บทที่ 7 บทที่ 1.4 ของขวัญ
เสียงแจ้งเตือนแอปพลิเคชันไลน์ดังขึ้นถี่ระรัว จนคนที่แนบนอนกกกอดร่างงามลออต้องตื่นลืมตาขึ้น แล้วควานไปหาที่มาของเสียงน่ารำคาญนั่น
หยิบมาแล้วพบว่าไม่ใช่มือถือตัวเองแต่เป็นของคนที่นอนหลับซุกอกเขาอยู่ ทีแรกกะจะเรียกให้ตื่นไม่อยากเสียมารยาทแอบอ่านข้อความของใคร แต่พอเห็นชื่อพร้อมกับรูปโพรไฟล์ จึงเปลี่ยนใจยอมเสียมารยาทกดอ่านข้อความนั้น
พี่นับบุญ : ตื่นยังครับข้าวใหม่
พี่นับบุญ : อยากให้ถึงปีใหม่ไวๆ จัง
พี่นับบุญ : จะได้ย้ายกลับไปอยู่เชียงใหม่ ได้ไปอยู่ใกล้ๆ หนู ถ้าเจอพี่จะกอดจะหอมให้หายคิดถึงเลย รักข้าวใหม่เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือรักตลอดไป
ขณะนั้นเองคนที่นอนหลับสนิทไม่มีทีท่าว่าจะตื่นง่ายๆ กลับตื่นลืมตาขึ้นมาเสียอย่างนั้น พารักรับรู้ถึงแรงขยับเขยื้อน จึงหันไปหาเธอที่พอมองเห็นของที่อยู่ในมือเขา ก็เบิกตาขึ้นมองอย่างไม่อยากเชื่อ
“นั่นมือถือหนูนี่คะ ขอคืนด้วยค่ะ” แทนที่จะคืนให้ง่ายๆ กลับโยกโย้แกล้งเธอเสียอย่างนั้น
“อยากได้ก็มาเอาสิ” มาเอาสิ พร้อมกับนำมือถือซุกลงไปในผ้าห่ม สาวน้อยมองตามการเคลื่อนไหวแล้วหน้าซีด โอ๊ย เอาเข้าไปไว้ในนั้น แล้วใครจะกล้าตามเข้าไปหยิบออกมาเล่า
“คุณ ! บ้าไปแล้วหรือไง นั่นของของหนูนะคะ เอาคืนมานะ” กรรณาภรณ์แหวให้ลั่นขึ้นเสียงใส่ ผู้ชายบ้าๆ นี่ จะเกินไปแล้วนะ แอบอ่านข้อความกันไม่พอยังจะมาแกล้งกันอีกแน่ะ
พารักยกยิ้มอย่างชอบใจ รู้สึกบันเทิงเริงใจเสียจริงเชียว ได้แกล้งแม่สาวน้อยที่เป็นของเขาแล้วทั้งเนื้อทั้งตัวของเธอ ถูกเขาตีตราทำรอยเอาไว้จนเต็มไปหมด เนินอกขาวๆ ที่โผล่พ้นชายผ้าห่ม อา...ให้ตายดับ เห็นแล้วอยากจะประทับรอยลงไปอีก ดูดให้หายมันเขี้ยวไปเลยพับผ่าสิ
“จูบผัวก่อนสิ เอาแบบหวานๆ จูบแบบลงลิ้นนัวเนียน่ะ” คนพูดพูดออกมาหน้าตาเฉย คำว่าผัวทำเอากรรณาภรณ์แก้มแดงเถือกเคอะเขินสุดพลัง ไหนจะข้อแลกเปลี่ยนที่เขาเสนอมาอีกล่ะ
“หนูไม่ทำไม่ได้เหรอคะ อีกอย่างพ่อเลี้ยงไม่ใช่ผัวหนูสักหน่อย” คนที่ยังตั้งตัวไม่ติดกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต เอ่ยเสียงเบา พูดออกไปแล้วก็ก้มหน้างุด คิดหาทางจะพาตัวเองออกจากที่นี่ จำได้ว่าเขาไม่ยอมให้ลุกหนีไปไหนเลย ตอนตีห้าเธอตื่นขึ้นกำลังว่าจะหนีออกจากห้องนี้ อาศัยความมืดออกไปจากที่นี่ แต่เขาก็ช่างประสาทสัมผัสดีเหลือเกิน แค่ขยับเขาก็รู้สึกตัวตื่นเสียแล้ว
ก่อนจะลงเอยถูกจับกินอีกครั้ง กว่าจะได้หยุดพักเขายอมลงจากตัวเธอก็ฟ้าสางพอดี
“ยังจะปากดี ถ้าไม่ใช่ผัวแล้วที่มีอะไรกันจนเตียงลั่น ฉันขย่มเธอทั้งคืนนี่ล่ะ ยังไม่ใช่ผัวอีกเหรอฮะ” คำพูดแสนห่ามและออกจะตรงไปหน่อยหลุดออกจากปากเขาอีกแล้ว ทั้งๆ ที่ไม่ได้อยากจะพูดจาแบบนี้ อยากจะพูดหวานๆ กับเด็กมันบ้าง ประเดี๋ยวจะหาว่าผู้ใหญ่รังแกเด็ก อย่างที่เธอต่อว่าเขาเมื่อคืนหลังเสร็จกิจในยกที่สอง เขาไม่ยอมไปส่งเธอ
“หนูแค่ขอโทรศัพท์คืนแค่นี้เอง ทำไมต้องพูดแบบนี้ด้วยคะ” จะไม่ร้องไห้ จะไม่อ่อนแอให้เขาเห็น แต่มันทนไม่ไหว นี่มันเวรกรรมอะไรของเธอ จู่ๆ ทำไมถึงมาอยู่ในห้องนี้ได้ เดินเสิร์ฟอาหารอยู่แท้ๆ
“ก็ไม่ได้อยากพูดหรอก แต่เธอมัน” สุดท้ายก็ใจอ่อนยอมลงให้ “ช่างเถอะ เดี๋ยวไปอาบน้ำ เสื้อผ้าฉันจะให้คนของฉันหามาให้ เสร็จแล้วจะได้ไปกินข้าว เรามีเรื่องต้องคุย ต้องตกลงกัน” หน้างามๆ เลยยิ่งงอหนัก แม้จะยิ้มได้แล้วเพราะเขาคืนโทรศัพท์ให้ แต่อีกไม่กี่วินาทีต่อมา ก็หักมุมพาเธอกลับไปอยู่ในอารมณ์หน่วงๆ หัวใจได้อีกครา
“ต้องคุยอะไรอีกคะ หนูบอกไปตั้งหลายครั้งแล้วว่าไม่ได้จะมาทำงานนี้” สิ่งที่เสียไปเธอไม่กล้าเรียกร้องเขาหรอก แม้จะเสียใจที่สุดของชีวิตลูกผู้หญิง อยู่ๆ ต้องมาเสียความสาวให้กับชายที่ไม่ได้เป็นแฟน ไม่ใช่คนรัก
แต่เธอจะถือซะว่าฟาดเคราะห์ ดวงคงไม่ดีเลยต้องมาพบเจอกับเรื่องเลวร้ายนี้
“ฉันไม่สนหรอกนะ เรื่องที่เธอจะเข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง แต่ที่ฉันจะบอกกับเธอ” พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าแล้วขยับกายเข้าไปหาแม่สาวน้อยจอมพยศ ที่ตั้งท่าถอยหนี แต่ยังช้ากว่าเขาอยู่ดี พารักคว้าเอวกลึงรั้งร่างงามลออรวบมาไว้ในอ้อมกอด กักขังเจ้าหล่อนเอาไว้ด้วยกำแพงร่างกาย ที่แกร่งกำยำไปด้วยกล้ามเนื้อสวยงามแห่งบุรุษเพศ ก้มหน้าหล่อลงชิดกดจูบแรงๆ บนแก้มนุ่มจนแก้มยุบ
“ต่อไปนี้เธอคือผู้หญิงของฉัน เป็นเด็กของฉัน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป” ประกาศิตจากพ่อเลี้ยงหนุ่ม ที่ดึงดันเอาแต่ใจตนเองเป็นที่สุด ทำเอาสาวน้อยที่ตกอยู่ในสถานะที่ไม่นำพานี้ถึงกับจุกอก เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธเลยหรืออย่างไร “ไปอาบน้ำแต่งตัว แล้วออกมากินข้าวนี่คือคำสั่ง” คำสั่งอีกแล้ว ในฐานะอะไร ถามออกไปก็ได้คำตอบที่ชวนให้หัวใจหวิวไหว คนที่ตกเป็นเมียพ่อเลี้ยงอย่างไม่ตั้งใจจึงจำต้องทำตามที่เขาสั่ง
