บทที่ 12 ใครบอกว่าผมจะเป็นแค่น้องชาย

ลูกหว้าละล่ำละลัก อึกอักทำตัวไม่ถูกเมื่อจู่ๆ ไอ้เด็กหน้ามึนก็มาโหมดอ่อนไหว

"ตายแล้วยัยหว้า! ไปทำหน้ายักษ์ใส่น้องทำไมฮะ!"   

คุณนายสมรที่แอบฟังอยู่หันมาดุลูกสาวทันที             

"น้องอุตส่าห์บริการปิ้งหมูแกะกุ้งให้กินจนมือพองหมดแล้ว ยังจะไปจับผิดน้องอีก นิสัยไม่ดีเลยนะเราเนี่ย"

"อ้าว แม่! หว้ายังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ!"                  

ลูกหว้าอ้าปากค้าง หันไปขอความช่วยเหลือจากน้าจอย แต่อีกฝ่ายก็ส่งยิ้มแห้งๆ มาให้แทน

"ไม่เป็นไรครับคุณแม่ พี่หว้าเขาก็ชอบดุผมแบบนี้แหละครับ ผมชินแล้ว..."                                           

เจไดรีบหันไปทำหน้าซื่อตาใสใส่คุณนายแม่            

"แต่ถึงพี่เขาจะดุ จะมองผมในแง่ร้ายยังไง ผมก็เต็มใจดูแลครับ... ในฐานะน้องชายที่แสนดี ของพี่หว้าไงครับ"

"โอยยย พ่อคุณเอ๊ย น่าเอ็นดูจริงๆ ยัยหว้านะยัยหว้า มีน้องชายข้างบ้านดีๆ แบบนี้ หัดทำตัวน่ารักๆ กับน้องบ้างสิลูก!"

คุณนายสมรบ่นลูกสาวยืดยาว ก่อนจะคีบหมูชิ้นโตไปใส่จานให้เจไดเป็นการปลอบใจ

ลูกหว้าได้แต่นั่งกัดตะเกียบกรอดๆ มองไอ้หมาเด็กตัวแสบที่แกล้งทำหน้าเศร้าเรียกคะแนนสงสารจากผู้ใหญ่ แต่พอแม่ๆ หันกลับไปคุยกันต่อ... ไอ้เด็กเวรนั่นก็หันมาเลิกคิ้ว ยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ แล้วส่งสายตาแพรวพราวมาให้เธออย่างจงใจ

หนอย... ไอ้เด็กมารยา! ต่อหน้าผู้ใหญ่ทำเป็นน้องชายที่แสนดีขี้น้อยใจ ลับหลังล่ะเจ้าเล่ห์นักนะ

"ค่อยๆ กินสิครับพี่หว้า ไม่มีใครแย่งซะหน่อย เลิกทำหน้าดุได้แล้ว เดี๋ยวตีนกาก็ขึ้นหรอก"

เจไดหัวเราะเบาๆ ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมมาดึงทิชชู่แล้ว... ซับลงบนมุมปากที่เปื้อนคราบน้ำจิ้มของเธออย่างแผ่วเบา

การกระทำนั้นรวดเร็วและเป็นธรรมชาติมากจนลูกหว้าตั้งตัวไม่ทัน สัมผัสสากนิดๆ จากปลายนิ้วของเขาที่เฉียดผ่านแก้ม ประกอบกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่ลอยมาแตะจมูกในระยะประชิด ทำเอาหัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติของหญิงสาว... กระตุกวูบ

ลูกหว้าเงยหน้าขึ้นสบตากับคนร่างสูง นัยน์ตาคมกริบของเจไดในระยะประชิดไม่ได้มีแววตาทะเล้นขี้เล่นเหมือนเมื่อครู่ แต่มันกลับลึกล้ำ อบอุ่น และแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้คนมองแทบจะละลายหายไปตรงนั้น

"โตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะเรา หัดดูแลพี่เขาเป็นด้วย"       

เสียงน้าจอยดังแทรกขึ้นมา ทำลายมนต์สะกดระหว่างทั้งสองคน                                                    

"ดีเลยจ้ะ หว้าจะได้ไม่ต้องเหนื่อยดูแลตัวเองคนเดียว มีน้องชายบ้านใกล้เรือนเคียงมาช่วยเทคแคร์แบบนี้ แม่ก็หมดห่วง"

"ครับน้าสมร... ผมจะดูแลพี่หว้าให้ดีที่สุดเลยครับ"

เจไดตอบรับคุณนายสมร แต่สายตากลับจดจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของลูกหว้าไม่วางตา รอยยิ้มมุมปากที่เคยดูเจ้าเล่ห์ บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนจนคนมองใจสั่น

คำว่าดูแลของเขา... มันฟังดูหนักแน่นและมีความหมายมากกว่าคำว่าหน้าที่ของน้องชายข้างบ้านตั้งเยอะ

กำแพงความรำคาญที่ลูกหว้าเพียรสร้างมาตลอดหลายปี จู่ๆ ก็เหมือนจะเกิดรอยร้าวขึ้นมาเสียดื้อๆ เพียงเพราะลูกอ้อนหน้าตาย และความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ จากไอ้หมาเด็กที่เธอมองข้ามมาตลอด

ไอ้เด็กบ้าเอ๊ย... เลิกทำตัวดีกับฉันสักทีได้ไหมเนี่ย!

เพราะรถอีโคคาร์ลูกรักยังจอดนิ่งสนิทเป็นอนุสาวรีย์อยู่หน้าบ้าน โดยฝีมือการดองอะไหล่ ของว่าที่วิศวกรบางคนช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ลูกหว้าจึงต้องพึ่งพาบริการรถไฟฟ้าและแท็กซี่ในการไปทำงาน

แน่นอนว่าเจไดเสนอตัวเป็นสารถีรับส่งให้ทุกวัน แต่คนอย่างลูกหว้ามีหรือจะยอมตกเป็นเบี้ยล่างให้เด็กมันล้อเล่นง่ายๆ หญิงสาวปฏิเสธเสียงแข็ง ยอมตื่นเช้าขึ้นอีกนิดเพื่อหนีหน้าเขาให้พ้นๆ

ทว่าเย็นวันอังคารนี้โชคกลับไม่เข้าข้าง ฟ้าฝนตั้งเค้าดำทะมึนตั้งแต่ช่วงบ่ายแก่ๆ ก่อนจะเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักในช่วงเลิกงานพอดี

"หว้ากลับยังไงเนี่ย ฝนตกหนักขนาดนี้ แท็กซี่ก็เรียกยากนะ"

เสียงทุ้มนุ่มนวลของ ‘พี่วิน’ รุ่นพี่หัวหน้าแผนกมาร์เก็ตติ้งสุดหล่อที่สาวๆ ทั้งออฟฟิศหมายปอง ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงสมาร์ทในชุดสูทเนี้ยบที่เดินเข้ามาทักทาย

"หว้าว่าจะรอให้ฝนซาก่อนน่ะค่ะพี่วิน ค่อยกดเรียกแกร็บเอา"

ลูกหว้ายิ้มตอบตามมารยาท

"โห กว่าฝนจะซาคงค่ำมืดพอดี ทางกลับบ้านหว้าก็ทางเดียวกับคอนโดพี่นี่นา ไปเถอะ... เดี๋ยวพี่แวะไปส่ง"

เมื่อรุ่นพี่สุดหล่อออกปากชวนแถมยังมีน้ำใจขนาดนี้ บวกกับความเหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวัน ลูกหว้าจึงพยักหน้ารับด้วยความเกรงใจ การนั่งรถยุโรปคันหรูของพี่วินกลับบ้าน อย่างน้อยก็ดีกว่าการต้องทนเปียกฝนรอแท็กซี่ที่ไม่รู้จะมารับเมื่อไหร่                                           

ใช้เวลาเกือบชั่วโมงท่ามกลางการจราจรที่ติดขัด รถยุโรปสีเงินวาววับก็มาจอดเทียบที่หน้าประตูรั้วบ้านของลูกหว้า

"ขอบคุณพี่วินมากๆ เลยนะคะที่อุตส่าห์แวะมาส่ง ลำบากพี่วินแย่เลย"                                                          

ลูกหว้ายกมือไหว้ขอบคุณพร้อมรอยยิ้มหวาน

"ลำบากอะไรกันล่ะครับ สำหรับหว้า... พี่เต็มใจเสมอแหละ"                                                              

วินส่งยิ้มละมุนกลับมา สายตาที่มองมานั้นแฝงความนัยบางอย่างที่คนผ่านโลกมายี่สิบแปดปีอย่างลูกหว้าพอจะดูออก

แต่ทว่า... ยังไม่ทันที่บรรยากาศสีชมพูจางๆ จะได้ก่อตัวขึ้น ร่มคันใหญ่สีดำก็ถูกกางพรึ่บขึ้นข้างหน้าต่างรถฝั่งคนโดยสาร พร้อมกับเสียงเคาะกระจกดังก๊อกๆ

ลูกหว้าสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะเปิดประตูรถออกไป แล้วก็ต้องชะงักเมื่อพบว่าคนที่กางร่มรอรับเธออยู่ ไม่ใช่แม่ของเธอ... แต่เป็นไอ้หมาเด็กข้างบ้าน

เจไดอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสบายๆ ร่มสีดำคันใหญ่ในมือของเขาถูกเอียงมาบังฝนให้เธอจนมิด ในขณะที่ไหล่กว้างของตัวเองเปียกชุ่มไปด้วยละอองฝน นัยน์ตาคมกริบของเขากำลังจ้องเขม็งข้ามหัวลูกหว้า ทะลุเข้าไปยังคนขับรถรูปหล่อด้านใน

"ใครมาส่งเหรอครับ... พี่สาว"                     

น้ำเสียงของเจไดเรียบสนิท ไม่ได้มีความกวนโอ๊ยหรือร่าเริงเหมือนอย่างเคย แต่มันกลับฟังดูกดดันแปลกๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป