บทที่ 11 บทที่ 2 ตกกระไดพลอยโจน (4)

เป็นอันว่าคนที่ตั้งท่าจะปฏิเสธจำต้องยอมทำตามความต้องการของเขา พารักพาหญิงสาวกลับไปที่หอพักเพื่อเก็บของ โดยมีใบฝ้ายคอยช่วยอีกแรง ข้าวของมีไม่มากจึงใช้เวลาเก็บไม่นานก็แล้วเสร็จ จากนั้นทั้งสามคนจึงมุ่งหน้าไปที่โรงพยาบาลในตัวจังหวัด เพื่อไปเยี่ยมย่าของกรรณาภรณ์

สาวน้อยจึงได้รับรู้ถึงอาการเจ็บป่วยของย่า ที่ลุงกับป้าพามาส่งรักษาตัวได้หลายวันแล้ว แต่ไม่เคยมาดูดำดูดีเลย สอบถามจากญาติที่มาเฝ้าไข้ข้างๆ เตียงกันกับที่ย่านอนรักษาตัวอยู่

“ย่าหนูจะเป็นไรมากไหมคะ” ถามเสียงสั่นเครือ ภายหลังที่กลับจากโรงพยาบาลแล้ว

อยากอยู่เฝ้าแต่พ่อเลี้ยงหนุ่มไม่ยอม เขาได้จ้างพยาบาลพิเศษดูแลให้ ย่าเป็นพังผืดในช่องท้อง มีภาวะลำไส้ตาย จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดลำไส้ออกไปและมีการต่อลำไส้ คิวผ่าตัดเร่งด่วนของย่าคือวันพรุ่งนี้ คืนนี้จึงต้องงดน้ำ งดอาหาร ตอนที่ไปเยี่ยมย่า ย่ามีอาการอ่อนเพลียเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว คนเป็นหลานอย่างเธอที่ชีวิตนี้มีแค่ย่าคนเดียวที่คอยรักและเธอก็รักท่านมาก เลยยิ่งรู้สึกเป็นห่วงไปกันใหญ่

“ทำใจให้สบายเถอะ อาจารย์หมอที่นี่เก่งมาก เชื่อฉันนะ” พ่อเลี้ยงหนุ่มปลุกปลอบใจสาวน้อยผู้น่าสงสารให้เจ้าหล่อนคลายจากความกังวล เขาจัดการย้ายโรงพยาบาลให้ย่าของเธอ ที่โรงพยาบาลเดิมที่นอนรักษาตัวอยู่นั้น ต้องรอคิวผ่าตัดซึ่งอาการของย่าหญิงสาวนั้นมัวรออยู่ไม่ได้แล้ว

“หนูต้องขอบคุณพ่อเลี้ยงมากนะคะ ที่ช่วยเหลือย่าของหนูค่ะ” กรรณาภรณ์ยกมือขึ้นไหว้พร้อมทั้งขอบคุณเสียงหวานกังวานใจคนฟัง พารักยิ้มเพียงนิดกำลังจะเอื้อนเอ่ยกับเธอต่อ ก็พอดีมีสายเข้า

รถยนต์คันโก้ของพ่อเลี้ยงเลี้ยวเข้ามาจอดยังหน้าเรือนไม้สักหลังงาม กรรณาภรณ์หันมองรอบๆ แล้วรู้สึกประหม่าและเป็นกังวลในหัวใจเหลือแสน อยู่ดีๆ ทำไมเรื่องราวทุกอย่างถึงได้บีบบังคับกันแบบนี้ด้วยนะ ยิ่งใกล้ถึงไร่ชามากเท่าไรหัวใจก็ยิ่งเต้นแรง จนเมื่อตอนนี้ได้เดินทางมาถึงแล้ว ยิ่งหายใจไม่ทั่วท้องเอาเสียเลย จะเป็นยังไงต่อไปนะชีวิตของเธอนับต่อจากนี้

“ถึงแล้วลงจากรถได้แล้วไป ข้าวของเดี๋ยวให้เด็กๆ มาขนขึ้นไปให้” พารักปลดเข็มขัดนิรภัยออกจากตัว ไม่ลืมหันไปชักชวนให้สมาชิกใหม่ของบ้าน เรียกให้ลงจากรถ แม่สาวน้อยคนงามยังนั่งนิ่ง เช่นนั้นจึงโน้มกายเข้าไปหา ปลดเข็มขัดนิรภัยให้

ความใกล้ชิดนั้นก็ทำเอากรรณาภรณ์ที่หันมาพอดี ถึงกับเขินขวยหัวใจเต้นแรงรัว พวงแก้มงามร้อนวูบวาบหวิวไหวไปหมด พารักยกยิ้มบางๆ เขารู้ว่าเจ้าหล่อนเขิน แก้มสาวที่ผิวขาวอมชมพูยามที่เจ้าตัวเขินอายนั้น ยิ่งแดงเถือกราวลูกตำลึงสุกก็มิปาน นั่นยิ่งเรียกเลือดในกายชายให้ร้อนฉ่ามากเข้าไปอีก อยากจะกดปลายจมูกลงหอมแรงๆ จูบฟัดแก้มแดงๆ ให้หายอยาก  

แต่ไม่ใช่ตอนนี้ที่เขากับเธอยังอยู่กันบนรถ

“ป้ะ...ลงจากรถกัน” พารักจึงเอ่ยขึ้น พลันสติที่หลุดลอยชั่วครู่ของสาวน้อย ก็ได้กลับคืนสู่ปัจจุบัน

พ่อเลี้ยงหนุ่มลงจากรถแล้วเร่งเดินอ้อมไปเปิดประตูฝั่งคนนั่ง สาวคนงามยังนั่งนิ่งด้วยอาการประหม่า รู้ตัวอีกทีเจ้าบ้านหนุ่มก็ลงจากรถมาเปิดประตูรอท่าให้ลงเสียแล้ว ลงจากรถไปยืนข้างๆ เขา ใบหน้างามแหงนมองดวงหน้าคมคร้ามที่ก้มลงมองอยู่พอดี ก่อนจะเสตาหลบสายตาหวานๆ ชวนให้ใจละลาย คนของพ่อเลี้ยงที่ออกมารอรับการกลับของเจ้านายหนุ่ม ถึงกับตื่นตะลึงพ่อเลี้ยงพาสาวมาด้วย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป