แถมยังปากหวานประจบประแจงจนอดีตคนเป็นครูยิ้มแก้มแทบปริ

"ปากหวานจริงเชียวพ่อคุณ... มากินข้าวต้มหมูก่อนไหมลูก น้าพิ่งทำเสร็จร้อนๆ เลย"

"ขอบคุณครับ แต่เดี๋ยวผมพายัย... เอ้ย พาพี่หว้าไปแวะซื้อแซนด์วิชกินบนรถดีกว่าครับ กลัวพี่เขาจะสาย"  

เจไดส่งยิ้มหวานให้แม่ยาย ในอนาคตก่อนจะปรายตามามองผู้หญิงที่กำลังนั่งหน้าหงิกเป็นม้าหมากรุกอยู่บนโซฟา                                                                

"ไปกันเถอะครับ... พี่สาว"

ลูกหว้ากัดฟันกรอด คว้ากระเป๋าเดินกระแทกไหล่เขาออกไปที่รถอย่างหัวเสีย โดยมีเจไดเดินตามหลังมาติดๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะหึๆ ในลำคอ

ทันทีที่ก้าวขึ้นมานั่งบนเบาะรถเอสยูวีคันหรู ลูกหว้าก็ตวัดสายตาเขียวปัดใส่คนขับรถจำเป็นทันที

"นี่แกแอบโทรฟ้องแม่ฉันใช่ไหมฮะ! แกจะมาคอยรับคอยส่งฉันทำไมนักหนา ฉันอึดอัดนะเว้ย!"

เจไดสตาร์ทรถ หมุนพวงมาลัยเลี้ยวออกจากซอยด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับไม่สะทกสะท้านต่ออารมณ์เกรี้ยวกราดของคนข้างๆ                                   

"ฟ้องอะไรกัน ผมแค่โทรมาเช็กคิวผู้โดยสารเฉยๆ... ก็รู้อยู่ว่าพี่น่ะดื้อ ชอบหาทางหนี ผมก็เลยต้องให้ผู้ใหญ่ช่วยจัดการนิดหน่อย"

"ไอ้เด็กบ้า! แกว่างนักหรือไงฮะ ถึงได้มีเวลามาตามกวนประสาทฉันทุกวันแบบนี้! เอาเวลาไปอ่านหนังสือสอบใบ กว. ของแกนู่นไป!"

"ใครว่าผมว่างครับ การสอบใบประกอบวิชาชีพวิศวกรน่ะสำคัญจะตาย..."                                          

เจไดหันมาส่งยิ้มมุมปาก ยกมือข้างหนึ่งตบลงบนหนังสือเล่มหนาปึกที่วางอยู่ตรงคอนโซลกลาง นัยน์ตาคมพราวระยับอย่างมีเลศนัย 

"แต่เพื่อ 'พี่สาว' คนพิเศษ... ผมยอมไปนั่งอ่านหนังสือรอที่ร้านกาแฟแถวออฟฟิศพี่ทั้งวันยังได้เลย"

"หยุดเรียกฉันว่าพี่สาวด้วยน้ำเสียงขนลุกแบบนั้นเดี๋ยวนี้นะเจได!"                                                      

ลูกหว้าแหวใส่ ยกมือขึ้นกอดอก ขนแขนลุกซู่ไปหมด

"อ้าว... ก็น้าสมรบอกเองว่าให้ผมเป็นน้องชายที่น่ารัก คอยดูแลพี่สาวอย่างพี่ให้ดีๆ"                                  

ชายหนุ่มลอยหน้าลอยตาตอบ                             

"แล้วนี่... เมื่อเช้ากะจะย่องหนีผมเหรอครับ แต่งตัวซะสวยเชียว... ทำไมล่ะครับ กลัวนั่งรถมากับผมแล้วจะเผลอใจสั่น ควบคุมตัวเองไม่ได้หรือไง?"

"หลงตัวเอง! ใครจะไปใจสั่นกับเด็กหน้ามึนอย่างแก!"

ลูกหว้าเชิดหน้าขึ้น เถียงคอเป็นเอ็น แม้ในใจจะแอบเต้นผิดจังหวะไปกับคำหยอกล้อของเขาก็ตา           

"ไม่ใจสั่นก็ดีแล้วครับ... เพราะถ้าพี่ใจสั่นขึ้นมาเมื่อไหร่..."                                                                      

เจไดเหยียบเบรกเมื่อเจอสัญญาณไฟแดง เขาหันมาท้าวแขนกับคอนโซลกลาง โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลูกหว้าต้องเอนตัวหนีไปชิดเบาะ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายสะอาดๆ ลอยมากระทบจมูกจนทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด           

"...ผมกลัวว่า พี่จะห้ามใจไม่ให้ปีนข้ามรั้วมาหาผม ไม่ไหวน่ะสิ"

"ไอ้... ไอ้เด็กเปรต! ขับรถไปเลยนะ ไฟเขียวแล้ว!"     

ลูกหว้าผลักไหล่เขาออกอย่างแรง หันหน้าหนีไปมองวิวนอกหน้าต่างเพื่อซ่อนพวงแก้มที่ร้อนผ่าวและแดงจัดราวกับมะเขือเทศสุก

เสียงหัวเราะทุ้มต่ำของเจไดดังลั่นไปทั่วห้องโดยสาร ตลอดทางไปออฟฟิศ เขาขยันสรรหาคำพูดมากวนประสาทและแหย่ให้เธอโมโหได้ไม่หยุดหย่อน

ลูกหว้าได้แต่กัดริมฝีปากตัวเองแน่น พยายามสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาป้องกันหัวใจ... เธอต้องท่องเอาไว้ให้ขึ้นใจ ว่าความสัมพันธ์นี้มันเป็นไปไม่ได้! ถ้าอดีตคุณครูสมรรู้เรื่องนี้เข้า บ้านต้องแตกแน่ๆ!

ไอ้หมาเด็กหน้ามึนนี่มันอันตรายเกินไปแล้ว... เธอต้องหาทางรอด สลัดตานี่ทิ้งให้เร็วที่สุด ก่อนที่ ‘กฎข้อที่หนึ่ง’ ของเธอ จะพังครืนลงมาไม่เหลือชิ้นดี!

เช้าวันเสาร์... วันหยุดพักผ่อนอันแสนล้ำค่าที่ลูกหว้าเฝ้ารอคอยมาทั้งสัปดาห์ ทว่าสวรรค์ของการนอนตื่นสายกลับพังทลายลงด้วยเสียงเคาะประตูดังปังๆ พร้อมกับเสียงสวรรค์(เบี่ยง)ของคุณนายแม่

"ยัยหว้า! ตื่นได้แล้วลูก ไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตปากซอยให้แม่หน่อย เร็วเข้า!"

ลูกหว้างัวเงียลุกขึ้นมานั่งหัวฟูบนเตียง

"ซื้ออะไรแต่เช้าเนี่ยแม่ วันนี้หนูหยุดนะ..."

"ก็เย็นนี้บ้านน้าจอยเขาจะมาปาร์ตี้หมูกระทะบ้านเราไง แกไปซื้อเนื้อหมู ซื้อผัก ซื้อน้ำอัดลมมาตุนไว้เลยนะ อ้อ! รีบๆ อาบน้ำแต่งตัวล่ะ น้องเจไดเขามารอหน้าบ้านแล้ว"

"ห๊ะ! เดี๋ยวนะแม่!" 

ลูกหว้าเบิกตากว้าง ความง่วงกระเด็นหลุดหายไปในพริบตา

"แล้วทำไมหนูต้องไปกับไอ้... เอ่อ... ไปกับเจไดด้วยล่ะ รถหนูก็มี!"

"มีก็เหมือนไม่มีนั่นแหละยัยหว้า รถแกสตาร์ทไม่ติดมาหลายวันแล้วไม่ใช่หรือไง ดีนะที่น้องเจไดเขาเรียนจบวิศวะฯ เครื่องกลมาพอดี เขาเลยบอกแม่ว่าเดี๋ยวจะสั่งอะไหล่มาซ่อมให้แกเอง... เห็นไหมว่าน้องเขามีน้ำใจขนาดไหน ทั้งขับรถมารับไปส่งแกที่ทำงาน ทั้งอาสาซ่อมรถให้ เพราะงั้นวันนี้แกก็ติดรถน้องไปซื้อของเลย จะได้ช่วยกันถือด้วย ไปๆ อาบน้ำ!"

คุณนายแม่ร่ายยาวจบก็เดินสะบัดบ๊อบจากไป ทิ้งให้ลูกหว้านั่งอ้าปากค้างอยู่บนเตียง                                      

หนอย... ไอ้เด็กผี! อาสาซ่อมรถให้บังหน้า ที่แท้ก็หาข้ออ้างจับรถเธอเป็นตัวประกันเพื่อจะเนียนเป็นสารถีต่อล่ะสิ ร้ายนักนะ!

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ลูกหว้าก็จำใจเดินหน้ามุ่ยออกมาที่หน้าบ้าน และก็เป็นไปตามคาด... เจไดยืนพิงรถเอสยูวีคันเก่งของตัวเองรออยู่แล้ว วันนี้เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดสีดำรัดรูปนิดๆ ที่เผยให้เห็นแผงอกกว้างและกล้ามแขนแน่นๆ จับคู่กับกางเกงยีนส์สีซีดขาดเข่า ดูหล่อเซอร์จนสาวๆ ที่เดินผ่านไปมาในซอยยังต้องเหลียวหลัง

แต่สำหรับลูกหว้า... เธอเห็นแล้วอยากจะเดินเข้าไปหยิกให้เนื้อเขียว

"แต่งตัวช้าจังเลยนะครับคุณป้า เอ่อ... คุณพี่สาว"     

เจไดแกล้งเปลี่ยนสรรพนามกะทันหันตอนที่เห็นสายตาพิฆาตของคนพี่                                               

"ขึ้นรถเลยครับ สารถีพร้อมให้บริการแล้ว"

"แกแกล้งดองรถฉันใช่ไหมเจได อะไหล่อะไรมันจะส่งช้าขนาดนี้ นี่มันสั่งจากดาวอังคารหรือไง!"                    

ลูกหว้าแหวใส่ทันทีที่ก้าวขึ้นมานั่งบนรถ

"โธ่พี่... ของมันต้องใช้เวลา รถรุ่นพี่มันเก่าแล้ว อะไหล่ก็หายากเป็นธรรมดา"                                        

ชายหนุ่มตอบหน้าตาย พลางหักพวงมาลัยเลี้ยวออกจากซอย                                                               

"ผมอุตส่าห์ลงแรงซ่อมให้ฟรีๆ ไม่คิดค่าตัวสักบาท พี่น่าจะขอบคุณผมด้วยการเลี้ยงข้าวสักมื้อนะ"

"ฝันไปเถอะ!"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป