บทที่ 5 ดีใจด้วยนะ

เธอเดินกลับมาที่ธนาคารด้วยหัวใจที่พองโตตลอดทาง ความคิดเรื่องที่นนทกรจะขอเธอแต่งงานวนเวียนอยู่ในหัวตลอดเวลา ทุกครั้งที่นึกถึงมันก็ทำให้เธอรู้สึกดีใจและมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

ตลอดบ่ายนั้นปณาลีแทบจะไม่มีสมาธิในการทำงานเลยแม้แต่น้อย ความคิดที่ว่าเธออาจจะได้เป็นเจ้าสาวในเร็วๆ นี้มันทำให้เธอตื่นเต้นจนทำตัวไม่ถูก

เมื่อถึงเวลาเลิกงาน เธอก็รีบเก็บของและเดินออกจากธนาคารทันที

เธอไม่อาจจะทนเก็บความรู้สึกแบบนี้ไว้ ปณาลีตัดสินใจโทรหานนทกรทันทีในขณะที่เธอกำลังขับรถกลับบ้าน บางทีเขาอาจจะเผลอพูดอะไรออกมาบ้าง

“ฮัลโหลพี่นนท์” ปณาลีเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำเป็นปกติที่สุด แต่ในใจของเธอเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง

“ว่าไงครับยี่หวา วันนี้เลิกงานแล้วเหรอ” เสียงของนนทกรตอบกลับมาอย่างราบเรียบ

“ค่ะ เพิ่งเลิกงานค่ะ พี่นนท์เป็นยังไงบ้างคะ อาทิตย์ที่ผ่านมาพี่นนท์ดูยุ่งๆ จังเลย”

“ก็ยุ่งนิดหน่อยน่ะครับ ช่วงนี้งานที่สำนักงานใหญ่เยอะ”

คำตอบของเขาทำให้ปณาลีรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างผิดปกติ ท่าทางของเขาดูเหมือนกำลังปิดบังอะไรบางอย่างอยู่จริงๆ

“พี่นนท์เหนื่อยไหมคะ” ปณาลีถามเขาด้วยน้ำเสียงอ้อนๆ เธอเดาว่าเขาคงกลัวว่าเธอจะรู้เรื่องที่จะขอเธอแต่งงาน แต่เธอจะแกล้งทำเป็นไม่รู้ต่อไป

“ครับ เย็นวันเสาร์นี้ยี่หวาว่าไหม พี่จะชวนไปทานอาหารค่ำ”

“ว่างค่ะ เราจะไปที่ไหนกันดีคะ” ปณาลีถามอย่างตื่นเต้นจนเกือบจะหลุดปากพูดเรื่องที่เธอรู้มาแล้ว

“พี่จะจองร้านอาหารที่พี่พายี่หวาไปทานครั้งแรกตอนที่เราตกลงเป็นแฟนกัน ให้พี่ไปรับที่บ้านไหม”

“ได้ค่ะ”

“พี่จะไปรับสักหกโมงนะ”

“ได้ค่ะ เจอกันวันเสาร์นะคะ” ปณาลีบอกด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสุขเธอรู้ทันทีว่าสิ่งที่วนรัตน์พูดเป็นเรื่องจริง นนทกรกำลังจะเซอร์ไพรส์ขอเธอแต่งงาน

“ครับ แล้วเจอกันนะยี่หวา”

หลังจากวางสายจากนนทกรแล้วเธอขับรถกลับมาถึงบ้านก่อนจะรีบโทรหาวนรัตน์และภัทรมนหรือมนเพื่อนสนิทของเธอทันทีเพื่อวิดีโอคอลคุยกัน

“พี่นนท์นัดฉันไปกินข้าวเย็นวันเสาร์ด้วย” ปณาลีรีบบอกด้วยความตื่นเต้น

“ก็แค่นัดกินข้าวกันแฟนที่คบกันมาหลายปีทำไมแกต้องตื่นเต้นด้วยล่ะยี่หวา” ภัทรมนที่ยังไม่รู้เรื่องถามอย่างแปลกใจ

“ก็พี่นนท์เขากำลังจะขอยี่หวาแต่งงานไงล่ะมน”

“จริงเหรอ ดีใจด้วยนะแล้วแกรู้ได้ยังไงล่ะรัตน์”

“ก็ฉันเห็นเขาไปซื้อแหวนและพนักงานก็บอกว่าเขาจะซื้อไปของแฟนแต่งงาน” วนรัตน์อธิบาย

“พี่นนท์เขาชวนฉันไปกินข้าวร้านแรกที่เราตกลงเป็นแฟนกันด้วยนะแก”

“ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างพี่นนท์จะโรแมนติก ขอเป็นแฟนร้านไหนก็จะแต่งงานร้านนั้น ฉันตื่นเต้นจังแกเตรียมตัวพร้อมไหม”

“นั่นสิ ฉันต้องทำยังไงดี ฉันควรใส่ชุดอะไรดี” ปณาลีพูดขึ้นมาอย่างกังวล

“ต้องเป็นชุดที่สวยที่สุดในตู้เลยสิแก” ภัทรมนแนะนำด้วยท่าทางตื่นเต้นไม่แพ้เพื่อน

“ฉันไม่มีชุดสวยๆ เลยนะ ชุดเดรสยาวสวยๆ ก็ไม่มีเลย” ปณาลีเริ่มกังวลเพราะกลัวจะไม่สวยในวันสำคัญอีกวันหนึ่ง

“ไม่ต้องห่วง ฉันสองคนจะช่วยแกเอง ชุดออนไลน์มีเยอะแยะเราจะช่วยกันดูแล้วจะส่งรูปไปให้แกเลือก”

“ขอบใจนะแก ถ้าไม่มีพวกแกฉันต้องบ้าตายแน่ๆ เลย” ปณาลีพูดพลางถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

ค่ำคืนนั้น ปณาลีนอนไม่หลับเลยแม้แต่น้อย เธอนอนคิดถึงเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันเสาร์นี้ตลอดเวลา ความสุขและความตื่นเต้นมันปะปนกันไปหมดจนเธอแทบจะหยุดยิ้มไม่ได้เลยจริงๆ

บริษัทของศิลาเติบโตอย่างมั่นคงและขยายใหญ่ขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยทีมพนักงานที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้ศิลาไม่จำเป็นต้องเข้าบริษัททุกวันเหมือนเมื่อก่อน เขาสามารถบริหารจัดการงานส่วนใหญ่ผ่านระบบออนไลน์ได้จากที่บ้านในหมู่บ้านจัดสรรอันเงียบสงบแห่งนี้

เย็นวันพุธพระอาทิตย์กำลังใกล้จะตกดิน ศิลาอยู่ในชุดลำลองสบายๆ กำลังรดน้ำต้นไม้อย่างใจเย็นที่สวนหน้าบ้าน เขาถือสายยางฉีดน้ำไปตามกระถางต้นไม้เล็กใหญ่ที่เรียงรายอยู่รอบๆ ใบหน้าคมคายของเขายังคงนิ่งเรียบดูผ่อนคลายกว่าทุกวัน

“สวัสดีค่ะอาศิลา ทำอะไรอยู่คะ” เสียงหวานใสทักทายขึ้นจากรั้วบ้านที่สูงเพียงแค่หนึ่งเมตร

“สวัสดียี่หวา อากำลังรดน้ำต้นไม้ ยี่หวาเพิ่งกลับมาเหรอ” ศิลาตอบรับด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินมาใกล้

“ค่ะ” ปณาลีตอบสั้นๆ ก่อนจะยกมือที่ถือถุงพะรุงพะรังเต็มสองมือขึ้นมาให้เขาดู

“แล้วนั่นถืออะไรมาเยอะแยะล่ะ ไปทำงานไปช้อปปิ้งกันแน่ล่ะ ถึงได้ซื้อของมาเยอะแยะขนาดนี้” ศิลาถามแล้วหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นว่าเธออยู่ในชุดยูนิฟอร์มทำงาน แต่ในมือกลับมีถุงใส่ของเต็มไปหมด

“ทั้งสองอย่างค่ะ ไปทำงานด้วยพอเลิกงานก็แวะซื้อของด้วยค่ะ ของในตู้หมดไปเยอะเลย ก็เลยซื้อวัตถุดิบมาเพิ่มหน่อย ถ้าอาศิลาไม่มีธุระไปไหนก็มาทานข้าวด้วยกันไหมคะ” ปณาลีตอบด้วยน้ำเสียงสดใสและรอยยิ้มกว้างที่ดูมีชีวิตชีวา

“จะดีเหรอ” ศิลาถามด้วยท่าทีเกรงใจเล็กน้อย

“ดีสิคะ มาทานด้วยกันนะคะ หกโมงครึ่งเวลาเดิมค่ะ” ปณาลีตอบรับอย่างรวดเร็วด้วยความยินดีที่เขาจะมาร่วมมื้ออาหารด้วย

“วันนี้ดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษเลยนะ มีอะไรดีหรือเปล่า” ศิลาอดถามไม่ได้ ท่าทางอารมณ์ดีของเธอทำให้ศิลารู้สึกดีตามไปด้วย

“เปล่าค่ะ ยี่หวาขอไปทำอาหารก่อนนะคะ” ปณาลีส่ายหน้าแต่ก็ยังคงซ่อนรอยยิ้มไม่มิด

“ขอบใจนะ เดี๋ยวอาจะตามไป ให้อาช่วยอะไรไหม”

“ไม่เป็นไรค่ะ ยี่หวาจะเปิดประตูรั้วไว้นะคะอาศิลาเข้ามาได้เลยไม่ต้องกดออดค่ะ” ปณาลียิ้มก่อนจะเดินกลับไปทางประตูรั้วเปิดมันทิ้งไว้ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในบ้าน

“ได้ แล้วเจอกันนะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป