บทที่ 3 บทนำ 1.3
“จัดให้ไม่ขัดศรัทธาเลยคร้าบเพื่อน” หนึ่งในหนุ่มหล่อแก๊งเพื่อนพ่อเลี้ยง ตอบรับพร้อมทั้งยกแก้วเหล้าขึ้น จากนั้นทุกๆ คนจึงยกแก้วขึ้นชนแก้ว
พารักนั่งข้างกันกับเพื่อนที่เป็นปลัด ส่วนเพื่อนที่เป็นอาจารย์นั่งหลีสาวอยู่ หน้าหม้อจริงๆ ไอ้ผู้ทรงศีล ใครตั้งฉายาให้มันวะ ไม่ได้เฉียดใกล้ตรงไหนเลย
“น้ำหอมไม่มาเหรอวะ ได้ข่าวว่ากลับมาคุยกันอีก มีลุ้นไหมหรือว่าแค่เพื่อน” ชาญวิทย์หรือลูกหว้าปลัดหนุ่มผู้มีชื่อเล่นน่ารักน่ากินของสาวๆ เอ่ยถามเมื่อได้มีโอกาสเจอตัวเป็นๆ ของไอ้พ่อเลี้ยง
พารักนิ่งไปชั่วครู่ คำถามของไอ้ปลัดเป็นเรื่องที่ก่อกวนใจเขาอยู่เหมือนกัน ลองได้คนอย่างชาญวิทย์ผู้ที่มีงานรัดตัวเอ่ยปากถาม แปลว่ารู้กันทั้งกลุ่มเพื่อนไปแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย
“ไม่มีลุ้น สถานะเพื่อนยังยากเลย” ทำกันเจ็บแสบปานนั้น ใครกลับไปเอาต่อก็โง่เต็มที
“อ้าวไหงงั้น ก็เห็นพวกเพื่อนๆ นางเอามาพูดกันต่อว่ามึงกลับไปหา ไปคุยไปคบกันอีก” ชาญวิทย์งงเป็นไก่ตาแตก ก็ไหนว่าน้ำหอมเข้านอกออกในได้กลับเข้ามาที่ไร่ชาล้อมรักนี้อีกครั้ง
“เรื่องไหนที่ไม่ออกจากปากกู มึงไม่ได้ยินกับหู นั่นคือไม่จริงสักเรื่อง” พารักบอกอย่างเหนื่อยหน่าย เรื่องไม่จริงเกี่ยวกับตัวเขากับอดีตหวานใจนามว่าน้ำหอม ที่เลิกรากันไปหลายปีดีดัก เหตุเพราะเจ้าหล่อนแอบปันใจไปให้เพื่อนอีกคนของเขา เรื่องนี้ไม่มีใครรู้ รู้กันแค่เขากับเพื่อนผู้ชายคนนั้นเท่านั้นและเพื่อนในกลุ่มที่สนิทสุดๆ ของทั้งสองคน
วันสุดท้ายของความเป็นแฟนนั่นคือเขาได้เห็นเต็มสองตา น้ำหอมไปหาเพื่อนคนนี้ที่ห้อง ทั้งสองมีเซ็กซ์กันอย่างเร่าร้อน เขาที่เป็นแฟนซ้ำยังเป็นเพื่อนกับไอ้ผู้ชายที่กำลังคร่อมอยู่บนตัวเธอ ต้องอดทนอดกลั้นแค่ไหนที่จะไม่ยิงชายเลวหญิงร้ายนั่นทิ้งให้หายแค้น จนทั้งคู่เสร็จสมในเกมกาม ออกมาจากห้องถึงได้เห็นว่าพารักมานั่งอยู่ที่หน้าห้อง เขาบอกเลิกเธอทันที ความเป็นเพื่อนของเขากับไอ้ชายชู้ที่ทรยศหักหลังแอบกินกันกับแฟนเขามีอันได้จบลงเช่นกัน
เขาไม่เคยออกมาให้ข่าวว่าเลิกรากับน้ำหอมเพราะสาเหตุอะไร มีแต่เจ้าหล่อนที่พูดให้ทุกคนเข้าใจผิดว่าเป็นเขาเองที่หมดรักเธอแล้ว เพื่อนๆ ที่สนิทในกลุ่มแม้ไม่รู้รายละเอียดมากมาย แต่ก็พอจะเดาได้ว่าคงหนักหนาสาหัสเอาการอยู่ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่บอกเลิกเธอหรอก
จากนั้นทั้งคู่ก็เปลี่ยนเรื่องสนทนา หันมาคุยเรื่องหน้าที่การงานและเรื่องทั่วๆ ไป ก่อนที่จะมาจบที่เรื่องราวของไอ้เพื่อนเลวของเขาที่แอบกินกันกับอดีตแฟนสาว
“มึงรู้ไหมว่าไอ้นับมันอินเลิฟ ได้ข่าวว่าตามจีบนักศึกษาสวยระดับดาวมหา’ลัยเลยนะมึง”
“เฮ้ยจริงดิ ไอ้นับเนี่ยนะ” เพื่อนอีกคนหันมาร่วมวงสนทนาด้วย ฝ่ายพ่อเลี้ยงหนุ่มถึงกับกัดกรามกรอด ดวงตาคู่คมนิ่งเรียบไม่มีแววยินดียินร้ายอะไร ชื่อนี้ที่ไม่หลุดรอดจากปากเขามานานหลายปี เขาไม่เคยพูดชื่อเพื่อนคนนี้
“ไหนๆ มีรูปไหม มันได้ลงไอจีหรือเฟซรึเปล่า” อาจารย์หนุ่มที่ดื่มเหล้าเคล้านารี หันมาให้ความสนใจเรื่องที่เพื่อนๆ กำลังพูดถึง นับบุญหนึ่งในเพื่อนกลุ่มเดียวกับพวกเขา ที่ได้ข่าวมาว่ากำลังจะย้ายกลับมาประจำที่บ้านเกิดเมืองนอน นับบุญเป็นอัยการ นิสัยส่วนตัวของเพื่อนคนนี้ค่อนข้างเงียบขรึม ไม่มีท่าทางเจ้าชู้หรือหลีสาวเหมือนคนอื่นๆ แต่แปลกที่มีแต่ผู้หญิงมารุมชอบ วิ่งเข้าหามันอยู่ตลอดแทบไม่เคยสร่างซา
ปลายนิ้วเรียวของอาจารย์หนุ่มเลื่อนดูโพสต์ในไอจีของอัยการหนุ่มรูปหล่อ ที่ส่วนมากไม่ค่อยอัปเดตอะไร มีแต่รูปต้นไม้ ดอกไม้และแมวหมา จนกระทั่งเลื่อนไปเจอโพสต์ล่างๆ ถึงกับร้องว้าว
“เฮ้ย ! นี่มันนักศึกษาที่มหาลัยกูนี่หว่า” สาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพราที่ปรากฏในไอจีของนับบุญ ทำเอาทุกคนถึงกับอึ้ง เมื่อพบว่าหน้าตาเหมือนกับเด็กเสิร์ฟที่กำลังนำอาหารมาเติมให้ที่โต๊ะ
กรรณาภรณ์รู้สึกว่ากำลังตกเป็นเป้าสายตาของผู้ชายโต๊ะนี้ ก็ให้รู้สึกประหม่าไม่น้อย ชุดที่ใส่มาก็ไม่สั้นมากกระโปรงก็ยาวเหนือหัวเข่า แล้วยังมีผ้ากันเปื้อนคาดทับเอาไว้อีก ผมยาวๆ ก็เก็บเกล้าเอาไว้อย่างดีเพื่อความเรียบร้อยสะอาดตา เส้นผมจะได้ไม่หลุดร่วงลงมาใส่ในอาหาร หน้าจึงโล้นๆ ไม่มีอะไรน่ามองเลย แล้วพวกเขามองอะไรกัน คนที่ไม่เคยคิดหรือชมตัวเองว่าสวยคิดหาสาเหตุ หญิงสาวเป็นคนสวยที่สวยมากชนิดที่ว่าถ้าส่งเข้าประกวดนางงามเชียงใหม่มีสิทธิ์มงลง แต่เจ้าตัวกลับไม่เคยมองว่าตัวเองสวย ปกปิดความสวยตนเองด้วยการแต่งตัวไม่ฉูดฉาดโชว์เซ็กซี่ หน้าตาไม่แต่งทาแค่แป้งฝุ่นลิปกลอสสีชมพูอ่อนๆ บนเรียวปากเท่านั้น
พารักจ้องมองแม่สาวนักศึกษาที่พวกเพื่อนๆ กำลังให้ความสนใจเธอ เพราะเป็นผู้หญิงที่พวกมันพูดถึงนั่นคือเป็นแฟนของไอ้นับบุญ เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดของเขา นั่นยังไม่สำคัญเท่าก็ตรงที่เจ้าหล่อนเป็นคนใต้อาณัติของเขา เข้ามาทำงานพาร์ทไทม์ในส่วนของร้านอาหารรีสอร์ต ดวงตาคู่คมจับจ้องมองใบหน้ารูปไข่ที่ความสวยนั้นแจ่มจรัสชัดเจน ด้วยแววตาของราชสีห์ที่จ้องจะตะครุบกวางสาวเนื้ออ่อนกินเป็นอาหาร
‘จะบังเอิญไปไหมที่เด็กของไอ้นับอยู่ใกล้ตัวแค่นี้ ที่จะจับเชือดกินเมื่อไหร่ก็ได้’ สายตาของพ่อเลี้ยงหนุ่มที่เผลอไปสบเข้าอย่างไม่ตั้งใจ ทำเอากรรณาภรณ์ขนลุกไปทั้งร่างกาย สายตาเขาในวันนี้ช่างน่ากลัวเสียจริงเชียว มันเหมือนสายตามาดร้ายอะไรสักอย่าง ไม่เหมือนทุกครั้งที่ได้มองสบตากับเขา ที่ให้ความรู้สึกหวามไหววูบวาบกับสายตาแรงร้อนสื่อความปรารถนาอย่างเช่นชายหนุ่มที่เสน่หาในตัวหญิงสาว
