บทที่ 7 ตอนที่ 5 ผัวชั่ว
ตอนที่ 5:
ผัวชั่ว
ต่อให้จะผ่านระบบการเคี่ยวกรำฝึกปรือสรีระร่างกายมาดิบดีเลิศเลอเพียงใด ทว่าหากจะกล่าวตามเนื้อผ้าและหลักชีวภาพ อย่างไรเสียทอฝันก็ยังคงถือครองเพศวิถีเป็นเพียงสตรีเพศที่มีข้อจำกัด พละกำลัง เรี่ยวแรง และศักยภาพทางกายภาพจึงไม่มีทางก้าวข้ามผ่านหรือเทียบเคียงต่อสู้กับบุรุษเพศในวัยฉกรรจ์เดียวกันได้อยู่แล้ว ซ้ำร้ายเรือนร่างระหงของเธอในเวลานี้ เพิ่งจะผ่านพ้นการตรากตรำกรำศึกสงครามบดขยี้กำปั้นบนสังเวียนผืนผ้าใบมาสด ๆ ร้อน ๆ จนพลังงานในกายแทบติดลบ ด้วยเหตุฉะนี้ ยามเมื่อเปิดฉากโรมรันต่อสู้ขัดขืนขวางทางภัยมืดได้ไม่ถึงหนึ่งนาทีเต็ม เรือนร่างระหงก็ถูกอานุภาพพละกำลังของเจ้าของเงามืดปริศนาขยับเข้าจัดการจับพลิกเรือนร่างให้หันหลังทันที พร้อมกับออกแรงกดช่วงศีรษะอันหนาแน่นให้แนบสนิทติดไปกับพื้นผิวผนังปูนเย็นเยียบ เรียวมือบางทั้งสองข้างถูกรวบพันธนาการไว้ไขว้หลังอย่างสมบูรณ์แบบไร้หนทางสู้
ทอฝันแผดส่งกระแสเสียงร้องครางอู้อี้ประท้วงในลำคอ หยาดน้ำตาเม็ดโตไหลรินอาบสองปรางแก้มเนียนด้วยความสิ้นหวัง ภายในสมองเตลิดเปิดเปิงลอบทึกทักไปไกลว่า ทรชนเดนมนุษย์ที่ริอ่านบุกรุกเข้ามากระทำการอุกอาจภายในรังนอนของเธอในยามวิกาลเช่นนี้... ย่อมต้องจัดอยู่ในทำเนียบกลุ่มพวกมิจฉาชีพโจรผู้ร้ายใจบาปแน่นอน หญิงสาวพยายามฝืนขยับกึ่งกลางขากรรไกรเพื่อแผดเสียงป่าวร้องขอความช่วยเหลือจากคนภายนอกหมู่บ้าน
ทว่า... แผนการกู้ชีพก็พังทลาย ยามเมื่อฝ่ามือหนาอันหยาบกร้านของคนทางด้านหลัง ขยับเข้ามาตะปบปิดเรียวปากอวบอิ่มของเธอไว้แน่นหนา ซ้ำยังออกแรงบีบคั้นเสียจนแม้กระทั่งกระบวนการผ่อนลมหายใจเข้าออกตามธรรมชาติ เธอก็แทบจะไม่สามารถกระทำได้เลยด้วยซ้ำ
“หยุดดิ้น หยุดร้อง เดี๋ยวลูกตื่น”
ท่ามกลางทัศนภาพอันมืดมิดสนิทลง นี่นับเป็นหน้าประวัติศาสตร์แรกในค่ำคืนนี้ที่เหมันต์ยอมเปิดปากส่งกระแสเสียงเรียบต่ำหลุดออกมา และทันทีที่กระแสเสียงทุ้มอันแฝงรังสีคุกคามนั้นแทรกซึมเข้าสู่โสตประสาท ทอฝันก็สามารถวินิจฉัยและจดจำรหัสเสียงอันคุ้นเคยของอดีตคนรักได้ในทันที ทว่า... ช่างน่าเวทนาเหลือเกินเพราะเธอไม่ได้บังเกิดความปรีดาปราโมทย์หรือซาบซึ้งใจเลยแม้แต่เศษเสี้ยวตรงกันข้าม ยามเมื่อได้รับรู้ความจริงว่า ทรชนผู้ลึกลับที่กำลังลงมือควบคุมพันธนาการเรือนร่างของเธออยู่ ณ วินาทีนี้... คืออสูรกายอดีตสามีเก่าผัวชั่วของตนเอง!
หญิงสาวบังเกิดความตื่นตระหนกขวัญหนีดีฝ่อเป็นล้นพ้น ในมโนสำนึกคุกรุ่นไปด้วยระลอกคำถามชิ้นโต ว่าเดนมนุษย์รายนี้ไปเสาะแสวงหาข้อมูลสืบทราบพิกัดรังนอนของเธอมาจากทิศทางไหน ซ้ำร้ายยังเข้ามาในบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาตกรรมสิทธิ์ตามกฎหมายเช่นนี้ ทว่าหากจะลองหักลบกลบหนี้และมองในแง่ดี อย่างน้อยที่สุดพฤติกรรมนี้ก็ยังคงมีความปลอดภัยกว่าการถูกกลุ่มพวกมิจฉาชีพหรือโจรแปลกหน้าบุกเข้ามาปล้นสะดม เพราะหากเคราะห์ร้ายเป็นเช่นข้อหลัง เรือนร่างระหงของเธอคงไม่พ้นต้องถูกปล้นทรัพย์สินหรือถูกข่มขืนกระทำชำเรายับเยินไปเรียบร้อยแล้ว
เมื่อขยับสมองวิเคราะห์ผลได้ผลเสียเสร็จสิ้น ทอฝันจึงเลือกที่จะสงบปากสงบคำหุบปากลงทันที ปฏิกิริยาการยอมโอนอ่อนผ่อนตามและยินยอมศิโรราบอย่างไร้แรงต้านของสตรีใต้ร่าง พลอยส่งผลให้บุรุษผู้แผ่อิทธิพลอยู่ทางด้านหลังยินยอมพร้อมใจที่จะคลายพันธนาการ ปล่อยเรียวมือหนาออกจากเรือนร่างของเธอแต่โดยดี
“คุณอยู่ในบ้านฉันได้ยังไง?”
ประโยคคำถามแรกหลุดออกจากปากอวบอิ่มยามเมื่อทอฝันจัดการหมุนเรือนร่างระหงกลับมาเผชิญหน้ากับคู่กรณี หญิงสาวหอบหายใจพลางเอื้อมมือไปเปิดไฟส่องสว่างส่วนกลางทันที ท่วงทำนองในวินาทีนั้นเหมันต์ก็เอ่ยปากตอบข้อสงสัยของเธอเสียงเรียบ
หูแว่วได้รับฟังกระแสเสียงเรียบต่ำทว่ากวนประสาทของเขาเอ่ยอ้างว่า: “เธอไม่ยอมรับสายฉัน แล้วจะให้ฉันทำยังไง”
พริบตาที่ระบบกระแสไฟฟ้าแสงสว่างถูกเปิดออกจนสว่างกระจ่างตา เหมันต์ก็ทำเพียงก้าวเรียวขาแกร่งเดินทอดน่องไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวหนึ่งอย่างถือวิสาสะ นัยน์ตาคมกริบปัดสายตาจับจ้องมองสำรวจดวงหน้าหวานเลอค่าของทอฝัน ซึ่งยามนี้เต็มไปด้วยรอยบอบช้ำปูดโปนจากการกรำศึกกำปั้นมวยไทยอย่างเด่นชัด จากนั้นเสแสร้งพูดราวกับไม่รู้มาก่อนด้วยความเยือกเย็น:
“หน้าเธอไปโดนอะไรมา?”
“เรื่องของฉัน คุณไม่ต้องมายุ่ง”
ทอฝันเดินพลางตอบพลางด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดและห้วนสั้นในระหว่างที่กำลังสับฝ่าเท้าก้าวเดินตัดผ่านร่างของเขาไป หญิงสาวจัดการออกแรงผลักประตูห้องลูกชายเปิดออกแผ่วเบา ค่อยเห็นว่าเจ้าตัวน้อยหลับอยู่ภายในห้องอย่างปลอดภัยไร้รอยขีดขวน
ตลอดหน้าประวัติศาสตร์รอบหกปีเต็มอันยาวนานที่ขาดการติดต่อผันผ่าน... นี่นับเป็นครั้งแรกที่ทั้งสองได้มีโอกาสโคจรกลับมาเผชิญหน้าพบเจอหน้าค่าตากันแบบตัวเป็น ๆ เพียงทว่า... ท่าทีพูดคุยและปะทะคารมระหว่างกันในยามนี้ มันกลับฉายแววราบเรียบสนิท ละม้ายคล้ายคลึงกับคนทั้งคู่เพิ่งจะแยกย้ายและพบเจอกันเมื่อวานนี้ก็ไม่ปาน แม้กระทั่งตัวของทอฝันเองที่กำลังตกอยู่ในห้วงอารมณ์แห่งความหงุดหงิดฉุนเฉียวขั้นสุด เธอก็ยังไม่ทันรู้สึกตัวหรือระลึกถึงความผิดปกติในข้อนี้เลยแต่น้อย
ไม่นานหญิงสาวก็เดินกลับออกมาจากห้องนอนของลูก อันที่จริงในมโนสำนึกของเธอตั้งมั่นเอาไว้แจ่มชัดว่าจะเปิดฉากลั่นวาจาขับไล่ไสส่งเดนมนุษย์รายนี้ให้ออกไปพ้นจากอาณาเขตบ้านของเธอทันที ทว่ายังไม่ทันได้พูด ชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามก็กล่าวขึ้นมาก่อนด้วยน้ำเสียงเรียบต่ำทรงอำนาจว่า:
“ตั้งแต่บ่ายฉันยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง เธอไปทำข้าวมาให้กินทีสิ”
“...”
ทอฝันถึงกับบังเกิดความงุนงงระคนอึ้งงันไปชั่วขณะ ในหัวสมองลอบครุ่นคิดบ่นอุบด้วยความขัดใจ: ‘ไอ้บ้าหน้าตายนี่!... ท่าทีโอหังของเขามันช่างเหมือนกับเมื่อก่อนเหลือเกินเชียวนะ’
อันที่จริง เจตนาและปณิธานแรกในใจของเธอคือการเปิดฉากเอ่ยปฏิเสธน้ำใจและขับไล่เขาไปให้พ้นทาง ทว่าไม่ทราบเหนือทราบใต้ว่ามีสิ่งใดดลใจ หรืออาจเพราะไม่พบกันนาน ตอนคุยโทรศัพท์ไม่เจอหน้าก็แล้วกันไปเถอะ ทว่าในเวลานี้ บุรุษหนุ่มผู้เป็นอดีตคนรักกลับมานั่งปักหลักอยู่ห่างแค่เอื้อมมือถึง อย่างไรซะเธอกับเขาก็เคยมีช่วงเวลาหวานชื่นอยู่หลายปีร่วมประเวณีเสพสมกันมาในประวัติศาสตร์วันวาน
ในวินาทีที่ก้าวเท้าก้าวเดินออกจากสนามมวย ทอฝันตกอยู่ในสภาวะร่างกายทั้งเหนื่อยและเพลียระบมจนแทบสิ้นฤทธิ์ ทว่าสตรีสู้ชีวิตก็เลือกที่จะสับฝ่าเท้าก้าวเดินเข้าครัว จัดการเปิดตู้เย็นค้นหาบางอย่างออกมาจัดเตรียมประกอบอาหารให้แก่เขาตามคำบัญชา
ตัดกลับมาทางฝั่งของห้องนั่งเล่นส่วนกลาง... เรียวปากหยักของเหมันต์ลอบเชิดมุมปากขึ้นสูงอย่างเจ้าเล่ห์และมีเลศนัย นัยน์ตาคมกริบจับจ้องมองแผ่นหลังอีกฝ่ายตาไม่กะพริบ เนื่องมาจากพิกัดมุมองศาของเบาะโซฟาที่เขานั่งเอนกายสถิตอยู่นั้น สามารถทอดสายตาทัศนาเห็นทะลุเข้าไปถึงห้องครัวได้อย่างแจ่มชัด พลอยเปิดโอกาสทางสะดวกให้ ‘เสือธงแดง’ ได้มีโอกาสลอบสำรวจและพิจารณาทรวดทรงองเอวรวมถึงสัดส่วนส่วนเว้าส่วนโค้งอันทรงเสน่ห์ของเธอได้อย่างเต็มเปี่ยมสายตา
ในทัศนสายตาและความรู้สึกของชายหนุ่ม... โครงสร้างสรีระและความสูงเด่นของเธอแทบไม่สูงเปลี่ยนไปจากเดิมเลยแม้แต่น้อย จะหลงเหลือก็เพียงแค่โครงสร้างของดวงหน้าเนียนหวานที่ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ควบคู่กับขนาดสัดส่วนของปทุมถันและเต้านมกะทัดรัดที่แปรเปลี่ยนสภาพไปอย่างสมส่วนเด่นตา
เมื่อก่อนทอฝันไม่ใหญ่ขนาดนี้เชียวนะ
เหมันต์คิดในใจด้วยความรัญจวนใจ ทว่าเมื่อประสาทสัมผัสเริ่มระลึกได้ว่าในปัจจุบัน สตรีนางนี้ได้ผ่านกระบวนการคลอดทารกและขยับฐานะขึ้นมาดำรงตนเป็นคุณแม่ลูกหนึ่งเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มผู้หิวกระหายก็อดรนทนไม่ไหวจนต้องไล่สายตาต่ำลงมาสำรวจสแกนเรือนร่างท่อนล่างของเธอต่อทันที
"อืม" ชายหนุ่มลอบจุดรอยยิ้มอย่างพึงพอใจลึกในลำคอยามเมื่อได้ทัศนาสมใจอยาก... ก้นของเธอยังแทบเหมือนเดิม ไม่มีกระแสความแปรเปลี่ยนขยายใหญ่หรือแฟบแบนลงไปเลยแม้แต่น้อย ไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไป ช่างดูน่าบดขยี้สิ้นดี
ในระหว่างที่อสูรกายหนุ่มกำลังเพลิดเพลินกับการใช้สายตาโลมเลียสำรวจรูปร่างเนื้อนางผ่านความมืด ไม่นานทอฝันก็เดินออกจากห้องครัว ในมือของเธอถือบางอย่างก้าวเดินตรงดิ่งมาหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้า กระทั่งมาหยุดอยู่ที่โต๊ะกลาง ยามเมื่อจัดแจงวางสำรับลงเหนือพื้นผิวโต๊ะ ก็ประจักษ์ชัดว่าเมนูอาหารที่เธอประเคนมอบให้คือข้าวผัดธรรมดาจานหนึ่งเท่านั้น
“กินได้ก็กิน กินไม่ได้ก็ไปหากินข้างนอกเอาเอง”
ทอฝันกล่าวพลางวางจานกระแทกโต๊ะอย่างเกรี้ยวกราด เอ่ยปากป่าวร้องประโยคประชดประชันด้วยน้ำเสียงห้วนสั้น เพียงแค่เสียงกระทบปะทะกันสนิทลั่นห้อง... ก็บ่งบอกได้ทันทีว่าเธอกำลังอารมณ์ไม่ดีขั้นสุดยอด
“กินสิ ทำไมจะกินไม่ได้” เหมันต์เอ่ยพร้อมกับรีบคว้าจานข้าวผัดจานร้อนมาถือมั่นทันทีอย่างไม่ถือตัว
หลังจากวินาทีนั้น บรรดาสายตาและความเงียบงันก็เข้าปกคลุม ไม่มีเสียงพูดคุยเปิดฉากเสวนาพาทีอันใดหลงเหลืออยู่อีก มีแต่เสียงเคี้ยวข้าวระรัวของสารถีหนุ่ม เหมันต์แก้มป่องเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างอร่อย ทอฝันที่เบื่อหน่ายและไม่อยากจะปัดสายตาทัศนามองดวงหน้าคมคายของอดีตคนรักจึงหันแก้มหนีไปอีกทางเพื่อตัดปัญหา
ตามแผนที่วางไว้ เธอคิดเพียงต้องการจะเฝ้ารอคอยให้เขาแต่งองค์ทรงเครื่องกินเสร็จค่อยไล่กลับ หญิงสาวไม่ปรารถนาจะเสียเวลาเสวนาด้วย เพราะรู้จุดประสงค์ที่เขามาอยู่แล้วอย่างชัดเจน
เดนมนุษย์รายนี้... เขาต้องการลูกของเธอต่างหากล่ะ!
ย้อนเวลากลับไปในช่วงครึ่งเดือนก่อนจู่ๆ เหมันต์ก็โทรมาคุกคาม ชายชั่วผู้นั้นเอาแต่พูดว่าเธอพาลูกเขาหนี ซ้ำร้ายยังเอาแต่ป้อนถ้อยคำตำหนิกล่าวโทษว่าเธอเป็นฝ่ายทิ้งเขาไปเผชิญเคราะห์กรรมในอดีต
ทิ้งเขาไปกับผีสิฮะ! ทอฝันจำได้แม่นยำเต็มอก... ในวันวานคราวนั้นเธอเปิดศึกเปิดฉากโต้เถียงกับเขานานมาก จนเป็นสาเหตุให้เธอตัดสินใจเด็ดขาดที่จะบล็อกรหัสเบอร์ติดต่อและไม่รับสายเขาอีกเลยตลอดกาล
ราวสิบห้านาทีต่อมา เหมันต์รับประทานข้าวผัดหมดจานแทบไม่เหลือสักเม็ดเกลี้ยงจาน ชายหนุ่มผู้ชาญฉลาดล่วงรู้และอ่านสถานการณ์ออกได้ทันทีว่าต่อจากนี้อะไรจะเกิดขึ้น เขาจึงฉวยอภิสิทธิ์และช่องโหว่ชิงจังหวะเป็นฝ่ายเปิดฉากพูดข้อเรียกร้องขึ้นมาเสียงเรียบต่ำว่า:
“พรุ่งนี้เธอกับลูกตามฉันกลับกรุงเทพ ตอนนี้แม่ฉันอยู่โรงพยาบาลอยากเห็นหน้าหลานมาก”
“ตามคุณกลับ?”
ทอฝันถามย้อนศรแฝงแววประชดประชัน ก่อนหัวเราะหึหึเอ่ยว่า
“คุณเหม นี่ไม่ใช่ลูกคุณ จะให้ฉันตามคุณกลับไปในฐานะอะไร?”
“ทอฝัน อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน เธอก็รู้ว่าฉันเป็นคนยังไง!” ชายหนุ่มพูดพลางตบโต๊ะคำรามลั่นห้องด้วยความฉุนเฉียว ทอฝันเห็นเขากังอารมณ์ร้อนเหมือนเมื่อก่อนและไม่เคยพัฒนาแปรเปลี่ยนไปจากอดีตของเขาเลยสักกระผีก เธอจึงทำเพียงแค่ฉีกยิ้ม พร้อมพูดเหยียดหยามต้อนให้อีกฝ่ายจนมุมต่อทันทีว่า:
“คุณจะตีฉันเหรอ?เอาสิ ตีฉันเหมือนที่แม่คุณทำเมื่อก่อนเลย จะได้รู้กันว่าคุณยังบงการฉันได้หรือไม่ได้”
ในคูหาช่วงอดีตวันอันแสนขื่นขม คุณนายไพลินผู้ทรงอิทธิพลก็มักจะใช้วิธีนี้มาจัดการกับสตรีต่ำต้อยเช่นเธอ... ใช้ไม้เรียวฟาดเธอเพื่อให้ทำตามคำสั่งที่ต้องการเสมอมา
เพียงไม่นาน ภายในห้องนั่งเล่นเกิดเสียงโต้เถียงกันยกใหญ่แปรเปลี่ยนสภาพเป็นสมรภูมิปะทะคารม เหมันต์คิดไม่ถึงและไม่มีวันจินตนาการล่วงรู้เลยว่า ขนาดเขามาด้วยตัวเองทุ่มเทแรงกายเดินทางมาบุกรุกถึงที่พำนัก ทอฝันก็ยังคงหัวแข็งไม่ยินยอมและไม่ยอมน้อมกายศิโรราบให้แก่เขาอย่างง่ายดายดั่งอดีตอีกต่อไปแล้ว
ด้วยอารามโมโหบวกกับคิดว่าอีกฝ่ายเป็นคนผิดที่ทอดทิ้งตนไปในอดีต ชายหนุ่มจึงเอื้อมมือหมายกระชากทอฝันมากอดไว้เพื่อกำราบความพยศ ทว่าใครจะคาดคิดล่ะว่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังใช้พละกำลังยื้อยุดฉุกกระชากโดยไม่ทันสังเกตส่งรอบข้าง คู่ชายหญิงซึ่งกำลังมีปากเสียงกันอยู่บนโซฟาตรงกันข้าม จะได้ยินเสียงเด็กชายตัวน้อยแผดตะโกนลั่นขึ้นมาดั่งสวรรค์โปรดว่า:
“มี๊ ตีคนชั่วเลย ตีคนชั่วเลย!”
คิมหันต์ยืนอยู่ตรงประตูหน้าห้องนอนส่วนตัว เรียวนิ้วมือน้อย ๆ ขยับชี้หน้าใส่หน้าเหมันต์อย่างเอาเรื่อง ยามเมื่อเห็นบุรุษหนุ่มแปลกหน้าคนนี้กำลังตั้งท่ากระชากทอฝันเข้าหาตัว!
