บทที่ 9 บทที่ 2 ตกกระไดพลอยโจน (2)

กรรณาภรณ์กลับมาถึงบ้านก็ได้พบกับเรื่องราวชวนให้อดสูใจยิ่งนัก ย่าไม่สบายหนักนอนอยู่โรงพยาบาล ไม่มีใครบอกเธอเลย รวมหัวกันหลอกให้เธอกลับบ้าน และที่ร้ายจนหัวใจบีบรัด ลุงขายเธอให้กับชายแก่คราวพ่อ คนรวยในหมู่บ้าน เอาความเป็นความตายของย่ามาอ้างบีบบังคับให้เธอจนมุม

เธอไม่ยอมพยายามจะหนี เพราะเชื่อว่าย่าไม่รู้เรื่องนี้แน่ๆ เงินเก็บเธอก็พอมีอยู่บ้าง แค่จ่ายค่ารักษาเบื้องต้นไปก่อนคงไม่ถึงขั้นต้องเอาเธอไปขายหรอกกระมัง

“ถึงแล้วค่ะพ่อเลี้ยง นี่แหละค่ะบ้านของข้าวใหม่” ขณะเดียวกันพารักกับใบฝ้ายก็มาถึงบ้านของกรรณาภรณ์เรียบร้อยแล้ว

ลงจากรถมาก็ให้รู้สึกแปลกๆ พิกล พารักเองก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน คนพวกนั้นมาทำอะไร ก่อนที่จะเอ่ยปากอันใดออกไป ก็พบว่าคนที่ทั้งคู่มาหา เวลานี้กำลังถูกหญิงวัยกลางคนฉุดกระชากพาออกมาจากในบ้าน เพื่อจะพาไปไหนสักแห่ง เพราะมีรถกระบะมาจอดรอท่าอยู่แล้ว  

นั่นเองที่ทำให้พารักไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป แสดงตัวให้ทุกคนได้รับรู้ถึงการมาของเขา  

“จะพาข้าวใหม่ไปไหนเหรอ” น้ำเสียงทุ้มๆ ของพารักเรียกความสนใจให้กับทุกๆ คน ไม่เว้นแม้กระทั่งกรรณาภรณ์ ที่พอหันมาเห็นพารักและเพื่อนของเธอ ก็ฉีกยิ้มออกมาทั้งน้ำตา รู้สึกดีใจที่เห็นเขามา   

เธอไม่รู้หรอกว่าเขามาทำไม แต่ได้เห็นว่าพ่อเลี้ยงพารักมาปรากฏตัวที่บ้าน หัวใจดวงน้อยก็รู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ คิดว่าเขาต้องช่วยเหลือเธอแน่ๆ   

“พ่อเลี้ยง!” ผู้เป็นลุงของกรรณาภรณ์หันมาเห็น ก็รู้สึกตกใจไม่น้อย ฝ่ายพารักเองเพิ่งได้รู้วันนี้เอง ว่าผู้หญิงคนใหม่แกะกล่องของเขา ที่แท้เป็นหลานของนายสมชัยอดีตคนงานที่ไร่ชา ที่เกือบได้ขึ้นเป็นหัวหน้าคนงาน แต่มาถูกไล่ออกจากไร่เสียก่อน เหตุเพราะเมามายแล้วไปชกต่อยมีเรื่องกับเพื่อนร่วมงาน  และไม่ใช่แค่ครั้งเดียว นายสมชัยได้ก่อเหตุเมาแล้วทะเลาะวิวาทกับเพื่อนร่วมงานบ่อยครั้ง นั่นเองที่ทำให้พารักไม่เลี้ยงคนแบบนายสมชัยอีกต่อไป  

“กำลังจะไปไหนกันเหรอ” พารักถามออกไป นัยน์ตาคมดุจับจ้องมองหน้าอดีตคนงาน ที่สายตาลอกแลกมองสบตาเขาไม่เต็มตานัก พ่อเลี้ยงหนุ่มมองเลยไปยังอีกคนที่ใบหน้าสวยๆ นั้นแดงก่ำเหมือนร้องไห้มาอย่างหนัก “ว่าไงล่ะสมชัย” ทำอึกอักอยู่นั่นน่ารำคาญ เลยสำทับเร่งเร้าเอาคำตอบ

“จะไปธุระครับพ่อเลี้ยง” อึกอักๆ สุดท้ายก็ตอบออกไปจนได้ ฝ่ายคนเป็นป้าที่เป็นแค่ป้าสะใภ้ ชักเริ่มหงุดหงิด จะอะไรนักหนานะ อยู่ตั้งนานก็ไม่มา

“ไปๆ ก่อน เสี่ยเขารออยู่นะ” หันไปสะกิดบอกสามีที่มัวต่อปากต่อคำกับเจ้านายเก่า ที่ไล่ออกอย่างไม่ไว้หน้าอยู่ได้ จะไปไหนกันแล้วเกี่ยวอะไรด้วยมิทราบ จำเป็นต้องรายงานหรืออย่างไร  

“จะไม่มีใครไปไหนทั้งนั้น แล้วก็ปล่อยคนของฉันมาเดี๋ยวนี้” พารักกล่าวด้วยน้ำเสียงห้วนห้าว ใบหน้าคมคร้ามไม่มีแววล้อเล่น  

“พ่อเลี้ยงครับ นี่มันเรื่องในครอบครัวเรานะครับ ไอ้ข้าวใหม่ไปเป็นคนของพ่อเลี้ยงตอนไหน” นายสมชัยชักไม่พอใจขึ้นมาเหมือนกัน ประเดี๋ยวไปไม่ทันเวลาเสี่ยได้โมโหเล่นงานเขาอีก

พารักยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อไปอีก คนที่กำลังจะถูกพาไปขายอย่างผักอย่างปลาเลยโพล่งขึ้นอย่างเหลืออดเหลือทน พอกันทีลุงแบบนี้เธอไม่นับว่าเป็นลุงอีกต่อไป นี่มันยุคไหนแล้ว จะมาลิดรอนสิทธิ์จับตัวเธอไปขายบำเรอกามให้ชายแก่ตัณหากลับเนี่ยนะ

“พ่อเลี้ยงช่วยหนูด้วยค่ะ ช่วยข้าวใหม่ด้วย ลุงกับป้าหลอกให้หนูกลับบ้าน พวกเขาจะพาหนูไปขายให้เสี่ยหยง หนูไม่ยอมพวกเขาก็จับขัง ช่วยหนูด้วยนะคะ” หากแต่คำบอกกล่าวที่ขอร้องทั้งน้ำตา ทำเอาใบฝ้ายถึงกับตกตะลึง คนพวกนี้ใจร้ายเกินไปแล้ว ว่าแล้วไหมล่ะเพื่อนรักเธอต้องเกิดปัญหาแน่ๆ

พารักได้ยินดังนั้นถึงกับกัดกรามกรอด “เป็นแค่ลุงแล้วมีสิทธิ์อะไรมาพาหลานไปขาย นี่มันผิดกฎหมายนะ ทางที่ดีแกปล่อยคนของฉันมาจะดีกว่าสมชัย ปัญหาที่ก่อขึ้นแกก็ต้องรับผิดชอบของแกเอง”

ไม่ใช่แค่พูดเท่านั้น ร่างสูงใหญ่ก้าวอาดๆ ตรงเข้าไปแย่งยื้อเอาตัวของกรรณาภรณ์ ออกจากการเกาะกุมของลุงนิสัยเลวเยี่ยงสัตว์ คิดได้อย่างไรจะพาหลานไปขายตัว และที่เขาพูดออกไปนั้นแทบไม่ต้องถามไถ่ก็รู้ได้อยู่แล้วว่าคงจะไปกู้หนี้ยืมสินไอ้เสี่ยแก่ตัณหากลับนั่นมา แล้วมันคงหมายตาอยากจะได้เด็กสาวเนื้ออ่อนไปบำรุงบำเรอกาม ดีแค่ไหนแล้วที่เขามาทัน   

“พ่อเลี้ยง ฮือ” กรรณาภรณ์กอดแนบซบใบหน้าลงบนแผงอกแกร่งของพารัก รู้สึกดีใจโล่งใจอย่างที่สุด ยามนี้ที่ความอ่อนแอเล่นงาน สาวน้อยเลยร้องไห้โฮจนคนที่ยืนนิ่งให้กอดให้ซบ หัวใจกระตุกวูบรู้สึกสงสารเหลือใจ

“เรากลับกันเถอะนะ ไม่ต้องกลัว หน้าไหนก็เอาตัวเธอไปไม่ได้ ฉันจะปกป้องเธอเองข้าวใหม่” พารักปลอบใจสาวน้อยที่ยังไม่หายเสียขวัญ ก่อนจะโอบประคองพาเธอไปขึ้นรถ ใบฝ้ายที่ร้องไห้ไปด้วยกับเหตุการณ์ที่เพื่อนรักเผชิญรีบวิ่งตามมา คนที่เสียผลประโยชน์อย่างลุงป้าเลยหันมองหน้ากันอย่างหารือ ขืนปล่อยให้พ่อเลี้ยงเอาตัวหลานไปได้ คนที่เดือดร้อนก็คือทั้งสองคน

“หยุดนะพ่อเลี้ยง ผมเป็นลุงไอ้ข้าวใหม่มัน พ่อเลี้ยงไม่มีสิทธิ์มาพามันไปไหนนะ” เอาวะลองฮึดครั้งสุดท้าย เพราะรู้แน่แล้วว่าอะไรรออยู่เบื้องหน้าถ้าไม่มีกรรณาภรณ์ไปส่งให้เสี่ยหยง 

“ลุงใจสัตว์คิดเอาหลานไปขายเนี่ยนะ ยังกล้าพูดอีกเหรอว่าตัวเป็นลุง ไม่ละอายแก่ใจบ้างเลยหรือไง” 

พารักปิดประตูรถหลังพาหญิงสาวขึ้นนั่งเรียบร้อยแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป