บทที่ 1 บทนำ

บทนำ

ปลายฝนต้นหนาวฤดูกาลแห่งการท่องเที่ยวใกล้มาเยือนอีกครา ณ เมืองหนาวไร่ชาล้อมรักของพ่อเลี้ยงพร้อมพงษ์ ที่ปัจจุบันได้เปลี่ยนมือให้ลูกชายคนโตเข้ามาดูแลบริหารจัดการแทน  

พารัก ขจรลาภ พ่อเลี้ยงหนุ่มหล่อทายาทของพ่อเลี้ยงพร้อมพงษ์ นับตั้งแต่เข้ามารับช่วงกิจการไร่ชาของบิดา กิจการที่เดิมทีนั้นก็รุ่งเรืองอยู่แล้ว ยิ่งรุ่งเรืองเพิ่มมากขึ้นไปอีก จากที่เคยเป็นแค่ไร่ชาปลูกแต่ชาและพืชผลอื่นๆ เมืองเหนือ ครั้นเมื่อพารักเข้ามากุมบังเหียนรับหน้าที่เองทั้งหมดในไร่ชา            

ความเจริญรุ่งเรืองต่างๆ ก็นำพาให้ไร่ชาล้อมรักเป็นที่เลื่องลือ ด้วยหัวคิดอันชาญฉลาดของลูกชายคนโต ที่นำความรู้ที่ร่ำเรียนมาจากเมืองนอกเมืองนา มาพัฒนาปรับปรุงไร่ชาให้กลายเป็นแลนด์มาร์ก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะเวียนมาเที่ยวกันอย่างไม่ขาดสาย ช่วงไฮซีซั่นห้องพักของที่นี่จะเต็มทุกห้อง เรียกว่าจองกันตั้งแต่ก่อนเริ่มฤดูกาลท่องเที่ยวเลยก็ว่าได้อย่างเช่นเช้านี้ที่มีทัวร์จากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและชาวต่างชาติ แวะเวียนเข้ามาเที่ยวชมความงดงามของไร่ชา ลานจอดรถเนืองแน่นไปด้วยรถยนต์ของนักท่องเที่ยว

ร้านอาหารและคาเฟ่ที่เปิดให้บริการโต๊ะเต็มทุกโต๊ะ จนต้องนำเก้าอี้และโต๊ะเข้ามาเสริมให้ใต้ต้นไม้

“เหนื่อยมาก นี่เค้าเดินทั้งวันจนขาจะหลุดเลยนะ ขอน้ำเย็นๆ มากระแทกลิ้นหน่อยสิข้าวใหม่” สาวน้อยหน้าใสหนึ่งในพนักงานเสิร์ฟอาหารให้ที่ไร่ชา ร้องบอกเพื่อนสาวอีกคนที่กำลังง่วนอยู่กับการเช็ดถูแก้วที่เคาน์เตอร์บาร์  

ข้าวใหม่หรือกรรณาภรณ์สาวน้อยหน้าสวย นักศึกษาปีสี่ที่เพื่อนสนิทอย่างใบฝ้าย ชักชวนให้มาทำงานพาร์ทไทม์ในส่วนของร้านอาหารที่ไร่ชาแห่งนี้ เพื่อหารายได้พิเศษช่วงปิดเทอม แม้ว่าตอนนี้จะเปิดเทอมแล้วสองสาวยังทำงานที่นี่ต่อ หัวหน้าใจดีจ้างพวกเธอต่อ ทั้งวันเสาร์-อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันจันทร์-ศุกร์จะมาทำช่วงห้าโมงเย็นจนถึงสี่ทุ่ม โดยที่ขากลับจะมีรถของไร่ชาไปส่งยังที่พักของพวกเธอ

“อ้ะ เอาไปทั้งเหยือกเลย” จัดการผสมน้ำหวานให้เพื่อนเสร็จสรรพจึงนำมาวางลงบนเคาน์เตอร์

ใบฝ้ายรีบรินน้ำหวานเย็นๆ ที่เพื่อนผสมให้ใส่แก้ว ยกขึ้นดื่มกินด้วยความกระหาย  

“ฮ้า! ชื่นใจ นี่วันนี้นะ นอกจากนักท่องเที่ยวจะเยอะมากเป็นพิเศษแล้ว เค้าอะยังได้ยินมาว่าวันนี้เป็นวันพิเศษของพ่อเลี้ยงด้วยน้า” คนช่างพูดเล่าเรื่องที่ตนรับรู้มาจากพวกข้างนอก มาเล่าให้เพื่อนรักฟัง

“ไม่เห็นอยากรู้เลย เล่าเรื่องอื่นเถอะใบฝ้าย” วันพิเศษอย่างนั้นเหรอ ไม่เห็นอยากรู้เลย พ่อเลี้ยงไม่เกี่ยวข้องเป็นอะไรกับเธอสักหน่อย เลยปิดช่องทางไม่รับข่าวสารเกี่ยวกับพ่อเลี้ยงหนุ่ม เจ้าของไร่ชาล้อมรักแห่งนี้ ที่เนื้อหอมสุดๆ สาวๆ ในอำเภอนี้ใครๆ ก็อยากจะเป็นแฟน เป็นเมียพ่อเลี้ยงด้วยกันทั้งนั้น

ยกเว้นเธอเพราะรู้สึกว่าเขาอยู่ไกลเกินเอื้อมถึง เลยไม่เคยเอาเรื่องของพ่อเลี้ยงพารักมาใส่หัว เธอมาที่นี่ก็เพื่อทำงาน ที่พอหมดเวลางานกลับหอพักก็ต้องรีบทำการบ้าน รายงานวิชาต่างๆ แล้วเข้านอน เพื่อตื่นแต่เช้าไปเรียนในวันรุ่งขึ้น วันไหนมีเรียนสาย มีเรียนบ่ายวันนั้นคือสวรรค์ของเธอ เพราะจะได้พักผ่อนเพิ่มขึ้น ชีวิตในช่วงนี้ทั้งเรียนทั้งทำงาน เลยทำให้มีเวลาพักผ่อนน้อย

“นี่ อยากรู้หน่อยน่านะ เพราะวันนี้เป็นวันเกิดของพ่อเลี้ยง และพนักงานอย่างพวกเราเลยได้รับอานิสงไปด้วย” นั่นคือพ่อเลี้ยงใส่ซองให้ทิปพนักงานทุกคนที่มาทำงานในวันนี้

กรรณาภรณ์ถึงกับยิ้มแหยรู้สึกหน้าแตกเล็กๆ เฮ้อ ใครจะไปรู้ล่ะ ไอ้เธอก็นึกว่าพ่อเลี้ยงจะขอสาวแต่งงานหรือจัดงานเลี้ยงสละโสดอะไรทำนองนั้น เลยบอกปัดปิดประเด็นไม่อยากฟัง

“พวกเราไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในงานเลี้ยง เพราะจัดแบบส่วนตั๊วส่วนตัว กระนั้นพ่อเลี้ยงยังใจดี แจกซองให้พวกเราอีกนะ ทั้งหล่อแถมยังใจดีแบบนี้ ไม่ให้หลงรักยังไงไหว อ๊าย” ใบฝ้ายเล่าไปทำท่าเคลิบเคลิ้มอย่างสาวช่างฝัน กรรณาภรณ์ถึงกับส่ายหน้าให้กับความช่างเพ้อช่างมโนของแม่คุณ

จากนั้นช่วงเย็นซึ่งเป็นเวลาพักกินข้าวมื้อเย็นของสาวๆ หนุ่มๆ พนักงานทั้งที่ร้านอาหารด้านหน้าไร่ และคาเฟ่ที่เปิดใหม่ให้บริการนักท่องเที่ยวที่แยกเข้ามาด้านในไร่ ตั้งอยู่หน้ารีสอร์ต ใบฝ้ายจะวิ่งไปมาทั้งสองที่ แต่กรรณาภรณ์นั้นได้ประจำอยู่ที่คาเฟ่ เวลารับประทานอาหารทั้งสองสาวจะสลับมากินด้วยกัน

อย่างเช่นวันนี้ที่ใบฝ้ายมากินข้าวมื้อเย็นกับกรรณาภรณ์

“นี่สองสาว พี่แววเรียกหาแน่ะ” ทั้งสองสาวหันไปโดยพร้อมเพียง

“ให้ไปเดี๋ยวนี้เลยหรือเปล่าคะพี่งาม” งามตาพยักหน้ารับ เธอเองได้รับคำสั่งจากหัวหน้านั่นก็คือแวววา บอกให้มาตามสองสาวคู่ซี้ให้ไปพบที่ห้องทำงาน ซึ่งตั้งอยู่ในส่วนของร้านอาหารหน้าไร่

“งั้น พวกเราไปเลยนะคะ” กรรณาภรณ์เอ่ยเสียงใส พลางพากันเดินออกไปจากคาเฟ่ เพื่อไปพบหัวหน้าใจดีอย่างพี่แวววาของพวกเธอ

ช่วงที่เดินจากคาเฟ่ไปยังหน้าทางเข้าไร่ที่ร้านอาหารตั้งอยู่ รถคันหนึ่งได้วิ่งออกมาจากไร่ สองสาวจึงหยุดยืนรอให้รถคันดังกล่าววิ่งผ่านไป แล้วจึงพากันก้าวเดินไปต่อ จังหวะที่รถกำลังจะเคลื่อนผ่าน

กรรณาภรณ์รู้สึกได้ว่ามีสายตาจากคนในรถจ้องมองมาที่เธอ จึงมองกลับไปก็ถึงกับตกตะลึง นี่มัน ‘พ่อเลี้ยง’ ดวงตาคมๆ ที่จ้องมองมานั้นทำเอาหัวใจสาวน้อยเต้นแรงตึกตักๆ อีกแล้วนะ ที่ได้ประสานสายตากับเขาคนนี้ ผู้ชายที่เป็นนายใหญ่ของไร่ชาล้อมรักแห่งนี้

บทถัดไป