บทที่ 4 กฎข้อที่หนึ่ง... ห้ามล้ำเส้น
ก้อยทำท่าจะเป็นลมพับลงบนโซฟาพลางกุมขมับ "น้องชายข้างบ้านแกนี่น่ากินมากเลยนะหว้า หุ่นทรงวิศวะขยี้ใจป้าสุดๆ เห็นแล้วอยากเข้าไปไซร้ซอกคอขาวๆ นั่นชะมัด ถ้าแกไม่เอา... ฉันขอจีบได้ป่ะวะ? อยากเคี้ยวหมาเด็ก!"
คำพูดของก้อยทำให้ลูกหว้าชะงักกึก ในอกรู้สึกหน่วงๆ และร้อนวาบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ภาพของเจไดตอนที่คร่อมทับเช้าวันนั้นนั้น และคำพูดหยอกเย้ากวนประสาทของเขาพรั่งพรูเข้ามาจนเธอต้องเม้มปากแน่น
"ไม่ได้!"
ลูกหว้าโพล่งออกไปเสียงดังฟังชัดจนก้อยสะดุ้ง
"ฮะ? อะไรของแก ทำไมไม่ได้ล่ะ"
ก้อยเลิกคิ้วมองเพื่อนอย่างจับผิด
"ก็... ก็หมอนั่นมันยังเด็ก! เพิ่งเรียนจบ งานการก็ยังทำไม่เป็นหลักเป็นแหล่ง แกเป็นพี่ตั้งกี่ปี จะไปรังแกเด็กมันทำไม"
ลูกหว้าเฉไฉ ตักน้ำเย็นเจี๊ยบยื่นให้เพื่อนเพื่อกลบเกลื่อนอาการลนลาน
"แล้วอีกอย่าง ไอ้เจมันกวนประสาทจะตาย ไม่อร่อยหรอกแกอย่าไปยุ่งเลย"
"หืม... จริงเหรอจ๊ะ?"
ก้อยลากเสียงยาว หรี่ตามองลูกหว้าที่ตอนนี้หน้าแดงลามไปถึงใบหูอย่างมีพิรุธ
"ไม่อร่อยจริงอ่า? ทำไมแกต้องหน้าแดงขนาดนั้นด้วยฮะยัยหว้า... หรือว่า... แกแอบกิน น้องเขาไปแล้ว?!"
"ยัยก้อย! พูดบ้าอะไรเนี่ย! ไปกินส้มตำกันเลยไป๊!"
ลูกหว้าแว้ดลั่นลุกขึ้นเดินหนีเข้าห้องครัว ทิ้งให้ก้อยหัวเราะคิกคักอยู่ข้างหลัง หญิงสาวกุมหน้าอกตัวเองที่เต้นโครมคราม... ไอ้เด็กเจไดมันร้ายกาจขึ้นทุกวัน ขยันโชว์ ขยันอ่อยจนคนอื่นเขาตาโตกันหมดแล้ว
ถ้าเธอไม่รีบทำอะไรสักอย่าง... มีหวังกำแพงหัวใจที่สร้างไว้ ได้พังครืนเพราะความล่ำของหมาเด็กข้างบ้านคนนี้แน่ๆ
เช้าวันจันทร์ที่สดใสควรจะเป็นจุดเริ่มต้นของสัปดาห์ที่ดี แต่สำหรับลูกหว้า... มันคือเช้าที่เธออยากจะมุดหัวกลับลงไปใต้ผ้าห่มแล้วจำศีลไปสักร้อยปี
หญิงสาววัยยี่สิบแปดปีชะโงกหน้ามองเงาตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ แล้วก็ต้องถอนหายใจเฮือก รอยคล้ำใต้ตาที่ดำมืดราวกับหลินปิงนั่นคือผลจากการนอนพลิกไปพลิกมาทั้งคืน เพราะมัวแต่คิดถึงสัมผัสบ้าๆ และคำขู่ชวนขนลุกของไอ้เด็กข้างบ้าน
ลูกหว้าจัดการโบกคอนซีลเลอร์กลบรอยแพนด้าอย่างเร่งด่วน สวมสูททำงานตัวเก่งทับเสื้อเชิ้ต คว้ากระเป๋าสะพายและกุญแจรถ ก่อนจะค่อยๆ แง้มประตูบ้านออกไปอย่างระแวดระวัง
ซ้าย... ปลอดโปร่ง ขวา... ไร้เงาสิ่งมีชีวิต
เยี่ยม! ภารกิจหลบหนีไอ้เด็กหน้ามึนเริ่มต้นได้!
หญิงสาวย่องฝีเท้าเบากริบราวกับแมวขโมย ลัดเลาะไปตามแนวรั้วต้นโมกที่กั้นระหว่างบ้านเธอและบ้านของเจได สายตาจดจ้องไปที่รถยนต์อีโคคาร์คันเก่งของตัวเองที่จอดอยู่หน้าประตูรั้ว แค่ก้าวขึ้นรถแล้วเหยียบคันเร่งออกไป ชีวิตอันสงบสุขของเธอก็จะกลับคืนมา
"ทำไมวันนี้ออกไปทำงานสายจังเลยล่ะครับ... เพื่อนบ้าน"
เฮือก!
ลูกหว้าสะดุ้งสุดตัวจนแทบจะทำกุญแจรถหลุดมือ เธอหันขวับไปตามเสียงทุ้มที่ดังข้ามรั้วมา แล้วก็ต้องกัดฟันกรอดเมื่อเห็นตัวต้นเหตุของอาการนอนไม่หลับ กำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่ฝั่งตรงข้าม
เจไดอยู่ในชุดนอนชายเสื้อหลุดลุ่ยตามสไตล์เด็กที่เพิ่งตื่นนอน ผมเผ้าชี้โด่เด่ไม่เป็นทรง แต่ไอ้ใบหน้าหล่อๆ กับผิวขาวๆ ที่สะท้อนแสงแดดยามเช้านั่น ดันทำให้เขากลายเป็นผู้ชายเซอร์ๆ ที่ดูดีจนน่าหมั่นไส้
"เรื่องของฉัน!"
ลูกหว้าเชิดหน้าขึ้น พยายามทำเสียงแข็ง
"แล้วใครเป็นเพื่อนบ้านแกฮะ เรียกให้มันดีๆ หน่อย ฉันแก่กว่าแกตั้งหกปีนะ!"
"อ้าว..."
เจไดแสร้งทำตาโตด้วยความประหลาดใจแบบเฟคสุดๆ
"ก็พี่บอกเองว่าให้กลับไปเป็นเหมือนเดิม ห้ามบอกใคร ห้ามพูดถึงเรื่องคืนนั้น... ผมก็เลยคิดว่า สรรพนาม เพื่อนบ้าน นี่แหละ เหมาะสมและดูมีระยะห่างที่สุดแล้วไงครับ"
"แกอย่ามากวนประสาทนะเจได!"
"ผมเปล่ากวนนะพี่"
ชายหนุ่มวางสายยางรดน้ำลง ก่อนจะเดินมาเกาะรั้วเตี้ยๆ ที่กั้นระหว่างสองบ้าน รอยยิ้มมุมปากถูกจุดขึ้นบางๆ
"ผมกำลังทำตามกฎข้อแรกของพี่อย่างเคร่งครัดต่างหาก... ลืมมันไปซะ แล้วก็ ห้ามล้ำเส้น"
เขาจงใจเน้นคำว่าห้ามล้ำเส้นเสียงหนัก พร้อมกับใช้นิ้วชี้ลากเป็นเส้นตรงกลางอากาศเหนือรั้วต้นโมก
"ดี! จำใส่สมองของแกเอาไว้ให้ดีๆ ก็แล้วกัน"
ลูกหว้ากอดอก กระตุกยิ้มอย่างเหนือกว่า
"ถ้าแกรู้จักที่ทางของตัวเองแบบนี้ ชีวิตเราสองคนก็จะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายกันอีก"
"ครับ... ผมจะยืนอยู่ฝั่งของผมแบบนี้แหละ"
เจไดพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายจนลูกหว้าแอบหรี่ตาจับผิด แต่พอเห็นว่าเขายืนนิ่งอยู่ฝั่งบ้านตัวเองจริงๆ หญิงสาวก็เบาใจ เธอหันหลังกลับ เตรียมจะเปิดประตูรถเพื่อหนีไปให้พ้นๆ
ทว่า...
พรึ่บ!
"เฮ้ย!"
ลูกหว้าร้องลั่นเมื่อจู่ๆ ร่างสูงของคนที่เพิ่งบอกว่าจะยืนอยู่ฝั่งตัวเอง กลับกระโดดข้ามรั้วต้นโมกเตี้ยๆ เข้ามาประชิดตัวเธอในเสี้ยววินาที
ด้วยความตกใจ หญิงสาวถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังไปชนเข้ากับประตูรถ แต่ยังไม่ทันจะได้อ้าปากด่า ท่อนแขนแกร่งของเจไดก็ท้าวลงบนกระจกรถ กักขังเธอเอาไว้ในวงแขนของเขาเสียแล้ว
"ไอ้เจได! แกทำบ้าอะไรเนี่ย! ไหนแกบอกว่าจะไม่ล้ำเส้นไงฮะ"
เธอแว้ดใส่หน้าเขา พยายามดิ้นรนหาทางออก แต่กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมกลิ่นสบู่อ่อนๆ ที่ลอยมากระทบจมูกกลับทำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะไปดื้อๆ
เจไดโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบฉบับหมาป่าห่มหนังลูกหมาปรากฏขึ้นชัดเจน
"ผมก็ไม่ได้ล้ำเส้นสักหน่อย..."
เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปากบาง
มือหนาข้างหนึ่งละจากกระจกรถ เอื้อมมาปัดปอยผมที่ปรกแก้มของลูกหว้าออกให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นวาบจากปลายนิ้วของเขาทำเอาหญิงสาวเผลอกลั้นหายใจ
"...ผมแค่ข้ามรั้วมาดูแล คนที่ผมเพิ่งนอนกอดเมื่อคืนวาน ต่างหาก"
"อ... ไอ้เด็กบ้า!"
"มีใบไม้ติดผมน่ะครับ พี่สาว"
เจไดชูใบโมกใบเล็กๆ ที่หยิบออกจากผมของเธอให้ดู ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี กลับไปเป็นไอ้เด็กข้างบ้านจอมกวนคนเดิม
"ขับรถดีๆ นะครับ ถ้าเหงาก็โทรหาผมได้ตลอดเวลายี่สิบสองชั่วโมงเลยนะ"
