บทที่ 2 บทที่2คนอ้วนอารมณ์ดีเหอะ
“ถ้าพี่ธีร์มองฉันแบบนั้น ฉันคงยอมโดดลงผาให้เขาช่วยขึ้นมาเลย”
พะแพงหันไปมองคนพูด ก่อนยกมือขึ้นห้าม
“ใจเย็นก่อนค่ะสาว ถ้าโดดลงไปอาจตาย และพี่เขาก็คงไม่ทันได้เสี่ยงชีวิตหล่อๆ ของเขาลงไปช่วยเธอขึ้นมาแน่”
เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบตัว บางคนหันมามองพะแพงแล้วหัวเราะตามมุกของเธอ ขณะที่เจ้าตัวเองก็ยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจที่สามารถทำให้คนแปลกหน้าหัวเราะได้ตั้งแต่วันแรกของการเปิดภาคเรียน
การซ้อมดำเนินต่อไปจนถึงฉากสำคัญที่ไซราโนพาร็อกซานไปยืนบริเวณหน้าผา ทั้งคู่กางแขนออกเผชิญหน้ากับสายลมจำลองจากเครื่องเป่าลมขนาดใหญ่ รุ่นพี่ชื่อธีร์คนนั้น ยืนอยู่ด้านหลังร็อกซาน ก่อนพูดประโยคที่ทำให้ผู้ชมหลายคนส่งเสียงกรี๊ด
“ผมกำลังบินอยู่ ร็อกซาน”
พะแพงมองภาพนั้นแล้วอดยิ้มไม่ได้ เหมือนภาพฝัน คนหล่อๆ กับบทดีดีและนางเอกที่ละครที่สวยสมน้ำสมเนื้อกัน
ความจริงแล้วเธอชอบละครเวทีมาก ชอบความรู้สึกที่นักแสดงสามารถกลายเป็นคนอื่นได้เพียงชั่วขณะ ชอบแสงไฟบนเวที ชอบเสียงปรบมือ และชอบช่วงเวลาที่ผู้ชมเชื่อในเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า และมีความสุขกับมัน
เธอเคยฝันอยากยืนอยู่ตรงนั้นบ้าง
ไม่ใช่ในฐานะคนที่คอยสร้างเสียงหัวเราะให้คนอื่น แต่เป็นคนที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกบางอย่างผ่านการแสดงของตัวเอง
ทว่าความฝันนั้นก็ถูกพับเก็บเอาไว้ในส่วนลึกของหัวใจมานานแล้ว เพราะทุกครั้งที่เธอพูดถึงเรื่องการแสดง มักจะมีใครสักคนหัวเราะแล้วบอกว่าเธอเหมาะกับบทตลกมากกว่าบทนางเอก ก็เธอมันน้ำหนักเกินนี่พะแพงไปลดหุ่นมาก่อนเข้าใจไหม
เผลอกางแขนออกช้าๆ หลับตาพริ้ม
“ฮ่าาาาาามีคนฝันกลางวันโว๊ยยยย”
เสียงเพื่อนผู้ชายสักคนหัวเราะชี้ให้คนอื่นดูพะแพงที่เคลิ้มไปตามบทละครบทเวที พะแพงหดมือก่อนจะยกกระเป๋าขึ้นบังใบหน้าแล้วรีบเดินออกจากตรงนั้น เสียงคนหัวเราะและโห่ไล่ตามหลังมาเมษา ยิ้มเจื่อนๆ ก่อนจะวิ่งตามพะแพง
“อี่อ้วน ไม่เจียมตัวอ้วนจะตายอยากจะเป็นนางเอกสิท่า”
พะแพงนั่งเท้าคางอยู่บนม้าหินอ่อนด้านหลังอาคาร
“แพงแกโอเคไหม แกเป็นอะไรหรือเปล่า” เมษาสังเกตเห็นว่าพะแพงเงียบผิดปกติ จึงหันมาถาม
พะแพงกะพริบตาก่อนยิ้มกว้างจนตาหยี
“เปล่า ฉันกำลังคิดว่าทำไมเขาไม่มีร็อกซานเวอร์ชันมีห่วงยางบ้าง ฉันจะได้สมัครเป็นร็อกซาน”
เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง เมษาถึงกับตีแขนเธอเบาๆ ด้วยความขบขัน
“แกนี่มันจริงๆ เลยนะ”
พะแพงหัวเราะตามเพื่อน ก่อนจะหันกลับไปมองเวทีอีกครั้งและในจังหวะนั้นเอง สายตาของเธอก็สบเข้ากับดวงตาของธีร์โดยบังเอิญ ให้ตายเถอะไกลแค่ไหนคือใกล้
เขาที่กำลังยืนพักระหว่างการซ้อม เขาหันมาทางกลุ่มนักศึกษาที่กำลังส่งเสียงดัง และดูเหมือนจะได้ยินมุกเมื่อครู่ของพะแพงเข้าเต็มๆ
ธีร์เลิกคิ้วเล็กน้อย มุมปากยกขึ้นคล้ายกำลังกลั้นยิ้ม
พะแพงชะงัก คงจำพะแพงได้แล้วคงขำกับเรื่องน่าขายหน้าที่พะแพงทำสิท่า
ธีร์ได้หันไปคุยกับรุ่นพี่คนอื่นแล้วพะแพงยกมือขึ้นตบแก้มตัวเองเบาๆ
“ตื่นค่ะพะแพง ตื่นก่อน นั่นเดือนมหาวิทยาลัย ไม่ใช่พระเอกซีรีส์ที่แกดูเมื่อคืน เขาไม่ได้มองแก เขาแค่มองผ่านแกไปยังโลกที่ดีกว่าหรือคนสวยๆ ข้างหลัง หรือก็กำลังขำแกแหละ”
“แกพูดกับตัวเองอีกแล้วนะ” เมษาทัก
“ฉันกำลังให้กำลังใจตัวเองอยู่ อย่าขัดจังหวะกระบวนการเยียวยาจิตใจค่ะคุณเมษาเพื่อนรัก”
พะแพงรีบหันกลับมาและนั่งทันที ให้ตายเถอะ แค่เห็นผู้ชายหล่อหัวเราะ ทำไมถึงรู้สึกเหมือนตัวเองได้รับทุนการศึกษาก็ไม่รู้
ยกมือขึ้นกุมหน้าอกตัวเองแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ
“ตั้งสติไว้พะแพง”
“พี่เขาดูดีนะ พะแพง เธอลองหยิกตัวเองดูหรือยังว่าตื่นอยู่ หรือว่ากำลังฝัน”
เสียงหวานนุ่มดังขึ้นข้างหู ทำเอาพะแพงที่กำลังยืนเหม่อมองรุ่นพี่บนเวทีสะดุ้งจนเกือบทำโทรศัพท์หลุดมือ
เจ้าของเสียงเป็นหญิงสาวรูปร่างเพรียวระหง ผิวขาวเนียน ใบหน้าสวยหวานรับกับดวงตากลมโต ผมยาวสลวยถูกจัดทรงมาอย่างประณีต เครื่องแบบนักศึกษาที่เหมือนกันกับคนอื่นกลับดูราวกับถูกตัดเย็บมาเพื่อเจ้าตัวโดยเฉพาะ เสื้อเชิ้ตพอดีตัว กระโปรงทรงเอเข้ารูปกำลังดี รองเท้าคู่สวยสะอาดเอี่ยม ทุกอย่างดูลงตัวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แม้แต่ตอนยกมือรวบผมทัดหูยังดูเหมือนกำลังถ่ายโฆษณาอะไรสักอย่าง
ลลินยิ้มให้พะแพง ก่อนจะหันกลับไปมองรุ่นพี่บนเวที ดวงตาคู่นั้นเป็นประกายแต่กลับไม่ใช่สายตาชื่นชมด้วยความบริสุทธิ์ใจ
“ธีร์ ธีรพัทธ ธนากุลใช่ไหม ได้ยินว่าพี่เขาเพิ่งย้ายมาจากมหาวิทยาลัยที่อังกฤษด้วย เก่งมากเลยนะ ทั้งหล่อ ทั้งเรียนดี แถมยังได้เป็นเดือนมหาวิทยาลัยอีก คนอะไรจะเพียบพร้อมขนาดนั้น”
พะแพงกะพริบตาปริบๆ ก่อนยกมือขึ้นหยิกแก้มตัวเองเต็มแรง
“โอ๊ย”
“เจ็บเหรอ งั้นก็แปลว่าตื่นอยู่สินะ” ลลินถามเสียงอ่อน
“เปล่า ฉันกำลังทดสอบว่าระบบประสาทยังทำงานไหม ถ้าหยิกแล้วไม่เจ็บ ฉันจะได้รีบไปโรงพยาบาล เพราะอาจจะตายไปแล้วแต่ยังมีชีวิตค้างอยู่ในระบบ”
เมษาที่อยู่ข้างๆ หลุดหัวเราะ ส่วนลลินยกมือปิดปาก ยิ้มอย่างเอ็นดู
“แพงนี่ตลกเหมือนเดิมเลยนะ อยู่ด้วยแล้วไม่มีวันเบื่อจริงๆ”
ฟังเผินๆ เหมือนคำชม แต่พะแพงรู้จักประโยคแบบนี้ดี ลลินมักพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเช่นนี้เสมอ เวลาที่ต้องการย้ำให้คนอื่นรู้ว่าตัวเองเป็นสาวสวยน่าทะนุถนอม ส่วนพะแพงมีหน้าที่สร้างเสียงหัวเราะให้คนรอบข้าง ต่อให้ยืนอยู่ในสถานที่เดียวกัน ทั้งคู่ก็เหมือนถูกจัดให้อยู่คนละตำแหน่งตั้งแต่แรก
“แต่ก็เข้าใจได้นะ” ลลินพูดต่อ พลางมองไปทางธีร์
