บทที่ 11 อยากลืม

“ฉันคิดว่าเขาคงไม่กลับมาแล้วล่ะ ฉันอยากลืมเขา ลืมเรื่องวันนี้ทั้งหมด” ปณาลีพูดด้วยน้ำเสียงที่เจ็บปวด

“แกกับเขาคบกันมานานเรื่องแบบนี้มันต้องใช้เวลา ช่วงนี้แกก็หาอะไรทำนะจะได้ไม่คิดมาก” ภัทรมนเห็นใจเพื่อนแต่ก็ไม่รู้จะช่วยได้ยังไงเพราะบาดแผลในใจมันหายยากขนาดเธอเองเลิกกับแฟนมาหนึ่งปีแล้วยังรู้สึกเจ็บและเข็ดจนไม่คิดจะมีความรักอีก ยังดีที่ว่าเธอเป็นครูสอนชั้นอนุบาลเวลาในแต่ละวันเลยอยู่กับเด็กๆ พอกลับถึงบ้านก็หลับเป็นตายเพราะใช้พลังงานไปเยอะ

“แต่ฉันมีวิธีที่จะลืมนะ อย่างน้อยก็คืนนี้แหละ”

“วิธีไหนเหรอรัตน์บอกฉันมาสิ ฉันอยากลืม”

“ไปกินเหล้ากันไงล่ะ เมาให้เต็มที่ไม่ต้องคิดอะไรมากพรุ่งนี้ก็วันหยุดจะตื่นตอนไหนก็ได้ไม่มีใครต้องทำงาน ฉันก็อยากเมาเหมือนกัน” วนรัตน์เสนอ

“งั้นแกสองคนเมาให้เต็มที่เลยนะฉันจะเป็นสารถีให้เอง”

“แต่ฉันไม่อยากไปชุดนี้หรอกนะ ขอกลับไปเปลี่ยนชุดก่อนได้ไหม” วนรัตน์มองกางเกงยีนเสื้อยืดที่ตัวเองใส่มาจากคอนโดแล้วส่ายหน้า

“ไม่ต้องไปหรอกเอาชุดฉันใส่ไปก็ได้ ยี่หวาล่ะอยากเปลี่ยนชุดไหม”

“อือ”

ภัทรมนหาชุดเดรสเกาะอกสีแดงเพลิงมาให้ปณาลีสวม ซึ่งเป็นชุดที่ภัทรมนซื้อมานานแล้วแต่ไม่เคยกล้าใส่ ปณาลีรับชุดมาและเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนชุด หญิงสาวรู้สึกว่าชุดสีขาวเมื่อครู่มันช่างตลกสิ้นดีกับความรู้สึกของเธอในตอนนี้

เมื่อปณาลีเดินออกมาจากห้องน้ำ ภัทรมนกับวนรัตน์ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกใจ ปณาลีในชุดเดรสสีแดงรัดรูปนั้นดูร้อนแรงและเซ็กซี่มากจนพวกเธอไม่เชื่อสายตา

“โห…ยี่หวานี่แกจริงๆ เหรอเนี่ย” วนรัตน์อุทานออกมา

“สวยมากยี่หวา สวยจนฉันอยากจะถ่ายรูปแกเก็บไว้เลย” ภัทรมนเอ่ยชมด้วยความจริงใจก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือมาถ่ายรูปเพื่อนไว้และติดจะเอาลงในไอจีเผื่อใครบางคนผ่านมาเห็นจะได้รู้สึกเสียดาย

ปณาลีมองตัวเองในกระจกด้วยสายตาที่ว่างเปล่า เธอไม่รู้สึกว่าตัวเองสวยเลยแม้แต่น้อย แต่ใบหน้าของเธอก็ยังคงประดับไปด้วยรอยยิ้มที่ดูเศร้าหมอง

“ไปเถอะ ฉันอยากเมาแล้ว” ปณาลีบอกด้วยน้ำเสียงที่ไม่สดชื่นเท่าไหร่

“ไปที่ไหนกันดี” คนรับอาสาขับรถหันมาถามความคิดเห็นเพราะเธอไม่ค่อยถนัดเรื่องแบบนี้เท่าไหร่

“ไปผับxxxสิฉันเคยได้ยินคนที่ทำงานไปบ่อย เดี๋ยวฉันบอกเองว่าอยู่ตรงไหน” วนรัตน์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดจีพีเอสจากนั้นก็บอกเส้นทางให้กับภัทรมนจนมาถึงหน้าผับ

บรรยากาศภายในเต็มไปด้วยแสงสีเสียงที่ดังกระหึ่มกระตุ้นโสตประสาทให้ครึกครื้น ผู้คนออกมาเต้นและดื่มกินอย่างสนุกสนานไม่มีใครสนใจใคร ต่างสนใจแค่ความสนุกของตนเองเท่านั้น ภัทรมนกับวนรัตน์พาปณาลีมานั่งที่โต๊ะที่อยู่ด้านใน

“แกอยากกินอะไร สั่งมาเลยนะ เมาให้เต็มที่เลย”

“อะไรก็ได้ที่แรงๆ” ปณาลีตอบสั้นๆ

“แกคออ่อนเอาเบาๆ ไปก่อนเถอะจะได้สนุกกันนานไงล่ะ” วนรัตน์สั่งค็อกเทลที่มีแอลกอฮอล์มามากให้ปณาลีกับตัวเองและสั่งม็อกเทลให้ภัทรมน

ปณาลีนั่งดื่มค็อกเทลไปสองแก้วแต่ก็ยังไม่รู้สึกถึงความเมาเลยสักนิด แสงสีเสียงตรงหน้ามาทำให้เธอรู้สึกสนุกเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้หญิงสาวต้องการแค่ความเมาเท่านั้น

“แกฉันกินแบบนี้อีกสิบแก้วฉันก็ไม่เมา แกสั่งอะไรที่มันแรงๆ มาให้ฉันหน่อยได้ไหมรัตน์”

วนรัตน์พยักหน้าก่อนจะเรียกพนักงานเสิร์ฟมาและสั่งวอดก้าเพียวๆ มาให้ปณาลีหนึ่งแก้ว

ปณาลีรับแก้ววอดก้ามาแล้วดื่มรวดเดียวหมดแก้วโดยไม่มีอาการสะทกสะท้านใดๆ ภัทรมนกับวนรัตน์มองหน้ากันด้วยความตกใจเพราะปกติปณาลีเป็นคนดื่มไม่เก่ง

“ยี่หวา แกไม่เป็นไรนะ” ภัทรมนเรียกเพื่อนด้วยความเป็นห่วง

“ฉันไม่เป็นไร ฉันแค่อยากเมาจะได้ลืมคนเลวไปซะ” ปณาลีตอบพลางยิ้มเศร้าๆ

เธอขอเหล้าจากเพื่อนเพิ่มอีกหลายแก้วและดื่มมันเข้าไปอย่างต่อเนื่องด้วยความต้องการที่จะลืมเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้น

ในขณะที่ปณาลีกำลังดื่มเหล้าอย่างไม่สนใจสิ่งรอบข้าง สายตาคู่หนึ่งก็มองด้วยความประหลาดใจและอดแปลกใจไม่ได้ว่าจะมาเจอกับเธอที่นี่ วันนี้ปณาลีดูสวยเซ็กซี่และโดดเด่นจนหลายคนในผับต่างมองไปที่เธอรวมถึงเขาและเพื่อนอีกสองคน

“ผู้หญิงคนนั้นเป็นไงล่ะ สวยพอที่นายจะจัดการกับความเหงาของนายได้ไหมล่ะ” จิรกิตต์ถามพลางพยักหน้าไปทางหญิงสาวในชุดเกาะอกสีแดงเพลิงที่เห็นว่าศิลาจ้องเธออยู่นาน

“ไม่ดีกว่าเดี๋ยวจะมองหน้ากันไม่ติด” ถึงแม้จะสนใจในตัวเธอมากแต่เขาก็ไม่อยากจะเสียเพื่อนบ้านที่ดีอย่างปณาลีไป

“คนรู้จักเหรอ แต่นั่นมันสเปกนายเลย” ธีรวัฒน์แปลกใจเพราะผู้หญิงคนนั้นตรงกับสเปกของศิลามาก ตัวเล็กผิวขาวและที่สำคัญหุ่นของเธอก็ดีมากๆ ด้วย

“เธอเป็นเพื่อนบ้าน”

“แบบนี้ฉันว่าไม่ดีนะ เพราะถ้าคิดจะแค่วันไนท์ฯ คงต้องคุยกันให้รู้เรื่องก่อน ไม่ใช่ว่าตอนแรกบอกว่าวันไนท์ฯแต่พอนอนด้วยกันแล้วอยากให้รับผิดชอบขึ้นมานายจะซวยเอานะ” จิรกิตต์ด้วยความหวังดี

“อือ ฉันก็ไม่คิดจะนอนกับเธอหรอก ยี่หวาเป็นเพื่อนบ้านที่ดี เธอน่ารักทำอาหารอร่อยมากด้วย”

“แต่นายจ้องเธอนานแล้วนะ”

“ก็แค่เป็นห่วงเห็นมากันแต่ผู้หญิงแล้วก็ท่าทางจะเมามากด้วย” เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าปณาลีเป็นนักดื่มมาก่อน

“มันก็น่าห่วงอย่างที่บอกนั่นแหละ นายดูผู้ชายพวกนั้นสิ จ้องเธอกับเพื่อนเหมือนหมาป่าเห็นเหยื่อเลยนะ ถ้าเธอเป็นเพื่อนบ้านที่ดีนายก็น่าจะไปดูหน่อยนะเผื่อว่าเธอมีอะไรให้ช่วย หรือก็พาเธอกับเพื่อนออกไปจากที่นี่ก่อนผู้ชายพวกนั้นจะเข้ามารุมทึ้งเธอมากกว่านี้” ธีรวัฒน์จากมุมนี้พอจะเห็นแล้วว่าพวกเธอทั้งสามคนกำลังเป็นจุดสนใจของผู้ชายที่ผลัดเปลี่ยนกันเข้าไปคุยกับมากขึ้นเรื่อยๆ และเพื่อนบ้านของศิลาก็ดูจะเมามากกว่าอีกสองคน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป