บทที่ 3 เด็กมันยั่ว... หรือหัวใจพี่อ่อนแอเอง?
แต่ถึงจะเอามือปิดตา ช่องว่างระหว่างนิ้วมันก็ดันทรยศกว้างพอที่จะทำให้เธอเห็นแผ่นหลังกว้าง ลอนกล้ามเนื้อแน่นตึง และสะโพกสอบเพรียวที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามแบบผู้ชายโตเต็มวัย...
ตาย ตาย ตาย! ยัยหว้าเอ๊ย... แกทำอะไรลงไปวะเนี่ย!
สมองเจ้ากรรมดันนึกถึงผลภาพเหตุการณ์เมื่อคืนขึ้นมาเป็นฉากๆ จนความร้อนสายหนึ่งพุ่งริ้วขึ้นมาจุกอยู่ที่หน้าอก หน้าแดงแปร๊ดจนแทบจะระเบิด ไอ้เด็กเจไดจอมกวนประสาทขาสั้นคนนั้นไม่มีอยู่จริงอีกต่อไปแล้ว เพราะผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้คือผู้ชายตัวโตเต็มวัย... ผู้ชายที่เรือนร่างเปล่าเปลือย เพิ่งจะหลอมรวมและ เข้าไปอยู่ในร่างกายของเธอ เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
ความจุกแน่น แสนวาบหวาม และเสียงหอบหายใจกระเส่าของเจไดตอนที่กระแทกกระทั้นฝังตัวตนอยู่ภายในกายเธอมันเด่นชัดเสียจนลูกหว้าเผลอจิกเล็บลงบนฟูกที่นอน
นั่นมันไม่ใช่เด็กน้อยแล้ว นั่นมันเสือหนุ่มขย้ำเหยื่อชัดๆ! แล้วเธอดันเมาจนบ้ากล้าเปิดประตูถ้ำ กระโดดขึ้นขี่เสือตัวนี้ด้วยตัวเองเสียด้วย
"ผ... ผู้ชายบ้าอะไร หน้าไม่อาย!"
เธอสบถลอดไรฟัน เสียงสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้ พยายามกุมหน้าอกตัวเองที่เต้นโครมครามรุนแรงราวกับจะหลุดออกมานอกอก
"อ้าว ก็เห็นไปหมด แถมยังจับกดซะอยู่หมัดขนาดนั้น จะอายทำไมล่ะครับพี่สาว"
น้ำเสียงยียวนดังขึ้นใกล้ๆ ก่อนที่ลูกหว้าจะรู้สึกได้ถึงสัมผัสหนักๆ ที่วางแหมะลงบนกลุ่มผมของตัวเอง
เมื่อเธอลืมตาขึ้น ก็พบว่าเจไดแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยและโน้มตัวลงมายืนอยู่ข้างเตียง ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างไปไม่ถึงคืบ
"ผมกลับบ้านก่อนนะ หวังว่าพี่คงจำกฎข้อแรกของพี่ได้ดีล่ะ..."
เจไดกระซิบ เสียงทุ้มต่ำของเขาทำเอาขนอ่อนหลังคอของลูกหว้าลุกซัน
"...เพราะถ้าพี่เผลอล้ำเส้นผมมาเมื่อไหร่ ผมจะไม่ยอมกลับไปเป็นน้องชายข้างบ้านอีกแล้วนะครับ"
ชายหนุ่มขยับยิ้มเจ้าเล่ห์พราวระยับให้หนึ่งที ก่อนจะผิวปากเดินอารมณ์ดีออกจากห้องไป ทิ้งให้ลูกหว้านั่งอ้าปากค้าง สมองรวนไปหมด
ไอ้เด็กนี่มันบ้าไปแล้ว! นี่มันขู่เธอชัดๆ
หญิงสาวทิ้งตัวลงนอนแผ่หราบนเตียง ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงอย่างสิ้นหวัง กลิ่นน้ำหอมจางๆ ปนกับกลิ่นกายแบบผู้ชายของเจไดยังคงติดอยู่บนหมอน คอยย้ำเตือนว่าเรื่องบ้าบอทั้งหมดที่เธอเป็นคนเปิดเกมรุกใส่เขาเองเมื่อคืนนี้... มันไม่ใช่ความฝัน
ลูกหว้าหลับตาปี๋ พร่ำบอกตัวเองในใจ... เธอกับไอ้เด็กเจได ไม่มีทาง ไม่มีวัน ต่อให้โลกแตก เธอก็จะไม่ยอมตกหลุมพรางไอ้หมาเด็กหน้าเป็นคนนี้เด็ดขาด
หลังจากเช้าวันอาทิตย์ที่โลกสลายผ่านพ้นไป ลูกหว้าคิดว่าเธอตั้งรับและขีดเส้นแบ่งระหว่างตัวเองกับเจไดได้อย่างชัดเจนแล้ว ทว่าเธอลืมคิดไปข้อหนึ่ง... คือไอ้หมาเด็กวิศวะคนนี้มันไม่เคยคิดจะเชื่อฟังเธอเลยสักครั้ง
ตั้งแต่วันนั้น เจไดก็ขยันหาเรื่องมาวนเวียนอยู่รอบตัวเธอแทบทุกวัน โดยเฉพาะเวลาที่เขาชอบโผล่มาทักทายเธอตรงระเบียงบ้านหรือริมรั้ว
"พี่หว้าครับ! รดน้ำต้นไม้เหรอครับ"
เสียงทุ้มตะโกนข้ามรั้วต้นเข็มมา ลูกหว้าที่กำลังถือสายยางรดน้ำต้นไม้อยู่หันขวับไปมอง แล้วก็ต้องรีบยกมือขึ้นกุมจมูกตัวเองแทบไม่ทัน
ไอ้เด็กผี! มันเอาอีกแล้ว!
ภาพตรงหน้าคือเจไดในสภาพเปลือยท่อนบน สวมเพียงกางเกงเจเจขาสั้นสบายๆ ผิวขาวจัดของเขาตัดกับซิกแพกที่เรียงตัวสวยเป็นลอนคลื่น และมัดกล้ามแขนแน่นๆ ที่ขึ้นลำเวลากวาดลานบ้าน หยาดเหงื่อเม็ดใสเกาะแพรวพราวตามแผงอกล่ำสันที่เธอเคยฝากรอยเล็บไว้... แสงแดดรำไรยามเย็นยิ่งขับให้สรีระของชายหนุ่มวัยยี่สิบสองดูฮอตปรอทแตกจนลูกหว้าหน้าแดงแจ๋ รู้สึกเหมือนเลือดกำเดาจะไหลออกมาดื้อๆ
"ไอ้เด็กบ้า ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าดีๆยะ ประสาทจะกลับหรือไง!"
หญิงสาวแหวใส่เบือนหน้าหนีไปทางอื่น
"อ้าว ก็ผมร้อนนี่นา กวาดบ้านอยู่พี่จะให้ใส่สูทเหรอครับ"
เจไดหัวเราะร่วน นัยน์ตาคมพราวระยับอย่างมีเลศนัย ชายหนุ่มเดินมาเกาะขอบรั้ว ยื่นหน้าหล่อๆ เข้ามาใกล้ "หรือว่า... มองกล้ามผมแล้วพี่ใจสั่น? แผลเก่าที่อกผมยังไม่หายดีเลยนะพี่สาว อยากมาซ้ำรอยเดิมอีกรอบไหมล่ะครับ"
"ไอ้... ไอ้เด็กบ้า! ใครอยากซ้ำแกฮะ!"
ลูกหว้าสะบัดสายยางฉีดน้ำใส่รั้วต้นเข็มจนกระเซ็นโดนหน้าเขาเบาๆ ก่อนจะรีบหมุนตัววิ่งหนีเข้าบ้านพร้อมกับหัวใจที่เต้นรัวจนแทบหลุดออกมานอกอก
บ่ายวันนั้น ณ ห้องรับแขกบ้านลูกหว้า
"ยัยหว้า! แกไปทำบุญด้วยอะไรมาวะ ทำไมแต้มบุญเรื่องผู้ชายแกถึงพุ่งทะลุกาแล็กซีขนาดนี้!"
เสียงแหลมปรี๊ดของ ‘ก้อย’ เพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัยดังลั่นขึ้นมาทันทีที่ก้าวขาเข้ามาในบ้าน หญิงสาวร่างเล็กปราดเปรียวในชุดเดรสรัดรูปสีสันจัดจ้านสมกับตำแหน่งตัวแม่แห่งฝ่ายการตลาด ทิ้งกระเป๋า แบรนด์เนมลงบนโซฟา ก่อนจะพุ่งตัวมาจับไหล่ลูกหว้าแล้วเขย่าอย่างบ้าคลั่ง
นอกจากจะเป็นเพื่อนซี้กันมาตั้งแต่มหาวิทยาลัยแล้ว ก้อยยังจับพลัดจับผลูสอบเข้ามาทำงานที่บริษัทเดียวกันกับลูกหว้าอีกด้วย ทว่าอยู่กันคนละขั้ว... ในขณะที่ลูกหว้าสวมบทคาวบอยสาวสายลุยประจำฝ่ายจัดซื้อที่วันๆ คลุกอยู่กับตัวเลขและซัพพลายเออร์
ก้อยก็คือพีอาร์และสาวการตลาดสุดแซ่บ ผู้รู้ลึกรู้จริงถึงความเคลื่อนไหวและเรื่องซุบซิบ ของทุกคนในบริษัทประหนึ่งเป็นกล้องวงจรปิดเคลื่อนที่
ดวงตาที่ถูกกรีดอายไลเนอร์มาอย่างเฉี่ยวคมของก้อยเป็นประกายวิบวับ ราวกับนักสำรวจที่เพิ่งค้นพบขุมทรัพย์ชิ้นใหญ่
"อะไรของแกยัยก้อย อยู่ดีๆ ก็มาโวยวาย ปวดหัวนะเนี่ย"
ลูกหว้าแกะมือเพื่อนออกพลางขมวดคิ้ว
"ก็เมื่อกี้ตอนฉันขับรถเข้ามาจอดหน้าบ้านแกน่ะสิ ฉันเห็นน้องชายข้างบ้านแก... น้องเจไดป่ะ? โอ๊ยยยแก! น้องเขาเล่น ถอดเสื้อล้างรถ แถมท่อนล่างยังใส่แค่ กางเกงบอลสีขาวแล้วจังหวะที่น้องเขาเอื้อมมือขึ้นไปเช็ดหลังคารถนะ ซิกแพกนี่เรียงตัวสวยแน่นเปรี๊ยะ กล้ามแขนเป็นมัดๆ แม่เจ้าโว้ย งานดีพรีเมียมมาก เห็นแล้วใจป้าสั่น อยากจะเดินไปสาดน้ำใส่กางเกงบอลให้มันแนบเนื้อไปอี๊ก!"
