บทที่ 4 เตรียมตัวเป็นเจ้าสาว
“ศึกษามาดีนี่ที่พูดมาถูกหมดเลย เขียนสเปกคร่าวๆ ให้อาดูได้ไหมอาจะช่วยดูว่ามันเหมาะกับงานที่ปัญบอกอาไว้หรือเปล่า” เขาเสนออย่างใจดี
“เรื่องนั้นเอาไว้คุยวันหลังดีไหม กินขนมก่อนนะ” ปณาลีบอกขณะเอาเค้กที่ตนเองซื้อมาใส่จานให้กับน้องชายและเพื่อนบ้าน
“เค้กช็อกฯหน้านิ่มของโปรดผมเลยครับ”
“แล้วอาศิลาละคะจะเลือกอะไรดีระหว่างนิวยอร์กชีสเค้กกับชีสเค้กคาราเมลอัลมอนด์”
“ทำไม่ให้เลือกแค่สองอย่างละพี่ยี่หวา ผมเห็นอาศิลาซื้อทิรามิสุมาด้วยนะ อย่าบอกว่าจะเก็บไว้กินคนเดียวทั้งหมด”
“อาเอาชีสเค้กคาราเมลอัลมอนด์ก็ได้”
“อาศิลาครับถ้าอาอยากกินทิรามิสุก็กินได้นะ ถึงจะเป็นอะไรที่พี่สาวผมชอบมากก็เถอะแต่คนเราก็ชอบเหมือนกันได้” ปณวัฒน์ตักเค้กเข้าปากแล้วมองหน้าพี่สาวที่เขาเดาออกว่ากำลังรุ่นให้อาศิลาไม่เลือกเค้กของโปรดของเธอ
“ยี่หวาชีสเค้กคาราเมลอัลมอนด์ให้อาอย่างเดิมนั่นแหละ ปกติอาไม่ชอบกินขนมเท่าไหรแต่เห็นว่าหน้าตามันน่าอร่อย”
“ได้ค่ะอ่าศิลา” ปณาลีรีบเอาเค้กใส่จานส่งให้เขาก่อนที่จะเอาทิรามิสุใส่จานให้ตัวเอง
“อร่อยดีนะ ไม่เลี่ยนอย่างที่คิด”
“เค้กร้านหน้าปากซอยอร่อยและไม่แพงค่ะ”
หลังจากทานอาหารเสร็จเรียบร้อย ทั้งสามคนก็นั่งพูดคุยกันต่อ ปณวัฒน์เล่าเรื่องราวในมหาวิทยาลัยที่เขากำลังจะเข้าไปเรียนอย่างตื่นเต้น ส่วนปณาลีก็เล่าเรื่องการทำงานของเธอให้ศิลาฟังเช่นกัน
“งั้นเรามาแลกช่องทางการติดต่อกันไว้ดีกว่านะครับอาศิลา” ปณวัฒน์เสนอเมื่อเห็นว่าบทสนทนากำลังจะสิ้นสุดลง
“ดีเหมือนกัน” ศิลาบอกพลางหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง ปณาลีและปณวัฒน์ก็ทำเช่นเดียวกัน ทั้งสามคนแลกไลน์และเบอร์โทรศัพท์กันเรียบร้อย
“ผมจะส่งสเปกคอมให้คุณอาในไลน์นะครับ” ปณวัฒน์บอกศิลา
“ได้เลย” ศิลาตอบ
“ขอบใจสำหรับมื้อเย็นนะ” ศิลาบอกปณาลีด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“ยินดีค่ะอาศิลา แล้วแวะมาทานข้าวที่บ้านอีกนะคะ”
“ได้สิ งั้นอาขอตัวกลับก่อนนะ”
“ครับอาเดี๋ยวผมเดินไปส่ง” ปณวัฒน์บอก
ศิลาโบกมือลาสองพี่น้องแล้วเดินกลับบ้านของตัวเองอย่างช้าๆ หัวใจของเขารู้สึกแปลกไปจากเดิมอย่างบอกไม่ถูก บรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเองในบ้านของสองพี่น้องทำให้เขารู้สึกเหมือนได้กลับบ้านอีกครั้ง ความรู้สึกที่เขาไม่เคยได้รับจากใครมานานหลายปี
เช้าวันจันทร์ปณาลีก็ไปทำงานที่ธนาคารเหมือนกับทุกๆ วันหญิงสาวอยู่ในชุดยูนิฟอร์มของพนักงานธนาคารดูสดใสเป็นพิเศษหลังจากได้ใช้เวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เธอจัดการงานตรงหน้าอย่างคล่องแคล่วและรวดเร็วก่อนจะถึงเวลาพักกลางวัน
ปณาลีก็เก็บเอกสารเข้าแฟ้มอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ก่อนจะเดินออกมาจากธนาคารเพื่อไปทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารตามสั่งฝั่งตรงข้ามที่เธอทานเป็นประจำ ร้านนี้เป็นร้านเล็กๆ ที่สะอาดและทำอาหารอร่อยถูกปากเธอมาก
“พี่ข้าวผัดหมูจานหนึ่งค่ะ” เธอสั่งกับแม่ค้าด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นกันเองก่อนจะหาที่นั่ง
ระหว่างรออาหาร เธอก็นั่งเล่นโทรศัพท์มือถือไปพลางๆ เมื่ออาหารมาเสิร์ฟเธอก็จัดการทานอย่างเอร็ดอร่อยจนเกลี้ยงจาน
เมื่อจ่ายเงินค่าอาหารแล้วก็เดินไปจ่ายเงินและแวะร้านขายผลไม้ที่อยู่ข้างๆ เพื่อซื้อแอปเปิลและฝรั่งกลับไปทานที่ธนาคารด้วย
เสียงโทรศัพท์มือถือของปณาลีดังขึ้นเมื่อเธอเดินมาถึงหน้าธนาคารพอดี หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ออกมาดูและเห็นว่าเป็นเบอร์ของวนรัตน์หรือรัตน์เพื่อนสนิทก็รีบกดรับสาย
“ฮัลโหลรัตน์” ปณาลีรับสายด้วยน้ำเสียงสดใส
“นี่แก ฉันมีเรื่องจะบอก” เสียงของวนรัตน์ฟังดูตื่นเต้นจนคนปลายสายตื่นเต้นไปด้วย
“อะไรของแกเนี่ย ทำไมเสียงตื่นเต้นจัง” ปณาลีหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเกินมาหยุดที่หน้าประตูแต่ยังไม่เดินเข้าไป
“เมื่อวานฉันไปเดินห้างแล้วเจอพี่นนท์แฟนแกด้วยนะ” วนรัตน์ยังตื่นเต้นไม่หาย
“แกได้ไปทักเขาไหม เขาเป็นยังไงบ้าง”
“แกนี่ถามอะไรแปลกๆ นะยี่หวาไม่ได้เจอกันเหรอ”
“อือ พี่นนท์บอกงานยุ่งก็เลยมาได้มาหา มันน่าน้อยใจไหมล่ะแก มาหาฉันไม่ได้แต่มีเวลาไปเดินเที่ยวแบบนั้น” ปณาลีพยายามจะเข้าใจงานของคนรักเพราะเขาทำงานที่ธนาคารเดียวกับเธอแต่ชายหนุ่มประจำอยู่ที่สำนักงานใหญ่งานจึงยุ่งกว่าเธอมาก
“แกอย่าเพิ่งน้อยใจไปนะยี่หวา ฉันว่าพี่นนท์ก็คงมีอะไรที่ต้องทำ”
“วันนี้แกมาแปลกมากนะรัตน์ ปกติฉันเห็นแกกับพี่นนท์ไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่แต่วันนี้มาพูดเข้าข้างกันมีอะไรหรือเปล่า” ปณาลีถามอย่างแปลกใจ
“คืองี้นะยี่หวา เมื่อวานฉันเห็นพี่นนท์ไปซื้อแหวน”
“แหวนอะไร” ปณาลีขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“ก็แหวนแต่งงานไงละยี่หวา ฉันไปถามที่ร้านหลังจากพี่นนท์เดินไปแล้ว พนักงานบอกว่าพี่นนท์มาซื้อแหวนจะไปเซอร์ไพรส์ขอแฟนแต่งงาน”
“ขอแต่งงานเหรอ” ปณาลีตื่นเต้นกับสิ่งที่ได้ยินจนมือสั่น
“ฉันว่าตอนนี้พี่นนท์ต้องกำลังวางแผนขอแกแต่งงานแน่ๆ เลยยี่หวา ฉันล่ะตื่นเต้นแทนแกจริงๆ”
“แกแน่ใจเหรอว่าฟังมาไม่ผิด”
“แน่ใจสิ แกเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวได้เลย”
ปณาลีถึงกับยืนนิ่งอยู่กับที่หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ใบหน้าของเธอเห่อร้อนตื่นเต้นกับสิ่งที่ตนเองได้ยินจากเพื่อน
หญิงสาวรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในความฝันที่ เธอและนนทกรคบกันมานานหลายปีแล้ว ความสัมพันธ์ของพวกเขามั่นคงมาตลอด การแต่งงานจึงเป็นสิ่งที่เธอฝันไว้ในใจ แต่ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นจริง
“จริงเหรอ...ฉันไม่ได้ฝันไปใช่มั้ยเนี่ย” ปณาลีพูดออกมาอย่างเหม่อลอย
“ไม่ได้ฝันนะยี่หวา ฉันดีใจด้วยนะแกด้วย แกจะได้แต่งงานแล้ว” วนรัตน์อดดีใจไปกับเพื่อไม่ได้
“ฉันจะทำยังไงต่อดีล่ะ”
“แกก็ทำตัวเป็นปกติไว้ก่อน แกล้งเป็นไม่รู้ ฉันต้องวางสายแล้วเดี๋ยวจะโทรหาใหม่นะขอไปทำงานก่อน”
“ขอบใจนะรัตน์” ปณาลีบอกด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสุข ใบหน้าของเธอเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มที่สดใสจนแทบจะหยุดยิ้มไม่ได้
