บทที่ 4 สวัสดีอีกครั้งความรัก
บริษัท เอ็น.บี.เอ็ม. รักษาความปลอดภัยและสืบสวน จำกัด
ตึกสำนักงานสูงสองชั้นแห่งนี้คือ บริษัทรักษาความปลอดภัยและสืบสวน ที่นี่ดำเนินธุรกิจแบบครบวงจร โดยมีพนักงานรักษาความปลอดภัยในสังกัดมากกว่า 200 คน กระจายตัวกันปฏิบัติหน้าที่ตามอาคารสำนักงาน หมู่บ้านจัดสรร โรงงาน ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และสถานประกอบการอีกหลายแห่งทั่วกรุงเทพฯ
นอกจากให้บริการด้านการรักษาความปลอดภัยแล้ว บริษัทยังมีฝ่ายสืบสวนเอกชนที่รับงานติดตามหาข้อมูล ตรวจสอบประวัติบุคคล สืบหาความจริงในคดีครอบครัว คดีทรัพย์สิน รวมถึงติดตามบุคคลสูญหายและงานสืบสวนเฉพาะด้านอีกด้วย
ด้วยประสบการณ์ในการทำงานที่สั่งสมมานานหลายสิบปี ทำให้บริษัทแห่งนี้มีฐานลูกค้าทั้งในกลุ่มนักธุรกิจ เจ้าของกิจการ ผู้บริหารระดับสูง และบุคคลทั่วไปที่ต้องการความช่วยเหลือด้านความปลอดภัยและการสืบสวน
พราวประภาผลักประตูเข้าไป ภายในมีมุมรับแขก มุมกาแฟ มีห้องกระจกที่พนักงานทำงานอยู่บนโต๊ะของตนเอง ติดป้ายว่า เฉพาะพนักงานเท่านั้น พนักงานหนุ่มๆ ต่างเงยหน้าขึ้นมามองด้วยตื่นเต้นดีใจ กับการมาถึงของหลานสาวเจ้าของบริษัทแสนสวยและสุดเซ็กซี่
ทันดร ชายวัย 68 ปี ที่กำลังยืนคุยอยู่กับลูกน้องหันมามองแล้วเดินเข้ามาหาหลานสาวหัวแก้วหัวแหวนของตนเอง
“หน้างอคอหักมาเลยนะ เกิดอะไรขึ้น หรือใครทำให้ไม่พอใจอีก” ผู้เป็นลุงเอ่ยถามหลานสาวที่เพิ่งเดินเข้ามาภายในสำนักงานด้วยสีหน้าหนักใจ ราวกับแบกปัญหาทั้งโลกเอาไว้บนบ่าทั้งสองข้าง
“เปล่าค่ะ...เฮ่อออ” ตอบเสียงอ่อยพลางถอนหายใจ ก่อนเดินตามเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวของผู้เป็นลุง คุณลุงของเธอมีลูกชายสองคนแต่งงานมีลูกแล้วทั้งคู่ เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยหนึ่งคน และเป็นเจ้าของร้านอาหารหนึ่งคน พี่ชายของเธอไม่สนใจบริษัทนักสืบนี่เลยแม้แต้น้อย มีก็แต่เธอเท่านั้นที่สนใจจะรับช่วงต่อ
“แล้วเรื่องบริษัทพริตตี้ของหนูล่ะ” ผู้เป็นลุงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงในขณะนั่งลงบนโซฟา
“กำลังอยู่ในชั้นศาลค่ะ” น้ำเสียงแผ่วลงเล็กน้อย เธอเปิดบริษัทพริตตี้ มีเด็กๆ ในสังกัดหลายสิบคน ตอนนี้บริษัทถูกแฟนของเธอและเพื่อนที่เธอมองว่าเป็นเพื่อนสนิทที่ไว้ใจโกงไปแล้ว ทั้งสองหักหลังเธออย่างใจร้ายใจดำ เป็นชู้กันไม่พอยังกล้าหักหลังในธุรกิจอีก เธอหวังว่าจะได้รับความยุติธรรม อย่างน้อยก็ได้เงินที่ลงทุนไปกว่า 5 ล้านกลับคืนมา
“เอาล่ะ งั้นมาทำงานกับลุงไปก่อน งานใหญ่เลยนะ มีมหาเศรษฐีคนหนึ่งว่าจ้างทีมของเราให้ไปทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดดูแลหลานชายของเขาเป็นเวลา 3 เดือนเต็ม ตลอด 24 ชั่วโมงที่บ้านพักส่วนตัว ตอนที่เขามาพักผ่อนที่เมืองไทย อันที่จริง เขามารีโนเวตโรงแรมของเขาด้วยน่ะที่ภูเก็ตกับกรุงเทพ”
“มีคนต้องการทำร้ายเขาเหรอคะ ถึงต้องมีบอดี้การ์ด?”
“ใช่ แต่ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร หน้าที่ของเราคือปกป้องเขาและต้องสืบให้เจอผู้บงการ ลุงจะส่งคนเข้าไปแฝงตัวในบ้านหลังนั้น เพื่อดูแลเขาอย่างใกล้ชิดและสืบหาตัวคนร้าย ถ้างานนี้สำเร็จค่าตอบแทนถึงเจ็ดหลักเลยนะ” ว่าแล้วก็ยื่นไอแพดให้หลานสาว พราวประภาเลยเปิดดูภาพไปเรื่อยๆ มันคือภาพถ่ายของคฤหาสน์ที่หรูหรากว้างใหญ่ มีสระว่ายน้ำราวกับโรงแรมห้าดาว มีรถจอดเรียงรายนับสิบคัน
“คุณศรันย์อยู่คฤหาสน์หลังนี้คนเดียว นอกจากเขาก็มีสาวใช้สามคน แม่ครัวหนึ่งคน คนสวนและคนขับรถสามคน พ่อแม่ของเขาแยกทางกันแล้ว คุณปู่ของเขาเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อสองปีก่อน ยกสมบัติหลายหมื่นล้านให้เขาทั้งหมด เขายังไม่มีภรรยาหรือลูก นิสัยคือเป็นเพลย์บอย รักสนุก ชอบเที่ยว...”
“เอ๊ะ !! คุณลุงคะ ผู้ชายคนนี้เป็นใคร อย่าบอกนะว่าเขาเป็น…” หญิงสาวถามด้วยน้ำเสียงตกใจ พลางหันหน้าจอไอแพดให้ผู้เป็นลุงดู
“ก็คุณศรันย์ มหาเศรษฐีที่ลุงกำลังพูดถึงอยู่นี่ไง หนูสนใจงานไหม...ลุงจะส่งหนูเข้าไปคุยรายละเอียดกับเขาพรุ่งนี้”
“ไม่ค่ะ...หนูไม่ทำงานนี้เด็ดขาด...”
“ทำไมล่ะ”
“ก็เพราะว่า…”
พราวประภาไม่รู้จะอธิบายยังไงดี สุดท้ายจึงได้แต่ถอนหายใจ เธอไม่สามารถรับงานนี้ได้จริงๆ เพราะเมื่อสองวันก่อนเธอเพิ่งพบศรันย์ในเหตุการณ์ที่น่าอับอายที่สุดในชีวิต นั่นคือเธอได้อวดเต้านมสองเต้าให้เขาดูแบบเต็มๆ ตา แม้จะมีสติกเกอร์ปิดจุกเอาไว้ก็เถอะ เธอคงไม่กล้าไปเจอหน้าเขาหรอก แม้ข้อเสนอเรื่องเงินจะมากก็ตาม
“หนูขอตัวไปสนามยิงปืนก่อนนะคะคุณลุง หาคนอื่นมารับงานนี้เถอะค่ะ” ว่าแล้วก็วางไอแพดลงบนโต๊ะแล้วขอตัวกลับ
หากไม่บอกคนก็คงไม่เชื่อว่าเธอยิงปืนแม่นมาก และฝึกการต่อสู้มาทุกรูปแบบ คุณลุงของเธอนี่แหละที่พาไป เพราะเธอบอกท่านตั้งแต่เด็กแล้วว่าอยากเป็นนักสืบตามรอยคุณลุง
จะว่าไปเธอถูกเลี้ยงดูโดยลุงมากกว่าพ่อแท้ๆ ซะอีก ที่ตอนนี้มีความสุขกับครอบครัวใหม่จนแทบลืมไปแล้วว่ายังมีเธอเป็นลูกอีกคน
ค่ำคืนวันศุกร์ภายในไนต์คลับชื่อดังใจกลางกรุงเทพฯ เต็มไปด้วยบรรยากาศคึกคักและเปี่ยมชีวิตชีวา เสียงดนตรีจังหวะสนุกเบสหนักแน่นสั่นสะเทือนไปทั่วพื้นที่ แสงไฟนีออนหลากสีสาดส่องตัดผ่านความมืดเป็นระยะ ส่องสว่างให้เห็นผู้คนมากมายที่ออกมาปลดปล่อยอารมณ์และพักผ่อนหย่อนใจหลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมาตลอดทั้งสัปดาห์
พราวประภานั่งอยู่บนโซฟาหนังตัวยาวบริเวณโซนวีไอพีกับกลุ่มเพื่อนสนิท หญิงสาวสวยงามในชุดเดรสสั้นสีดำเข้ารูป ดีไซน์ตัวเสื้อแหวกเปิดช่วงอกเล็กน้อย เผยให้เห็นเนินอกขาวเนียนและขับเน้นทรวดทรงอวบอิ่มสมส่วนอย่างน่ามอง
ใบหน้าสวยหวานถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างประณีตพอเหมาะ ริมฝีปากแต้มสีแดงระเรื่อรับกับดวงตาคมสวยทรงเสน่ห์ที่มีประกายเย้ายวนตามธรรมชาติ ลุคนี้ไม่เพียงแต่เสริมความมั่นใจให้เจ้าตัวอย่างเต็มเปี่ยม แต่ยังแผ่รังสีความเซ็กซี่เย้ายวนจนหนุ่มๆ หลายคนที่เดินผ่านไปมาต้องหันกลับมามองซ้ำอย่างอดไม่ได้
“พาย แกดูโต๊ะนั้นสิ ผู้ชายมองแกจนแทบจะกินเข้าไปทั้งตัวแล้ว”
เพื่อนสาวพูดพลางหัวเราะชอบใจ ก่อนจะยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบแล้วหันไปพยักพเยิดทางชายหนุ่มหน้าตาดีที่กำลังส่งยิ้มพราวเสน่ห์มาให้จากอีกฝั่งของร้าน
พราวประภาหันไปมองตามทิศทางนั้น ก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไร เธออยู่ในชุดที่ทำให้ตัวเองรู้สึกมั่นใจเต็มที่ และคืนนี้ก็เป็นคืนแรกๆ ในรอบหลายเดือนที่ได้ออกมาเที่ยวอย่างสบายใจ หลังจากความรักครั้งเก่าจบลงอย่างเลวร้าย
ไอ้คนที่คบหากันมานานไม่เพียงแต่นอกใจเธอไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเพื่อนสนิท แต่ยังร่วมมือกันยักยอกและโกงเงินธุรกิจจนเธอต้องสูญเสียทั้งทรัพย์สินและบาดแผลทางความรู้สึกอย่างใหญ่หลวง
แต่ตอนนี้โสดอย่างเป็นทางการแล้ว และเมื่อไม่มีภาระหรือใครให้ต้องเกรงใจอีกต่อไป จะเซ็กซี่จะโปรยเสน่ห์ยังไงก็ได้
“อุ๊ย พวกแก! ดูผู้ชายคนนั้นสิ หล่อมาก หล่อเหมือนพระเอกซีรีส์จีนแนวตั้งเลย”
เพื่อนสาวอีกคนอุทานออกมาอย่างตื่นเต้นด้วยน้ำเสียงสะกิดใจ ก่อนจะเอื้อมมือมาแตะแขนของพราวประภาเบาๆ แล้วพยักพเยิดให้มองตามไปยังชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่เพิ่งก้าวเข้ามาในร้าน
พราวประภาหันไปมองตามทิศทางที่เพื่อนชี้ และรอยยิ้มบนใบหน้าก็หายไปทันทีเมื่อเห็นร่างสูงสง่าของผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่ในอาการเมา โดยมีหญิงสาวสองคนประคองแขนเขาเอาไว้คนละข้าง
นั่นมัน คุณมหาเศรษฐีหมื่นล้านวัย 23 ปี ผู้ที่เธอเปิดนมให้เขาดูนั่นเอง !!
แม้จะอยู่ในสภาพเมามายจนแทบลืมตาไม่ขึ้น แต่ความหล่อเหลาและร่างสูงสมาท ก็ยังโดดเด่นจนผู้คนรอบข้างต้องหันมอง ชายหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตสีเข้มราคาแพง ปลดกระดุมลงมาหลายเม็ดจนเห็นแผงอกแน่นกระชับ เส้นผมสีดำที่เคยจัดทรงอย่างดีเริ่มยุ่งเล็กน้อย ใบหน้าหล่อคมแดงระเรื่อ ดวงตาคมปรือคล้ายกำลังพยายามประคองสติของตัวเองเอาไว้
“เบ้าหน้าฟ้าประทานสุดๆ แล้วดูสิ แผงอกเป็นลอนแน่นเชียว เห็นแล้วอยากจะฟัด”
“หล่อจริงๆ ด้วย แต่คงไม่ทันแล้วนะ เพราะนังสองคนนั้นคาบไปกินแล้ว...”
“ฉันรู้จักนังสองคนนั้น ชอบลากผู้ชายไปกินแล้วถ่ายคลิป...เคยได้ยินมาแบบนี้นะ”
“อ้าว แล้วคุณคนหล่อนั่นจะเจออะไรมั่งเนี่ย น่าเป็นห่วงจัง...”
“ฉันรู้จักเขา ขอตัวก่อนนะ” พราวประภาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง เพื่อนทั้งกลุ่มหันมามองพร้อมกันด้วยความสงสัย แต่หญิงสาวไม่ได้เสียเวลาอธิบาย มือเรียววางแก้วลงบนโต๊ะแล้วลุกขึ้น เดินตรงไปยังศรันย์ที่กำลังถูกพาออกไปทางประตูหน้าของร้าน
พราวประภาสาวเท้าเดินตรงเข้าไปหาศรันย์ด้วยความมั่นใจ สายตาคมสวยจดจ้องเป้าหมายอย่างไม่ลดละ ก่อนจะเบียดเรือนร่างงดงามในชุดเดรสสีดำเข้ารูปแทรกเข้ากลางแล้วดึงร่างสูงมาหาตนเองอย่างประกาศตัวเป็นเจ้าของ
“เห้ย ! ทำอะไรอ่ะพี่ นี่ผู้ชายของพวกเรานะ” หนึ่งในสาวสวยโวยวาย
“นี่สามีของฉัน ถ้าพวกเธอไม่อยากมีปัญหาก็อย่ายุ่งกับเขา” หญิงสาวพยายามพยุงร่างใหญ่เอาไว้ เขาตัวโตมาก แม้จะยืนได้ด้วยสองขาแต่ก็ทิ้งน้ำหนักตัวมาให้เธอมากพอสมควรจนรู้สึกหนัก
“อะไรกันเนี่ยพี่! อยู่ๆ มาอ้างว่าเป็นผัวพี่แบบนี้ได้ยังไง เขาบอกพวกเราว่ายังโสด” หญิงสาวอีกคนชักสีหน้าใส่
“นั่นสิ พวกเราไม่ยอมนะ”
“ฉันมีทะเบียนสมรส ถ้าพวกเธอยังยืนยันจะยุ่งกับเขา ก็ไปเจอกันที่ศาล เตรียมเงินสิบล้านไว้ด้วยนะ ฉันฟ้องหมดตัวไม่เหลือแน่...”
หญิงสาวยกข้อกฎหมายมาข่มขู่ พลางจ้องเขม็งด้วยสายตาเรียบเย็นจนทั้งคู่เริ่มเหงื่อตก
“ใครน่ะ...” ศรัณย์ปรือตาขึ้นมองเล็กน้อย ตอนนี้เขาเมามาก แต่ก็ยังพอจะประครองตัวยืนและเดินได้ ว่าแต่ผู้หญิงที่กำลังประคองเขาอยู่ตอนนี้เป็นใคร ตัวเธอหอมมาก และเนื้อตัวก็นุ่มนิ่มจนอยากจับไปเล่นอะไรสนุกๆ บนเตียงนอนสักยกสองยก
