บทที่ 5 คอลลาเจนมีชีวิต

พูดจบ ร่างสูงก็กระโดดข้ามรั้วกลับไปฝั่งบ้านตัวเองอย่างคล่องแคล่ว ทิ้งให้ลูกหว้ายืนหน้าแดงก่ำอยู่ข้างรถ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะหลุดออกมาเต้นแทงโก้นอกรอกอก

ไอ้เด็กบ้า! ไอ้หมาเด็กจอมกะล่อน! แกจงใจแกล้งฉันชัดๆ!

หญิงสาวกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ ก่อนจะรีบกระชากประตูรถเปิดแล้วมุดตัวเข้าไปนั่ง เหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกจากหน้าบ้านไปราวกับจรวด

ขณะที่รถกำลังแล่นออกไป ลูกหว้าเหลือบมองกระจกหลัง ภาพของเจไดที่ยืนโบกมือหยอยๆ พร้อมรอยยิ้มกว้างกวนประสาท ยิ่งทำให้เธอปวดขมับหนึบ

กฎข้อแรกของเธอ... ดูเหมือนจะกลายเป็นแค่เรื่องตลกสำหรับเขาไปซะแล้ว

บริษัท เน็ตเวิร์ค อินทิเกรชั่น จำกัด... แผนกจัดซื้อที่เคยเงียบสงบและเต็มไปด้วยเสียงเคาะแป้นพิมพ์ วันนี้กลับมีคลื่นพายุระดับสิบพัดเข้ามาตั้งแต่ไก่โห่

ลูกหว้าทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ทำงาน โยนกระเป๋าสะพายลงบนโต๊ะอย่างไม่ไยดี หญิงสาวพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติสัมปชัญญะที่กระเจิดกระเจิงไปตั้งแต่หน้าประตูรั้วบ้านให้กลับคืนมา เธอเปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ เตรียมจะจดจ่ออยู่กับตัวเลขและใบสั่งซื้อ เพื่อลบภาพใบหน้าหล่อเหลาและสัมผัสอุ่นๆ ของไอ้เด็กข้างบ้านออกไปจากหัว

แต่ยังไม่ทันจะได้ขยับเมาส์ เสียงส้นสูงกระทบพื้นดัง ตึก... ตึก... ตึก... ก็ดังแหวกอากาศเข้ามาใกล้ พร้อมกับกลิ่นน้ำหอมแบรนด์เนมสุดเซ็กซี่ที่ลอยมากระทบจมูก

"ไงจ๊ะ แม่ชีประจำแผนกจัดซื้อ! ทำหน้าเหมือนคนเพิ่งโดนผีหลอกมาตั้งแต่เช้าเลยนะ"

เสียงแหลมปรี๊ดทักทายขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของก้อยเพื่อนสนิทพ่วงตำแหน่งตัวแม่แห่งฝ่ายการตลาด หญิงสาวร่างเล็กปราดเปรียวอยู่ในชุดเดรสคอวีลึกสีแดงเบอร์กันดีรัดรูป อวดสัดส่วนโค้งเว้าชัดเจน ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงสดเหยียดยิ้มอย่างอารมณ์ดี

"ผีหลอกอะไรล่ะ ฉันแค่หงุดหงิดรถติด"                  

ลูกหว้าเฉไฉ แกล้งก้มหน้าก้มตาจัดกองเอกสารบนโต๊ะ

"เหรอจ๊ะ... นึกว่าหงุดหงิดเพราะขาดความชุ่มชื้นในชีวิตซะอีก"                                                                   

ก้อยลากเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามมานั่งไขว่ห้าง วางแก้วอเมริกาโน่เย็นลงบนโต๊ะ ก่อนจะเริ่มเปิดฉากเม้าท์มอยตามสไตล์สาวแซ่บที่มองการกินผู้ชายเป็นเหมือนการทานอาหารเสริม                                                                      

"นี่แก... เมื่อคืนฉันเพิ่งไปเดตกับหนุ่มมาร์เก็ตติ้งบริษัทคู่แข่งมา งานดีมากกก ซิกแพกนี่แน่นเปรี๊ยะ ลีลาการเทกแคร์นี่ให้สิบเต็มสิบ!"

ลูกหว้ากรอกตาขึ้นฟ้า                                        

"เพิ่งเดตกันครั้งแรก แกก็ไปสแกนซิกแพกเขาแล้วเหรอยัยก้อย"

"โอ๊ยยย ยัยหว้า! สมัยนี้ใครเขามัวแต่นั่งพับเพียบรอดูกระเป๋าสตางค์กันล่ะจ๊ะ ผู้ชายก็เหมือนคอลลาเจนแหละแก ยิ่งเราได้ลิ้มรสของอร่อยบ่อยๆ หน้าเราก็จะยิ่งเด็ก ผิวก็จะยิ่งเด้ง เข้าใจไหมฮะแม่ชี!"                          ก้อยหัวเราะคิกคักอย่างไม่สะทกสะท้าน                   

"การกินผู้ชายหล่อๆ มันคือสวัสดิการชีวิตอย่างหนึ่งเว้ย!"

"จ้า... แม่สาวนักล่า เอาที่แกสบายใจเลย"               

ลูกหว้าส่ายหัวอย่างเอือมระอา แต่ก็อดขำกับตรรกะของเพื่อนสนิทไม่ได้

"แต่ก็นะ..."                                                       

จู่ๆ ก้อยก็หรี่ตาลง เปลี่ยนโหมดจากร่าเริงเป็นจริงจัง นัยน์ตาที่ถูกกรีดอายไลเนอร์มาอย่างเฉี่ยวคมจ้องหน้าลูกหว้าเขม็ง                                               

"ผู้ชายที่ฉันไปเดตด้วยร้อยทั้งร้อย... พอเอามาเทียบกับของอร่อยที่อยู่ใกล้ตัวแกแล้ว บอกเลยว่าชิดซ้ายตกขอบเวทีไปเลยว่ะ"

ลูกหว้าชะงักมือที่กำลังจับปากกา                         

"แกหมายความว่าไง ของอร่อยใกล้ตัวอะไร"

"ก็ น้องเจได หมาเด็กข้างบ้านแกไง!"

ก้อยโพล่งขึ้นมาเสียงดังจนลูกหว้าต้องรีบเอื้อมมือไปตะปบปากเพื่อนไว้แทบไม่ทัน

"ยัยก้อย! เบาๆ สิ! เดี๋ยวคนอื่นก็แห่มาฟังหรอก!"      

ลูกหว้าถลึงตาใส่ หน้าเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เมื่อได้ยินชื่อของคนที่เพิ่งทำให้เธอใจสั่นเมื่อเช้า

ก้อยแกะมือเพื่อนออก แล้วยื่นหน้าจอโทรศัพท์ที่เปิดหน้าอินสตาแกรมค้างไว้ไปจ่อตรงหน้าลูกหว้า              

"แกแหกตาดูนี่! เมื่อเช้าน้องเจไดอัปไอจีสตอรี่ตอนไปวิ่งออกกำลังกาย แกดูความเหงื่อที่เกาะตามแผงอกนั่นสิ! ดูเส้นเลือดที่ปูดตรงท่อนแขนนั่น! โอ๊ยยย... ตอนเด็กๆ ว่าน่ารักแล้วนะ แต่ตอนนี้คือออร่าความผัวจับมาก! งานดีพรีเมียมระดับสิบกะโหลก น่ากินจนฉันอยากจะกลายร่างเป็นแวมไพร์ไปสูบเลือดสูบเนื้อน้องเขาสักคืนสองคืน!"

ภาพของเจไดในชุดออกกำลังกายชุ่มเหงื่อบนหน้าจอ ทำเอาลูกหว้าตาพร่าไปชั่วขณะ... ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าไอ้เด็กข้างบ้านที่เคยวิ่งเตะฟุตบอลหน้ามอมแมมในวันนั้น ตอนนี้โตเป็นผู้ชายเต็มตัวที่อันตรายต่อสวัสดิภาพหัวใจสุดๆ

"ล... แล้วไง ก็แค่รูปออกกำลังกาย แกจะมาตื่นเต้นอะไรนักหนาฮะ"                                                   

ลูกหว้าแกล้งทำเป็นผลักโทรศัพท์เพื่อนออกไป หันไปมองจอคอมพิวเตอร์แทนเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มแดงระเรื่อ

"จะไม่ให้ตื่นเต้นได้ไง! ของดีระดับมิชลินสตาร์อยู่ใกล้แกแค่รั้วกั้น ทำไมแกถึงปล่อยให้หลุดมือไปได้ฮะ!"    

ก้อยเท้าคางมองเพื่อนสนิทด้วยแววตาเจ้าเล่ห์         

"เอาจริงๆ นะหว้า... น้องเขาก็โตเป็นหนุ่มแล้ว หล่อล่ำกล้ามแน่นขนาดนี้ แถมยังขยันส่งสายตาหวานเยิ้มให้แกมาตั้งแต่ไหนแต่ไร... แกไม่คิดจะ ชิม หมาเด็กคนนี้ดูหน่อยเหรอจ๊ะ?"

"ยัยก้อย! บ้าหรือไง!"                                          

ลูกหว้าแว้ดใส่ เสียงสูงปรี๊ด                                 

"ฉันแก่กว่าเจตั้งหกปีนะ! แล้วอีกอย่าง หมอนั่นก็เป็นแค่เด็กเมื่อวานซืน กวนประสาทจะตายชัก ใครจะไปกินลง!"

"หืมมมม... แน่ใจเหรอจ๊ะว่ากินไม่ลง?"                   

ก้อยลากเสียงยาว หรี่ตามองปฏิกิริยาลุกลี้ลุกลนของเพื่อนรักอย่างจับผิด                                    

"หน้าแกแดงไปถึงหูแล้วนะยัยหว้า ปกติเวลามีคนมาจีบแก แกด่าเปิงหน้าตายตลอด... แต่พอกับน้องเจได ทำไมต้องลนลานขนาดนี้ด้วยฮะ? หรือว่า... แกแอบไป ชิม น้องเขามาแล้ว!?"

คำถามจี้จุดของก้อยทำเอาลูกหว้าสะดุ้งเฮือก! ภาพในหัวตอนที่เจไดคร่อมทับเธอบนเตียง และจังหวะที่เขาโน้มหน้ามากระซิบชิดริมฝีปากเมื่อเช้า ฉายชัดขึ้นมาประหนึ่งระบบ 4K

"ชิมบ้าชิมบออะไรล่ะ! ไม่มีทางโว้ย!"                     

ลูกหว้าเถียงคอเป็นเอ็น รีบคว้าแฟ้มเอกสารขึ้นมาบังหน้าตัวเองไว้                                                          

"ฉันไม่เคยมองเจเป็นอย่างอื่นนอกจากน้องชายข้างบ้านเว้ย!"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป