บทที่ 2 เช้าวันอาทิตย์ที่โลกสลาย
"อ... ไอ้เด็กผี! อื้อ!"
ลูกหว้าเบิกตากว้าง สองมือเรียวระดมทุบลงบนลาดไหล่กว้างของคนที่ถือวิสาสะทาบทับลงมา แต่แทนที่ไอ้เด็กตัวโตจะสะทกสะท้าน เขากลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ทิ้งให้คนถูกจู่โจมหอบหายใจแฮ่ก ใบหน้าเห่อร้อนจนแทบจะไหม้
"ทำบ้าอะไรของแกเนี่ยฮะ ไอ้เจได!"
หญิงสาวอาศัยจังหวะที่เขายอมคลายแรงรัด ผลักแผงอกเปลือยเปล่านั่นสุดแรงเกิด ร่างบางกระเถิบถอยกรูดไปจนชิดหัวเตียง มือหนึ่งดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาพันรอบตัวเป็นมัมมี่อย่างรวดเร็วและทุลักทุเล แต่สายตาดันเหลือบไปเห็นรอยแผลข่วนจางๆ บนแผงอกกว้างนั่น...
ฉิบหายแล้ว... นั่นฝีมือเล็บฉันเมื่อคืนนี้เลยนี่นา!
เจไดยอมถอยกลับไปนั่งขัดสมาธิอยู่กลางเตียงอย่างว่าง่าย แต่สายตาพราวระยับที่มองมาดันไม่ยอมถอยตาม ร่างสูงเพรียวที่เคยผอมก้างในวันวาน
บัดนี้กลับอุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อสมส่วนแบบคนออกกำลังกายเป็นประจำ ยิ่งเขานั่งเปลือยท่อนบนโชว์ผิวขาวจัดแบบนี้... มันก็ยิ่งทำให้ภาพ คาวบอยสาว ที่กำลังขึ้นควบขี่และโยกคลึงสะโพกอยู่บนตัวเขาเมื่อคืนนี้ พรั่งพรูเข้ามาในสมองจนลูกหว้าอยากจะเอาหัวโขกกำแพงให้รู้แล้วรู้รอด
นี่ฉันเมาจนบ้ากล้าปล้ำไอ้เด็กข้างบ้านรุนแรงขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย
"ก็พี่ท้าผมเองนี่นา"
เจไดยักไหล่ รอยยิ้มกวนประสาทที่มุมปากยังไม่จางหาย
"เมื่อคืนพี่รุกขยี้ซะผมเกือบช้ำคามือ ขนาดเจไดน้อยหลับอยู่พี่ยังปลุกจนตื่นขึ้นมาสู้ แล้วก็จับผมกดสับสะโพกเป็นคาวบอยสาวซะขนาดนั้น... ผมแค่สาธิตให้ดูว่าถ้าเป็นเช้านี้ ตาผมคุมเกมคืนบ้างมันจะเกิดอะไรขึ้น... พี่อยากดูต่อไหมล่ะครับ?"
"ไม่ต้อง! หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะ แกห้ามขยับเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียว!"
ลูกหว้าชี้หน้าขู่ฟ่อ พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกสติที่แตกกระเจิงให้กลับเข้าร่าง นี่มันเช้าวันอาทิตย์ที่เฮงซวยที่สุดในชีวิตวัยยี่สิบแปดปีของเธอชัดๆอาการปวดหัวจี๊ดจากฤทธิ์เตกีล่าเมื่อคืนเริ่มกลับมาเล่นงาน แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ต้องจัดการเรื่องตรงหน้าให้เด็ดขาดเสียก่อนเพื่อกู้ศักดิ์ศรีของพี่สาวคืนมา
"ฟังฉันนะเจได"
เธอพยายามปรับน้ำเสียงให้ดูเป็นผู้ใหญ่และจริงจังที่สุด แม้ว่าสภาพตอนนี้จะนั่งขดตัวอยู่ในผ้าห่มเป็นดักแด้ก็ตาม
"เรื่องเมื่อคืน... มันคือความผิดพลาดระดับชาติ มันเป็นอุบัติเหตุ ฉันเมามาก เมาจนจำทางเข้าบ้านไม่ได้ และแก... แกเองก็คงเมาภาพตัดเหมือนกันใช่ไหม!"
ลูกหว้าพยายามหาข้ออ้างให้ตัวเองดูดีที่สุด หวังพึ่งเศษเสี้ยวความหวังว่าอีกฝ่ายจะจำอะไรไม่ได้เหมือนกัน
"ผมเปล่า"
เจไดสวนขึ้นมาหน้าตาย แววตาใสซื่อบริสุทธิ์ผุดผ่องขัดกับรอยเล็บแดงเถือกที่อกลิบลับ
"ผมสติสัมปชัญญะอยู่ครบถ้วนร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ เมื่อคืนเพื่อนพี่มาปล่อยพี่ทิ้งไว้หน้าบ้าน สภาพพี่ตอนนั้นคือเมาแอ๋บ่นพึมพำเป็นภาษาต่างดาว ผมอุตส่าห์ทำตัวเป็นพลเมืองดี อุ้มพี่ขึ้นมาส่งถึงเตียง ห่มผ้าให้ด้วยนะ... แต่ใครจะไปคิดล่ะครับ ว่าพลเมืองดีจะต้องมาตกเป็นเหยื่อกามารมณ์ โดนพี่สาวข้างบ้านกระชากคอเสื้อไปจับกดปล้ำจนน่วมคามือ... โห พี่หว้า พี่ไม่รู้ตัวหรอกว่าพี่แซ่บและดุดันขนาดไหน เล่นเอาผมตั้งรับแทบไม่ทัน"
ลูกหว้าอ้าปากค้าง วิญญาณแทบจะหลุดออกจากร่างพุ่งทะลุเพดานห้อง! รู้สึกเหมือนโดนอุกกาบาตลูกเบ้อเริ่มพุ่งชนหน้าเข้าอย่างจัง หญิงสาวอยากจะกัดลิ้นตัวเองตายหนีความอับอายให้รู้แล้วรู้รอด
"ด... ได้ไง! แล้วถ้าแกไม่ได้เมา แกก็ต้องขัดขืนสิฮะไอ้เด็กผี! แรงแกก็เยอะกว่า ถีบฉันตกเตียงไปเลยก็ได้! ทำไมแกถึงปล่อยให้เรื่องบ้าๆ นี่มันเกิดขึ้นฮะ!"
ลูกหว้าแหวลั่น โยนความผิดให้เหยื่อหน้าตาเฉย ตรรกะความมีเหตุผลพังพินาศไม่มีชิ้นดี
"แกเพิ่งเรียนจบวิศวะมาหมาดๆ นะเจได แกควรจะมีอนาคตที่สดใส ได้ไปสร้างตึก สร้างสะพาน มีชีวิตที่รุ่งโรจน์! ไม่ใช่... ไม่ใช่มาเสียอนาคต ยอมให้พี่สาวข้างบ้านเมาปลิ้นแบบฉันมาย่ำยีจนหมดสภาพแบบนี้!"
เจไดถึงกับหลุดขำพรืด มองยัยป้าขี้เมาที่สติแตกจนหาเหตุผลมาเถียงแบบข้างๆ คูๆ ด้วยความเอ็นดูปนหมั่นเขี้ยว
"โห... พี่พูดซะผมดูเป็นผู้ชายใจแตกที่โดนพรากผู้เยาว์จนเสียอนาคตเลยแฮะ"
ชายหนุ่มแกล้งทำเสียงอ่อน กระพริบตาปริบๆ บีบน้ำตาทิพย์เรียกร้องความสงสาร ทั้งที่มุมปากยังกลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่
"ทั้งที่ความจริงผมเป็นเหยื่อผู้อ่อนแอที่ถูกพี่รังแกแท้ๆ... พี่ได้ผมแล้ว พี่ต้องรับผิดชอบผมด้วยนะพี่หว้า ผมไม่ยอมเสียตัวให้พี่ฟรีๆ หรอกนะ"
ชายหนุ่มหลุดขำออกมาเบาๆ มือหนายกขึ้นเสยผมที่ปรกหน้าผากอย่างลวกๆ ซึ่งท่าทางแบบนั้นมันดันดูดีจนลูกหว้าเผลอกลืนน้ำลายลงคอ
"แต่ถ้าพี่จะรับผิดชอบชีวิตผมที่โดนพี่ปล้ำด้วยการแต่งงาน ผมก็โอเคนะ สินสอดไม่ต้องแพงมากก็ได้ ผมเลี้ยงง่าย"
"ไอ้เด็กบ้า! ใครจะแต่งงานกับแก!"
เธอแหวเข้าให้ หมดสิ้นความพยายามที่จะทำตัวเป็นผู้ใหญ่ใจเย็น
"ฟังให้ดีนะ เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน และจะไม่มีวันเป็นอะไรกันทั้งนั้น! กฎข้อแรกและข้อเดียวของเรื่องนี้คือ... ลืมมันไปซะ! ทำเหมือนว่าเมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เรากลับไปเป็นพี่สาวกับน้องชายข้างบ้านเหมือนเดิม ห้ามบอกใคร ห้ามพูดถึง และห้ามล้ำเส้น! เข้าใจไหม!?"
ลูกหว้าจ้องหน้าเขาเขม็ง หวังจะเห็นท่าทีสลดหรือเสียใจจากเด็กหนุ่มตรงหน้า แต่เปล่าเลย... เจไดกลับจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ นัยน์ตาสีเข้มที่เคยมองเธอแบบเด็กๆ บัดนี้มันเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และสัญชาตญาณของนักล่าที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
ความเงียบโรยตัวลงชั่วอึดใจ ก่อนที่ริมฝีปากหยักได้รูปของเจไดจะเหยียดยิ้ม
"ได้ครับ ถ้าพี่ต้องการแบบนั้น"
เขารับคำง่ายๆ อย่างผิดคาด ก่อนจะลุกขึ้นยืนหน้าตาเฉย คว้าเสื้อยืดและกางเกงที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาสวม ลูกหว้าถึงกับต้องรีบยกมือขึ้นปิดตาแทบไม่ทัน เมื่อหมอนั่นเล่นแต่งตัวหน้าตาเฉยโดยไม่สนเลยว่ามีสตรีมีอายุนั่งหัวใจจะวายอยู่บนเตียง
