บทที่ 1 ตอนที่ 1
พ่อผัวสายเบิร์น
นวนิยายสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น
ผู้เขียน
กาสะลอง
เซตนี้ประกอบด้วย พ่อผัวสายเบิร์น และลางรักรอยสวาท
ไม่อนุญาตให้สแกนหนังสือ
หรือคัดลอกเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือ
เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของหนังสือเท่านั้น
นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่สมมติขึ้น
ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องจริงแต่อย่างใด ชื่อบุคคล
และสถานที่ที่ปรากฏในเนื้อเรื่อง ไม่มีเจตนา
อ้างอิงหรือก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ
……….
นิยายเรื่องนี้… ไม่มีแก่นสารสารัตถะอะไรนักหนา
ทั้งเรื่องขับเคลื่อนด้วยอารมณ์อันมืดดำของมนุษย์
ดำเนินเรื่องด้วยตัณหาราคะสุดร้อนแรง
ท่านใดที่ไม่ชอบโปรดหลีกเลี่ยง
เราเตือนท่านแล้ว
นิยายเซตนี้ประกอบด้วย พ่อผัวสายเบิร์น และลางรักรอยสวาท
ตลอดหลายปีที่ ‘ปานวาด’ แต่งงานอยู่กิน
เป็นสามีภรรยากับ ‘ก้องภพ’
หล่อนไม่เคยได้ลิ้มลอง
รสสวาทอย่างที่แอบใฝ่หาเลยสักครั้ง
ทำให้ปานวาดกลายเป็นผู้หญิงเก็บกด
ความต้องการทางเพศเอาไว้นาน
หล่อนไม่เคยอิ่มเอมกับเซ็กส์
ไม่เคยมีความสุขอย่างแท้จริงเลยสักครั้ง
กระทั่งถึงวันที่ ‘ราเชนทร์’
พ่อสามีของหล่อน
ย่างกรายเข้ามาในบ้าน
อันที่จริง… (แบบไม่โลกสวยนะ)
ถ้าตัดสถานภาพของ
ความเป็น ‘พ่อผัว’ กับ ‘สะใภ้’ ออกไป
ตอนนี้หล่อนกับเขา…
ก็เป็นแค่ผู้หญิงกับผู้ชาย
ที่มีความต้องการเดียวกัน
พ่อผัวสายเบิร์น
สมุทรปราการ
ที่บ้านครึ่งอิฐครึ่งปูนสองชั้นหลัง ตั้งอยู่ในซอยแห่งหนึ่งย่านอำเภอบางพลีของจังหวัดสมุทรปราการ ใกล้กับตลาดน้ำ หลังห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่มีโลโก้เป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษสีแดงบนพื้นสีเขียว
“จะต้องกังวลไปทำไม… ในระหว่างที่แกไม่อยู่ก็ย้ายลูกเมียไปฝากไว้บ้านพ่อที่ต่างจังหวัดสิวะ เสร็จงานที่เชียงใหม่แล้วเอ็งค่อยไปรับกลับ”
‘ราเชนทร์’ หนุ่มใหญ่ลูกครึ่งฝรั่งวัยสี่สิบห้า กล่าวกับ ‘ก้องภพ’ ผู้เป็นลูกชายบุญธรรมของเขา
ในวันที่เขาแวะมาเยี่ยมลูกชาย แล้วได้รับรู้ปัญหาว่าตอนนี้ก้องภพซึ่งทำอาชีพช่างรับเหมาก่อสร้างมานานหลายปี กำลังจะต้องเดินทางไปทำงานที่เชียงใหม่ หลังจากชนะการประมูลสร้างหอประชุมให้กับโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอแม่ริม
ตามแผนการที่วางไว้ก้องภพจะต้องใช้เวลาก่อสร้างราวสองเดือน
“ผมก็คิดอยู่… ตอนนี้คงไม่สะดวกที่จะให้ลูกเมียต้องย้ายไปอยู่ในแคมป์คนงานก่อสร้าง”
ก้องภพเห็นคล้อยกับคำพูดของบิดา ยิ่งตอนนี้ ‘ปานวาด’ ซึ่งเป็นภรรยาของตนกำลังมีลูกอ่อนในวัยหนึ่งขวบให้ต้องเลี้ยงดู
ก้องภพเรียกภรรยาเข้ามาถามเพื่อปรึกษากัน ก่อนจะได้ข้อสรุปว่า
“ให้พ่อเชนทร์มาอยู่ที่นี่สักพักดีกว่าไหมคะ”
ปานวาดให้เหตุผลว่ารู้สึกเป็นห่วงบ้าน ถ้าจะต้องทิ้งบ้านของตัวเองแล้วไปอยู่บ้านพ่อสามีที่ต่างจังหวัด
ด้วยการปิดบ้านที่มีข้าวของเครื่องใช้และทรัพย์สินมีค่าไว้นานเป็นเดือน ไม่น่าจะใช่ความคิดที่ถูกต้องนัก เพราะว่าปัญหาเรื่องโจรขโมยก็ยังมีให้เห็นบ่อยๆ
“ก็ถูกอย่างที่หนูปานพูด”
ราเชนทร์หรี่ตา ครุ่นคิด เห็นด้วย เผลอจ้องมองทรวงอกอวบคัดของสะใภ้แม่ลูกอ่อน ที่เบียดอัดกันแน่นอยู่ภายใต้เสื้อคอกระเช้าลายดอกสีชมพูหวาน
ราเชนทร์เห็นคราบน้ำนมชื้นเป็นวงอยู่ที่จุกหัวนมทั้งสองข้าง แทงตุงขึ้นมาใต้เสื้อ มองแล้วเกิดอาการใจเต้นขึ้นมาอย่างประหลาด
“แล้วพ่อเชนทร์สะดวกไหมครับ… ที่จะมาอยู่ที่นี่นานเป็นเดือน”
ก้องภพรู้สึกเกรงใจ
“ช่วงนี้งานในสวนพอทิ้งได้ ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรมาก… กว่าจะเก็บเกี่ยวลิ้นจี่ก็อีกสองเดือนโน่นแหละ เดี๋ยวพ่อฝากไอ้เท่งให้ดูแลไปก่อน”
ไอ้ ‘เท่ง’ ที่ถูกกล่าวถึงก็คือคนงานเก่าแก่ที่ทำงานอยู่ในสวนของราเชนทร์มานาน
คำตอบของราเชนทร์บอกให้รู้ว่าเขาสะดวกที่จะมาอยู่เป็นเพื่อนสะใภ้กับหลาน
“ดีจัง… งั้นผมคงต้องรบกวนพ่อให้มาอยู่เป็นเพื่อนปานกับลูก”
เรียกชื่อเมียสั้นๆ ว่า ‘ปาน’ จนติดปาก
ก้องภพรู้สึกโล่งใจ ได้รู้แบบนี้เขาจะได้ไปทำงานที่เชียงใหม่อย่างหมดห่วง
“งั้นคืนนี้ค้างที่บ้านผมนะครับ… อย่าเพิ่งรีบกลับนะพ่อ… นานๆ ได้เจอกัน ดื่มกันสักยก ซดเหล้ากันสักขวด นอนค้างบ้านผมสักสองสามคืนนะครับ”
ก้องภพชวนบิดา
“ได้สิวะ… ดีเหมือนกัน พรุ่งนี้วันพุธพอดี มีตลาดต้นไม้ที่ตลาดนัดสวนจตุจักร พ่อว่าจะแวะไปดูพรรณไม้แปลกๆ ถ้าชอบใจจะสั่งไปลงสวนที่บ้าน”
ก้องภพกล่าว ขณะเหลือบมองไปยังปานวาด สะใภ้คนสวยที่กำลังให้นมลูกชายในวัยหนึ่งขวบ
“ไอ้ตัวเล็ก… เอ็งนี่มันน่ารักน่าชังเหลือเกิน หน้าตาเหมือนเจ้าก้องไม่มีผิด”
ราเชนทร์กล่าวชมหลานชายด้วยความเอ็นดู หากแต่สายตากลับจับจ้องอยู่ที่ปทุมถันคู่งามของแม่ลูกอ่อน
ชายเสื้อคอกระเช้าสีชมพูหวานถูกเลิกขึ้นมาคลุมอยู่เหนือเต้านมแม่ลูกอ่อนอวบคัด ขาวปลั่งนวลเนียนจนเห็นเส้นเลือดสีเขียวกระจายเป็นสายรางๆ อยู่ภายใต้ความบอบบางผุดผาด
“หิวหรือจ๊ะไอ้หนู… ดูดนมแม่แรงจัง”
