บทที่ 6 ปรึกษาได้ เพราะเคยแต่งงานมาแล้ว
ศิลาล้างมือและเดินกลับเข้าไปในบ้านด้วยหัวใจที่อบอุ่น เขารู้สึกดีใจที่ได้มาร่วมทานอาหารกับสองพี่น้องอีกครั้ง
เมื่อถึงเวลาทานอาหาร ศิลาก็เดินเข้าไปในบ้านตามคำเชิญ เมื่อไปถึงก็เห็นสองพี่น้องกำลังช่วยกันจัดโต๊ะอาหารและคุยหยอกล้อกันอย่างเป็นธรรมชาติ บรรยากาศภายในบ้านของสองพี่น้องยังคงอบอุ่นและเป็นกันเองเหมือนเดิม
“อาศิลามาแล้ว สวัสดีครับ” ปณวัฒน์ที่ทักทายอย่างร่าเริง
“หอมมากเลยนะยี่หวา” ศิลาเอ่ยชมพลางนั่งลงที่เก้าอี้
“วันนี้มีแกงเขียวหวาน ปลาทับทิมทอดแล้วก็ผัดผักรวมค่ะ”
ทั้งสามคนเริ่มทานอาหารด้วยกันอย่างมีความสุข บรรยากาศเงียบไปชั่วขณะก่อนที่ปณวัฒน์จะเริ่มชวนคุย
“พี่ยี่หวา วันนี้อารมณ์ดีจังเลย มีอะไรดีหรือเปล่า” ปณวัฒน์แกล้งแซวพี่สาว
“ไม่มีอะไรสักหน่อย” ปณาลีหน้าแดงทันทีเมื่อถูกแซว เธอมองไปที่ศิลาแล้วก็รีบปฏิเสธอย่างรวดเร็ว
“ไม่จริงอ่ะ ผมว่าต้องมีอะไรแน่ๆ” ปณวัฒน์ไม่เชื่อ
“ปัณ กินข้าวไปเลย” ปณาลีปรามเสียงดุ
“โอ๋ๆๆ ไม่แกล้งก็ได้ แต่ผมเดานะ ผมคิดว่าที่พี่อารมณ์ดีแบบนี้ต้องเพราะพี่นนท์ต้องขอแต่งงานแล้วแน่ๆ เลย” ปณวัฒน์หัวเราะ
คำพูดของปณวัฒน์ทำให้ปณาลีชะงักไป เพราะไม่คิดว่าน้องชายจะเดาออก เธอเหลือบไปมองศิลาอย่างเกรงใจเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว
“ปัณ” เธอพูดเสียงดังขึ้นเล็กน้อยแล้วหันไปทำตาเขียวใส่น้องชาย
“อะไรเล่า ผมพูดความจริงนะพี่นนท์เขาต้องขอแต่งงานแน่ๆ เลย ถ้าพี่นนท์ขอพี่ยี่หวาแต่งงานจริงๆ ผมว่าพี่อย่าเพิ่งตอบตกลงนะครับ”
“ปัณ พูดอะไรเนี่ย พี่” ปณาลีห้ามอย่างร้อนรน ใบหน้าของเธอแดงก่ำด้วยความอาย
“ทำไมถึงห้ามพี่สาวล่ะปัณ” ศิลาถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ
“ก็พี่นนท์เขาทำงานอยู่สำนักงานใหญ่ในเมือง ผมว่าพี่ยี่หวาต้องแน่ใจก่อนว่าเขาไม่ได้แอบซ่อนใครไว้เพราะทำงานกันคนละที่ ผมจะตามสืบเรื่องนี้เองครับ เพราะมหาวิทยาลัยของผมอยู่ใกล้กับสำนักงานใหญ่ ผมจะให้เพื่อนๆ ช่วยผมด้วย”
“อย่าทำตัวไร้สาระน่า พี่ว่าเรื่องนี้เราคุยกันทีหลังดีไหมเกรงใจอาศิลานะ” ปณาลีปรามเสียงดังขึ้น
“ไม่เป็นไรหรอกยี่หวา ไม่ต้องเกรงใจอา ให้คิดว่าอาเป็นคนในครอบครัวก็ได้ มีอะไรปรึกษาอาได้ตลอด” ศิลาบอกด้วยน้ำเสียงอบอุ่นและจริงใจ
“เห็นไหมล่ะอาศิลายังไม่ว่าอะไรเลย อาศิลาครับถ้าอาเห็นผมเป็นคนในครอบครัวจริงผมอยากถามอะไรอาหน่อยได้ไหมครับ”
“ถามมาเลย”
“อาอายุขนาดนี้แล้วทำไมถึงยังไม่แต่งงานอีกครับ”
คำถามตรงไปตรงมาของปณวัฒน์ทำให้ปณาลีถึงกับสำลักน้ำ
“ปัณเสียมารยาทไปถามอาศิลาแบบนั้นได้ยังไง”
“ไม่เป็นไรยี่หวา” เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องราวของตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย
“อาเคยแต่งงานแล้ว” ศิลาเริ่มเล่า
ปณาลีและปณวัฒน์ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกใจและนั่งฟังต่ออย่างตั้งใจ
“อากับภรรยาเก่าคบกันมานานหลายปี ก่อนจะตัดสินใจแต่งงานกัน”
ปณาลีกับปณวัฒน์ถึงกับอึ้งไปกับสิ่งที่ได้ยิน
“อาศิลาไม่ต้องเล่าก็ได้นะคะ”
“ไม่เป็นไรอาอยากเล่าให้เราสองคนฟังคร่าวๆ ว่าอาเคยมีครอบครัวมาแล้ว”
“เพิ่งหย่าเหรอคะ”
“เปล่าหรอกอาหย่ามานานสองปีแล้ว ตอนนี้ทำได้ใจและบริษัทเริ่มเข้าที่ก็เลยย้ายมาอยู่ที่นี่เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่”
“ผมขอโทษนะครับอาศิลา” ปณวัฒน์บอกด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด
“ไม่เป็นไรหรอกมันก็เป็นเรื่องราวที่ผ่านมานานแล้ว ที่อาอยากเล่าก็แค่อยากจะบอกว่าก่อนตัดสินใจทำอะไรต้องคิดให้ถี่ถ้วน บางทีเวลาที่คบกันก็ไม่การันตีว่าจะทำให้การแต่งงานมีความสุข การแต่งงานและใช้ชีวิตคู่ไม่ได้มีความรักเพียงอย่างเดียว แต่มันต้องมีความไว้ใจเชื่อใจและความซื่อสัตย์ด้วย” ศิลาเตือนอย่างคนมีประสบการณ์
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบลงทันทีหลังจากที่ศิลาเล่าเรื่องของเขาจบ ปณาลีมองหน้าศิลาด้วยความรู้สึกสงสารจับใจ เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าภายใต้ใบหน้าที่ดูเย็นชานั้นซ่อนความเจ็บปวดไว้มากมายเพียงใด
“ขอบคุณนะคะที่ให้แง่คิด ยี่หวาเชื่อว่าเดี๋ยวอาก็เจอคนใหม่ที่คู่ควรกับคุณอาจริงๆ” ปณาลีบอกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความจริงใจ
ศิลาหันมามองหน้าเธอและยิ้มให้เธออย่างอบอุ่น รอยยิ้มนั้นทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะหนึ่ง
“แต่อาว่าอยู่แบบนี้ก็มีความสุขแล้วนะ อาคงไม่แต่งงานอีกแล้ว”
“แต่อาครับอาจะเหงานะ ถ้าต้องอยู่คนเดียวไปตลอด”
“แต่แบบนี้อาก็มีความสุขดีนะ อาชอบความเป็นอิสระ” ศิลาปิดตายหัวใจและคิดว่าความรักก็แค่เกมเกมหนึ่งเท่านั้น
.....
แล้ววันเสาร์ที่ปณาลีรอคอยมาตลอดทั้งสัปดาห์ก็มาถึง หญิงสาวตื่นนอนแต่เช้าทำอาหารให้น้องชายอย่างเคย ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่สดใสจนปณวัฒน์สังเกตเห็นถึงความผิดปกติ
“ผมว่ามันต้องมีอะไรดีแน่ๆ พี่ถึงอารมณ์ดีตลอดทั้งสัปดาห์” ปณวัฒน์พูดพลางมองหน้าพี่สาวด้วยความสงสัยเพราะปกติพี่สาวของเขาบางครั้งก็จะทำหน้าเครียดเพราะงานที่เธอทำนั้นต้องอาศัยความละเอียดและรอบคอบมาก
“ไม่มีอะไรหรอกน่า”
“พี่ยี่หวาครับ บอกผมมาเถอะน่า พี่นนท์ขอพี่แต่งงานแล้วใช่ไหม” ปณวัฒน์ยังคงเซ้าซี้
“ยังหรอก แต่วันนี้เขานัดพี่ไปกินข้าว” ปณาลีตอบด้วยรอยยิ้มที่สดใส
“ก็แค่นัดไปกินข้าวเองไม่เห็นจะต้องดีใจขนาดนั้น” เขามองพี่สาวอย่างไม่เข้าใจ
“แต่มันก็ไม่แน่นะว่าเขาจะมีอะไรเซอร์ไพรส์หรือเปล่า เพื่อนพี่บอกว่าเขาไปซื้อแหวนแต่งงานแล้ววันนี้เขาก็นัดพี่ไปที่ร้านเดิมที่เขาเคยขอพี่เป็นแฟน” ในที่สุดปณาลีก็บอกน้องชายถึงเหตุผลที่เธออารมณ์ดีมาตลอดหลายวัน
“พี่จะตอบตกลงเหรอ” ปณวัฒน์มองหน้าพี่สาวและถามออกมาอย่างจริงจัง
