บทที่ 10 เพิ่งรู้ใจตนเอง
“ยี่หวาไม่ได้ทำอะไรผิดเลยครับ แต่พี่…พี่รู้สึกว่าเราเข้ากันไม่ได้แล้วจริงๆ” นนทกรตอบด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนกำลังฝืนใจพูด
“พี่นนท์…พี่นนท์พูดอะไรคะ เราคบกันมาเกือบสามปีแล้วนะคะ” ปณาลีพูดพลางส่ายหน้าช้าๆ น้ำตาของเธอเริ่มไหลอาบแก้มด้วยความเสียใจ
“พี่ขอโทษครับ”
“พี่นนท์คะ บอกยี่หวาได้ไหมว่ายี่หวาผิดตรงไหน ไม่ดีตรงไหนยี่หวาพร้อมจะปรับตัวนะคะ” หญิงสาวขอร้องเขาอย่างคนเสียสติ ยังดีที่ว่าโต๊ะของเธออยู่ห่างจากโต๊ะของคนอื่นมากและในร้านก็เปิดเพลงคลอโต๊ะอื่นจึงไม่ได้ยินเสียงที่เธอพูด
“ยี่หวาดีทุกอย่าง แต่ตอนนี้พี่ยังไม่อยากคิดถึงเรื่องความรักพี่ขอโทษนะที่ทำให้ยี่หวาเสียเวลาแต่เรายังเป็นพี่เป็นน้องกันได้ ยี่หวาโทรหาพี่ ปรึกษาได้ตลอด”
“ถ้าอยากจะเป็นแค่พี่น้องพี่ทำไมไม่บอกตั้งแต่ทีแรกล่ะคะ จะมาขอคบกันเป็นแฟนทำไม”
“พี่ขอโทษพี่เพิ่งรู้ใจตัวเอง เรากลับกันเถอะนะเดี๋ยวพี่ไปส่ง”
“ไม่ต้อง ยี่หวากลับเองได้” ปณาลีปฏิเสธอย่างรวดเร็ว
เธอเช็ดน้ำตาแล้วลุกขึ้นหยิบกระเป๋า ก่อนจะเดินออกไปจากร้านด้วยความรู้สึกเจ็บปวดที่ไม่เคยได้รับมาก่อน
นนทกรมองตามแผ่นหลังของเธอไปจนลับตาด้วยความรู้สึกผิด เขานั่งลงที่เก้าอี้และถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่เขาสามารถทำในสิ่งที่เขาอยากจะทำมานานแล้ว
ปณาลีเดินออกมาจากร้านด้วยน้ำตาที่ไหลอาบแก้มไม่หยุด เธอเดินไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้จุดหมายใดๆ โทรศัพท์มือถือของเธอสั่นขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เธอก็เลือกที่จะไม่รับสาย
จนกระทั่งเสียงเรียกเข้าดังขึ้นอีกครั้ง เธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูและพบว่าเป็นเบอร์ของภัทรมน
“ฮัลโหลมน…” ปณาลีรับสายด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือจนเพื่อนจับได้
“ยี่หวา เกิดอะไรขึ้นทำไมแกถึงร้องไห้” เสียงของภัทรมนร้อนรนทันทีเมื่อได้ยินเสียงของเพื่อน
“มน พี่นนท์…พี่นนท์เขาขอเลิกกับฉันแล้ว” ปณาลีพูดได้เพียงแค่นั้นก่อนจะปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร เธอพูดไปพลางร้องไห้ไปจนแทบจะจับใจความไม่ได้
“ว่าไงนะ ตอนนี้แกอยู่ที่ไหน” ภัทรมนอุทานออกมาด้วยความตกใจอย่างสุดขีด
“ฉันไม่รู้…ฉันเดินออกมาจากร้านแล้ว” ปณาลีตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสับสน
“ร้านไหน”
“ร้านที่ฉันเล่าให้แกฟัง”
“แกอยู่ตรงนั้นแหละนะ ฉันจะไปหาแกเดี๋ยวนี้” ภัทรมนบอกก่อนจะวางสายไป
เมื่อวางสายจากเพื่อนแล้วปณาลีก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นข้างถนนอย่างไม่สนสายตาใคร เธอปล่อยให้ตัวเองร้องไห้ออกมาอย่างหนักด้วยความเสียใจ หัวใจของเธอแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ความรักที่เธอทุ่มเทไปตลอดสามปีที่ผ่านมามันจบลงแล้วจริงๆ
ไม่นานนัก รถของภัทรมนก็ขับมาจอดลงตรงหน้าเธอรีบลงจากรถและตรงเข้ามาสวมกอดเพื่อนด้วยความรู้สึกเห็นใจ
“ไม่เป็นไรนะแก…ไม่เป็นไร” ภัทรมนปลอบโยนพลางลูบหลังปณาลีอย่างอ่อนโยน
ปณาลีร้องไห้ซบกับอกของเพื่อนอย่างหนักจนตัวโยน
“มน…ฉันผิดอะไร…ทำไมเขาถึงทำแบบนี้กับฉัน” เธอถามทั้งน้ำตาด้วยเสียงที่ขาดห้วง
“แกไม่ได้ผิดอะไรเลยยี่หวาเขาผิดเองที่ทิ้งแกไป ไปที่บ้านฉันก่อนนะ”
ภัทรมนขับรถพาปณาลีมาที่บ้าน ระหว่างทางก็โทรศัพท์ไปหาวนรัตน์
“รัตน์ แกมาที่บ้านฉันได้ไหม”
“มีอะไรหรือเปล่ามน ฉันได้ยินเสียงเหมือนคนร้องไห้”
“มาที่บ้านฉันก่อนเดี๋ยวค่อยคุยกันนะ”
“ฉันจะรับไปนะไม่เกินสิบห้านาทีเจอกัน”
บ้านของภัทรมนและวนรัตน์อยู่ไกลเท่าไหร่การมาเจอกันจึงใช้เวลาไม่นาน
ปณาลียังร้องไห้ไม่หยุดแต่ภัทรมนก็ไม่ได้พูดอะไรเธอปล่อยให้เพื่อนได้ร้องไห้ออกมาเพราะเข้าใจถึงความผิดหวังและเสียใจดี บางคนอาจอยากให้ใครสักคนอยู่ข้างๆ แค่รับฟังโดยไม่ต้องพูดอะไร
เมื่อมาถึงบ้านภัทรมนก็พาปณาลีเข้าไปนั่งในห้องรับแขกหาน้ำและเตรียมทิชชูมาวางไว้ใกล้ๆ ก่อนจะนั่งลงข้างๆ ให้เพื่อนพิงศีรษะลงบนไหล
เสียงเปิดประตูดังขึ้นภัทรมนหันไปมองเมื่อเห็นว่าเป็นวนรัตน์ก็รีบกวักมือให้รีบเข้ามา
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมยี่หวาถึงได้ร้องไห้แบบนี้ล่ะ”
“ก็พี่นนท์น่ะสิ”
“เขาไม่ขอแต่งงานเหรอ แต่ฉันเห็นเขาซื้อแหวนจริงๆ นะพนักงานก็บอกว่าเขาซื้อไปขอแฟนแต่งงาน” วนรัตน์กระซิบกับภัทรมน
“ถ้าแค่ไม่ขอแต่งงานยัยยี่หวาคงไม่ร้องไห้แบบนี้หรอก แต่นี่เขาขอเลิกกับเพื่อนของเราด้วย” ภัทรมนอธิตามที่ปณาลีบอกเธอเองก็ยังไม่ได้ถามอะไรมากเพราะจะรอให้วนรัตน์มาถึงก่อน
“อะไรนะ มันเกิดอะไรขึ้นยี่หวา นี่แกร้องไห้มานานแล้วใช่ไหม ดูสิตาบวมหมดแล้ว”
“พี่นนท์เขาไม่ได้ขอฉันแต่งงานอย่างที่ฉันคิดไว้ เขาบอกเลิกฉัน เขาขอลดสถานะ เป็นแค่พี่น้อง เขาบอกว่าว่าเราไปด้วยกันไม่ได้และตอนนี้เขายังไม่อยากคิดถึงเรื่องความรัก แต่ฉันว่านั่นมันคำโกหก เขาต้องมีคนอื่นแน่” เธอเล่าพร้อมเสียงสะอื้น
“ยี่หวาฉันขอโทษนะ ฉันไม่น่าบอกแกเรื่องแหวนเลย” วนรัตน์รู้สึกผิดมากที่ไปพูดให้เพื่อนมีความหวังทั้งที่มันไม่ใช่แบบนั้นเลย
“แกไม่ผิดหรอกรัตน์ ถึงแกไม่บอกเรื่องนี้พี่นนท์เขาก็ขอเลิกฉันอยู่ดี”
“ฉันว่าลองคุยกันอีกทีดีไหม ห่างกันสักพักเดี๋ยวพี่นนท์เขาก็รู้ใจตัวเองแล้วกลับมาง้อ” ภัทรมนพยายามจะมองโลกในแง่ดี
“จะบ้าเหรอมน พี่นนท์เขาทำเพื่อนเราเสียใจขนาดนี้เขาจะกลับมาง้อเหรอ ยี่หวาแกอย่าไปฟังยัยมนนะ ถ้าเขากลับมาง้อแกห้ามคืนดีกับเขาเด็ดขาด เจ็บแล้วต้องจำนะแก”
