บทที่ 11 ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะ

การเดินทางสิบห้านาทีเต็มไปด้วยการลับฝีปากกัดกันไปมาตลอดทาง จนกระทั่งถึงซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ เจไดทำหน้าที่เข็นรถเข็นเดินตามหลังลูกหว้าต้อยๆ เหมือนผู้ติดตาม แต่ด้วยส่วนสูงร้อยแปดสิบกว่าเซนติเมตรกับหน้าตาหล่อๆ ของเขา ทำให้ตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งแผนกอาหารสดได้อย่างง่ายดาย

"นี่แกช่วยเดินห่างๆ ฉันหน่อยได้ไหม ไม่เห็นหรือไงว่าคนเขามองกันหมดแล้ว"                                                  

ลูกหว้าหันไปกระซิบดุคนที่เดินซ้อนอยู่ด้านหลังจนแทบจะสิงแผ่นหลังเธออยู่แล้ว

"มองก็มองไปสิครับ ผมหล่ออ่ะ ช่วยไม่ได้"              

เจไดยักคิ้วกวนๆ ก่อนจะถือวิสาสะเอื้อมมือข้ามไหล่บางของลูกหว้าไปหยิบแพ็กเนื้อหมูสไลซ์บนชั้นวาง การกระทำนั้นทำให้แผงอกกว้างของเขาแนบชิดกับแผ่นหลังของเธอไปโดยปริยาย

"ทะ... ทำบ้าอะไรเนี่ย!"                                       

ลูกหว้าสะดุ้งเฮือก รีบเบี่ยงตัวหลบ ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาดื้อๆ

"ก็พี่เตี้ยอ่ะ หยิบไม่ถึงไม่ใช่เหรอ ผมก็ช่วยหยิบให้ไง"

"ฉันหยิบเองได้โว้ย!"                                 

หญิงสาวแหวใส่กลบเกลื่อนความเขิน รีบจ้ำอ้าวหนีไปทางโซนผักสด แต่ไอ้หมาเด็กตัวโตก็ยังเข็นรถตามมาติดๆ แถมยังยิ้มอารมณ์ดีเหมือนคนบ้า

"รับเห็ดเข็มทองเพิ่มไหมคะคุณลูกค้า"                    

พนักงานจัดเรียงสินค้าวัยป้าเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร                                                    

"ซื้อไปทำสุกี้หรือหมูกระทะคะเนี่ย แหม... แฟนหล่อจังเลยนะคะคุณน้อง เดินตามคุมแจเชียว น่ารักจริงๆ"

ลูกหว้าตาโตแทบถลน รีบโบกมือไม้เป็นพัลวัน         

"มะ... ไม่ใช่นะคะป้า! เราไม่ได้เป็น..."

"รับครับป้า เอาสามแพ็กเลย"                               

เจไดพูดแทรกขึ้นมาหน้าตาเฉย พร้อมกับส่งยิ้มกระชากใจให้คุณป้าพนักงานจนอีกฝ่ายแทบจะละลาย  

"พอดีว่าที่แฟน ผมเขากินจุน่ะครับ ช่วงนี้ต้องขุนหน่อย"

"ไอ้เจได!"                                                         

ลูกหว้าหันไปถลึงตาใส่ หยิกหมับเข้าที่ท่อนแขนแกร่งจนชายหนุ่มร้องโอย

"โอ๊ยๆ เจ็บนะพี่! ป้าครับดูสิครับ ยังไม่ทันเป็นแฟนก็ลงไม้ลงมือซะแล้ว แบบนี้ผมจะกลัวดีไหมเนี่ย"            

เขายังไม่วายหันไปอ้อนคุณป้าพนักงานที่ยืนหัวเราะชอบใจ

"แหม พ่อหนุ่มก็... ผู้หญิงเขาตีแปลว่าผู้หญิงเขารักจ้ะ ค่อยๆ จีบไปนะลูก"

ลูกหว้าแทบอยากจะมุดหัวลงไปในกะหล่ำปลีให้รู้แล้วรู้รอด หญิงสาวรีบกวาดของที่เหลือลงรถเข็นแล้วจ้ำอ้าวไปที่แคชเชียร์ทันที โดยไม่สนเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของคนที่เข็นรถตามมาด้านหลัง

เกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้น... คำโบราณเขาว่าไว้ไม่เคยผิด

แต่สิ่งที่ลูกหว้ายังไม่รู้ตัวก็คือ... แม้ปากเธอจะบ่นว่าเกลียดและรำคาญเขาแค่ไหน แต่รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากตอนที่เดินหันหลังให้เขานั้น มันกำลังทรยศความรู้สึกของเธอเข้าอย่างจัง

ปาร์ตี้หมูกระทะยามเย็นเริ่มต้นขึ้นที่สนามหญ้าหน้าบ้านของลูกหว้า กลิ่นหอมของน้ำซุปและเนื้อย่างลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ พร้อมกับเสียงหัวเราะต่อกระซิกของสองคุณนายแม่... แม่ของลูกหว้าและน้าจอย แม่ของเจได

ทั้งสองสาว(เหลือ)น้อยนั่งจับเข่าคุยกันออกรสออกชาติ ปล่อยให้หน้าที่หน้าเตาตกเป็นของหนุ่มวิศวะป้ายแดงอย่างเจได โดยมีลูกหว้านั่งทำหน้ามุ่ยเป็นลูกมือจำใจอยู่ฝั่งตรงข้าม

"ตาเจได ปิ้งสามชั้นเกรียมๆ ให้น้าหน่อยสิลูก"

แม่ของลูกหว้าหันมาสั่งการ

"ได้คร้าบคุณป้า รอแป๊บนะครับ"

เจไดรับคำอย่างแข็งขัน มือหนาจับที่คีบพลิกเนื้อหมูบนเตาอย่างคล่องแคล่ว ท่าทางทะมัดทะแมงบวกกับแสงไฟสีส้มจากเตาที่สาดกระทบเสี้ยวหน้าหล่อคมคาย ทำเอาลูกหว้าที่ลอบมองอยู่เผลอจ้องจนตาค้างไปชั่วขณะ

บ้าจริง... ทำไมจู่ๆ ถึงรู้สึกว่าไอ้เด็กนี่มันดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาได้วะ

หญิงสาวสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่าน ก่อนจะก้มหน้าก้มตาเตรียมจะคีบหมูชิ้นที่สุกแล้วเข้าปากตัวเอง แต่ทว่า...

หมับ!

ตะเกียบของเธอถูกที่คีบของคนฝั่งตรงข้ามสกัดเอาไว้กลางอากาศ

"อะไรของแกเนี่ย ชิ้นนี้ฉันเล็งไว้ก่อนนะ!"

ลูกหว้าแหวใส่ทันที

เจไดไม่ตอบ แต่กลับคีบหมูชิ้นนั้นไปใส่จานของแม่เธอแทน ก่อนจะคีบหมูอีกชิ้นที่ย่างสุกกำลังดีมาวางแหมะลงในจานของลูกหว้า

"ชิ้นเมื่อกี้มันติดมัน พี่กินไม่ได้หรอกเดี๋ยวก็บ่นว่าอ้วนอีก กินชิ้นนี้สิ ผมย่างเนื้อสันในแบบไร้มันให้พี่โดยเฉพาะเลยนะ สุกกำลังดี ไม่เหนียวด้วย"

ลูกหว้าก้มมองชิ้นเนื้อแดงล้วนในจานสลับกับใบหน้าเปื้อนยิ้มของเขา คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน                   

"แกรู้ได้ไงว่าฉันไม่กินมันหมู"

"เรื่องของพี่... มีอะไรบ้างที่ผมไม่รู้"

ชายหนุ่มยักคิ้วให้หนึ่งที ก่อนจะหันไปจัดการปอกเปลือกกุ้งเผาตัวโตด้วยมือเปล่าอย่างชำนาญ ทั้งที่มันยังร้อนจัด

ลูกหว้ามองการกระทำนั้นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดในใจ ปกติเวลาอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ ไอ้เด็กเจไดมักจะชอบแกล้งแย่งของกินเธอ หรือไม่ก็พูดจายั่วโมโหให้เธอต้องวีนแตก แต่วันนี้... เขากลับทำหน้าที่ดูแลทุกคนบนโต๊ะอย่างเงียบๆ และที่สำคัญคือ... เขาใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของเธออย่างน่าประหลาด

แหมะ...

กุ้งเผาตัวอวบอ้วนที่ถูกแกะเปลือกออกอย่างสวยงาม ถูกคีบมาวางลงในจานของลูกหว้า

"ไม่ต้องมามองหน้าผมแบบระแวงเลยนะ กินๆ เข้าไปเถอะครับ กุ้งเนี่ยมีโปรตีน บำรุงสมอง พี่จะได้เลิกทำหน้าเอ๋อสักที"

“ไม่ต้องมาพูดมาก แกแกล้งเอาใจฉันต่อหน้าแม่ใช่ไหมเนี่ย มีแผนอะไรฮะ"

เจไดชะงักมือที่กำลังปอกเปลือกกุ้งเผาตัวโต รอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลาเจื่อนลงทันที นัยน์ตาคมที่เคยกวนประสาทเปลี่ยนเป็นสลดลงราวกับลูกหมาโดนดุ

"โห... ผมตั้งใจย่างหมูให้ แกะกุ้งให้ ดูแลเอาใจใส่พี่ขนาดนี้... พี่ยังมองผมไม่ดีอีกเหรอเนี่ย น่าน้อยใจชะมัดเลยครับ"

น้ำเสียงทุ้มตัดพ้อเบาๆ พร้อมกับดวงตาที่หลุบต่ำลง แกล้งทำไหล่ตกนิดๆ ทำเอาลูกหว้าที่กำลังคีบหมูเข้าปากถึงกับชะงักกึก!

"ค... ใครว่าอะไรเล่า! ฉันก็แค่ถามดูเฉยๆ"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป