บทที่ 9 พระเอกนางเอก

พะแพงหอบกระเป๋าเดินเข้าซอยด้วยสภาพคนหมดแรง หลังจากผ่านวันอันแสนวุ่นวายมาได้อย่างหวุดหวิด เธออยากกลับถึงบ้านแล้วทิ้งตัวลงบนโซฟา เปิดพัดลมแรงๆ สักตัว จากนั้นค่อยคิดว่าจะทำอะไรต่อไป

ระหว่างเดินเข้าซอย พะแพงกำลังหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา จู่ๆ ก็มีรถยนต์คันหรูสีดำเงาวับขับผ่านหน้าไปด้วยความเร็วพอประมาณ

“รถใครเนี่ย... สวยจัง” มองเห็นเพียงรางเลือนคนในรถที่ชะลอตอนรถผ่านพะแพงไปหน้าเชิดตัวตรงแต่มองไม่เห็นหน้า

“เป็นคนรวยก็ดีแบบนี้นั่งรถหรู” ก้มมองรองเท้าเปื้อนโคลนของตัวเองแล้วยิ้ม

แต่ยังไม่ทันจะได้ไปไหน พะแพงขมวดคิ้วทันที ตายแล้วพะแพงชะงักฝีเท้าแล้วแล้วกลับหลังหัน

“ฉิบหายแล้วลืมวื้อของกินเข้าไป”

พะแพงตบหน้าผากตัวเองเบาๆ เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังไม่ได้ซื้อข้าวเข้าบ้านเลยสักอย่าง วันนี้แม่ก็ต้องทำโอทีอีกตามเคย ส่วนพีทน้องชายตัวดีก็คงรอให้พี่สาวกลับไปทำอาหารให้กินเหมือนทุกวัน

“ชีวิตนักศึกษาก็เหนื่อยจะแย่แล้ว ยังต้องเป็นแม่ครัวประจำบ้านอีกเหรอเนี่ย”

บ่นไปก็เท่านั้น สุดท้ายพะแพงก็ต้องหันหลังเดินกลับไปตลาดเล็กๆ ปากซอย กระเป๋าที่สะพายอยู่เริ่มหนักจนไหล่ล้า แต่เธอก็ยังเดินเลือกซื้อผักกับเนื้อสัตว์อย่างขยันขันแข็ง อย่างน้อยคืนนี้จะได้ทำอะไรที่กินง่ายๆ ไม่ต้องยืนหน้าเตานาน

ขณะที่กำลังเลือกไข่อยู่หน้าแผงขายของ แม่ค้าสูงวัยก็เงยหน้าขึ้นมามองพะแพง ก่อนจะเอ่ยชมอย่างจริงใจจนคนถูกชมถึงกับชะงัก

“หนูเอ๊ย คนอะไรอ้วนแล้วสวยวะ ป้าขายของมานาน เห็นคนอ้วนมาก็เยอะ แต่หนูนี่ผิวพรรณดี๊ดี หน้าตาก็สวย อย่างกับลูกผู้รากมากดีแน่ะ”

พะแพงกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะยิ้มกว้าง 

“ขอบคุณค่ะป้า ป้าชมจนหนูไม่รู้จะตอบยังไงแล้วเนี่ย”

“ก็ป้าพูดจริงนี่นา เอ้า เอาไข่ไปเพิ่มอีกฟอง ป้าแถมให้คนอ้วน”

“ตายแล้ว ป้าคะ ถ้าชมแล้วแถมไข่แบบนี้ หนูจะมาซื้อทุกวันเลยนะคะได้ทั้งคำชมได้ทั้งไข่”

ทั้งสองหัวเราะกันอย่างอารมณ์ดี พะแพงกำลังจะหยิบถุงไข่ไปใส่ตะกร้า แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นใครบางคนที่ยืนเลือกผักอยู่แผงข้างๆ เสียก่อน

ร่างสูงในเสื้อยืดสีเรียบกับกางเกงขายาว ดูโดดเด่นท่ามกลางผู้คนในตลาดอย่างไม่ต้องพยายาม ใบหน้าหล่อเหลาเป็นเอกลักษณ์นั้น ต่อให้เจ้าตัวจะกำลังยืนพิจารณาผักบุ้งอย่างจริงจังราวกับกำลังวิเคราะห์บทละครระดับรางวัล พะแพงก็จำได้ทันทีว่าเป็นใคร

“อ้าวเฮ้ย...พี่ธีร์นี่”

เสียงหลุดออกมาเพียงแผ่วเบา ก่อนเจ้าตัวจะรีบยกมือปิดปากตัวเอง

ผู้ชายอะไรมาจ่ายตลาดได้ด้วย อย่างเขาเนี๊ยะนะท่าท่าคุณหนูจะตายจะมาทำอะไรแบบนี้ด้วยหรือ

พะแพงมองภาพตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ ธีร์ ธีรภัทร ธนากุล เดือนมหาวิทยาลัยที่สาวๆ แทบจะพร้อมใจกันถวายหัวใจให้ กำลังยืนเลือกผักอย่างตั้งอกตั้งใจ แถมยังหยิบมะเขือเทศขึ้นมาพลิกดูทีละลูกอีกต่างหาก

เธอแทบอยากยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐาน ใครจะไปเชื่อว่าผู้ชายระดับนั้นจะมาซื้อของสดด้วยตัวเอง

แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ แม่ค้าขายไข่คนเดิมก็หันไปเห็นธีร์เข้าเสียก่อน

“โอ๊ย นั่นก็อีกคน หล่ออะไรขนาดนั้นพ่อคุณเอ๊ย อย่างกับพระเอกซีรีส์”

พะแพงสะดุ้งโหยง รีบหันกลับมาหาแม่ค้า ทว่าป้ากลับยังพูดต่ออย่างออกรสออกชาติ 

“หนูเอ๊ย ป้าขอแนะนำนะ ไปออกกำลังกายลดหุ่นอีกหน่อยสิ เห็นไหม นั่นน่ะ แรงบันดาลใจชั้นดีเลยนะ ถ้าหนูลดหุ่นลงอีกนิด เดินข้างๆ กันนี่พระเอกกับนางเอกชัดๆ ฮ่าๆๆ”

พะแพงยิ้มค้างไปครู่หนึ่ง

“อะค่ะป้าค่ะหนูคงไม่หวังสูงขนาดนั้นหรอกค่ะฮ่าาาา”

“อ้าว ก็ป้าหวังดีสนใจนี่เลย ป้าให้นามบัตรคนนี้เขามีวิธีลดหุ่นแบบได้ผลจริง ป้าไม่ได้ได้ค่าโฆษณานะ แต่เห็นว่าหนูน่ะลดเสียหน่อยสวยพริ้งแน่นอน”

“ค่ะๆ หนูรู้แล้วค่ะหนูเข้าใจแล้วแต่ไม่ดีกว่า”

“เอาน่าเอาไปไว้ก็ไม่เสียหายเผื่อวันไหนอยากจะลดหุ่นก็โทรปรึกษาเขา” พะแพงยิ้มแห้งพลางคิดว่าที่ชมว่าอ้วนแล้วสวยนี่แท้จริงแล้วอยากจะขายของนี่เองต้องการหาเหยื่อสินะ พี่ธีร์ที่เหมือนจงใจเดินมาทางนี้พอดี

พะแพงรีบคว้าถุงผักขึ้นมาบังหน้า ก่อนก้มตัวหลบอยู่หลังแผงขายไข่อย่างแนบเนียนราวกับกำลังหลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ไม่ได้การแล้ว

ถ้าธีร์เห็นเธออยู่ตรงนี้ แล้วรู้ว่าเธอมาเดินตลาดซื้อผักซื้อไข่ด้วยตัวเอง เขาจะคิดยังไงกันนะ

ไม่สิ ที่สำคัญกว่านั้นคือถ้าเขาได้ยินป้าพูดเรื่องพระเอกกับนางเอกขึ้นมา เธอคงไม่มีหน้าไปเจอเขาที่มหาวิทยาลัยอีกหลายวันแน่

“หนูเป็นอะไรไปอีกล่ะ ก้มหน้าหาเหรียญตกหรือไง” แม่ค้าถามพลางชะโงกมอง

 “เปล่าค่ะป้า หนู...หนูกำลังตรวจสอบคุณภาพผักอยู่ค่ะ”

“อ้าว ก็เลือกไปแล้วนี่นา”

“หนูเพิ่งนึกได้ว่าต้องตรวจซ้ำค่ะ ไม่ดีกว่าค่ะหนูไปแล้วนะคะ”

พูดจบพะแพงก็รีบคว้าถุงผักกับถุงไข่ เดินก้มหน้าก้มตาออกจากตลาดทันที เกือบสะดุดขาตัวเองตอนเลี้ยวพ้นแผงขายของด้วยซ้ำ

เธอไม่รู้เลยว่าในช่วงเวลาที่เจ้าตัวกำลังหลบหนีอย่างเอาเป็นเอาตาย ชายหนุ่มที่ยืนเลือกมะเขือเทศอยู่ไม่ไกลได้เงยหน้าขึ้นมาพอดี

ธีร์มองตามร่างอวบที่ถือถุงผักบังหน้าจนแทบมองไม่เห็นทาง มุมปากของชายหนุ่มยกขึ้นเล็กน้อย เมื่อเห็นเจ้าของร่างเดินเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะกลายเป็นวิ่ง

เขาไม่ได้เรียกไว้ เพียงยืนมองตามไปจนพะแพงลับสายตา ก่อนก้มลงหยิบมะเขือเทศลูกเดิมขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง

“พระเอกกับนางเอกงั้นเหรอครับป้า”

แม่ค้าขายไข่หันมามองเขาอย่างยินดี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป