บทที่ 6 มาอาบน้ำด้วยกันนะ
“หนึ่งแสน...” น้ำเสียงทุ้มต่ำหยิบยื่นข้อเสนอพร้อมกับขยับกายเข้ามาแนบชิด กลิ่นกายของชายหนุ่มผสมผสานกับความหอมอ่อนๆ ของห้องน้ำอบอวลไปทั่ว บวกกับกลิ่นแอลกอฮอล์มันทำให้พราวประภารู้สึกเหมือนกำลังเพ้อ ชายหนุ่มใช้นิ้วเรียวยาวค่อยๆ เชยคางสวยให้เงยขึ้นมอง ดวงตาคมก้มลงมองลึกลงไปในดวงตากลมโตอย่างละมุนละไม รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏบนใบหน้าคมคายอย่างที่น้อยคนนักจะได้เห็น
“ผมพร้อมจ่ายหนึ่งแสนถ้าคุณจะช่วยอาบน้ำให้ผม และจะจ่ายเพิ่มถ้ายอมขึ้นเตียง”
“ฉันรู้ว่าคุณรวยมาก แต่กรุณาอย่าเอาเงินมาฟาดหัวฉันเลยค่ะ” หญิงสาวเอ่ยเสียงแผ่ว ความมั่นใจที่เคยมีละลายหายไปต่อหน้ารอยยิ้มและสายตาอันตราย
“ผมไม่ได้ฟาดหัวคุณ...แต่เสนอค่าตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อต่างหาก”
ชายหนุ่มกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความจริงใจและออดอ้อนอยู่ในที ปลายจมูกโด่งเฉียดผ่านแก้มนวลเบาๆ จนพราวประภาต้องขนลุกซู่ไปทั้งตัว ความชิดใกล้ใกล้ชิดเกินขอบเขตทำให้หัวใจเต้นแรงราวกับระฆังตีกระหน่ำอยู่ในอก
“แต่ฉันไม่รับค่ะ! อยากจะอาบก็อาบเองสิ...”
หญิงสาวรวบรวมแรงกายและสติที่เหลืออยู่ สะบัดตัวออกห่างก่อนจะก้าวออกจากห้องน้ำอย่างรวดเร็ว
พอพาตัวเองออกมาอยู่ที่ห้องรับแขกด้านนอก เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ก็ดังขึ้น ก่อนสูดลมหายใจเข้าลึก เพื่อควบคุมสติที่เตลิดเปิดเปิงของตัวเองให้กลับคืนมา แต่อาการหัวใจเต้นแรงและใบหน้าที่ร้อนผ่าวยังไม่ยอมหายไปง่ายๆ
เธอยังเป็นสาวเวอร์จิ้น หากบอกเรื่องนี้กับใครคงไม่มีคนเชื่อแน่ๆ เพราะรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูกระฉับกระเฉง แรง เซ็กซี่ และมั่นใจ จนคนส่วนใหญ่มักคิดไปเองว่าเธอคงผ่านประสบการณ์เรื่องความรักมานับไม่ถ้วน
แต่แท้จริงแล้ว เธอเป็นยัยคนไร้เดียงสารับมือกับผู้ชายไม่ถูก หัวใจเลยยังคนเต้นแรงจนในวินาทีนี้
ภายในห้องน้ำ
ศรันย์เปิดฝักบัว ปล่อยให้สายน้ำอุ่นไหลผ่านเส้นผมและเรือนร่างเพื่อชำระล้างความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งคืน รวมถึงกลิ่นแอลกอฮอล์ที่ยังติดอยู่ตามผิวกาย ร่างสูงยืนนิ่งอยู่ใต้สายน้ำครู่หนึ่ง ก่อนใช้ครีมอาบน้ำกลิ่นซากุระลูบไล้ทำความสะอาดร่างกาย แล้วจึงสระผมจนหมดจด
หลังจากอาบน้ำสระผมเรียบร้อย ก็หยิบเสื้อคลุมอาบน้ำสีเทาที่แขวนอยู่มาสวม ชายเสื้อคลุมทอดยาวลงมาถึงระดับเข่า สายรัดเอวถูกผูกไว้อย่างหลวม ๆ ก่อนจะใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กซับหยดน้ำออกจากเส้นผมที่ยังเปียกชื้น
เมื่อรู้สึกว่าตัวเองสดชื่นขึ้นมากแล้ว จึงเปิดประตูห้องน้ำและก้าวออกมาสู่ห้องนอน เขาหยุดยืนอยู่ครู่หนึ่งเพื่อปรับสายตากับแสงไฟอ่อน ๆ ภายในห้อง ก่อนจะกวาดมองไปรอบตัวอย่างสนใจ
ห้องนี้ไม่ได้ใหญ่โตมากนัก แต่จัดวางทุกอย่างไว้อย่างเป็นระเบียบ เตียงขนาดกำลังพอดีตั้งอยู่กลางห้อง ผ้าปูที่นอนสีครีมสะอาดเรียบตึง หมอนสองใบถูกวางเรียงอย่างเรียบร้อย ข้างเตียงมีโต๊ะไม้ตัวเล็กพร้อมโคมไฟทรงเรียบง่าย ส่วนปลายเตียงมีเก้าอี้นวมสีอ่อนสำหรับนั่งพักหรือวางเสื้อผ้า
ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้หน้าต่างเล็กน้อย สายตาสะดุดเข้ากับกรอบรูปบนชั้นวางข้างผนัง ภายในไม่มีรูปคนมากมาย มีเพียงภาพวิวและของตกแต่งเรียบง่ายไม่กี่ชิ้น ทุกอย่างดูเป็นตัวตนของเจ้าของห้องอย่างชัดเจน ทั้งเรียบร้อย สะอาด และให้ความรู้สึกอบอุ่น
“หิวข้าวจัง...” น้ำเสียงนุ่มว่าก่อนจะยกมือขึ้นขยี้เส้นผมเบา ๆ แล้วเดินออกจากห้องนอนอย่างไม่รีบร้อน แต่เมื่อก้าวพ้นประตูออกมา ในตอนนี้ห้องรับแขกเงียบสนิท และเจ้าของห้องไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว
ร่างสูงเดินออกมานั่งรอที่โซฟา กวาดตามองไปรอบห้องพักที่อบอุ่น
เจ้าหล่อนเป็นใครกันนะ... เวลาได้มองลงไปในแววตาคู่นั้น ราวกับความทรงจำบางอย่างกำลังพยายามเปิดประตูออกจากส่วนลึกของหัวใจ แต่ตัวเขาเองกลับยังนึกไม่ออกว่าเคยพบผู้หญิงคนนี้ที่ไหนมาก่อน และ เมื่อไหร่กันแน่...
สิบนาทีต่อมาพราวประภาก็ออกมาจากห้องนอนของตนเอง หญิงสาวอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว สวมใส่ชุดนอนแขนยาขาวอย่างเรียบร้อย ทั้งที่ตามปกติจะใส่แค่ชุดชั้นในเพราะมันสบายเนื้อสบายตัวดี
ใบหน้าสวยที่ปราศจากเครื่องสำอางดูสดใสอ่อนกว่าวัยจนแทบไม่อยากจะเชื่อว่าเข้าสู่วัยเลขสามแล้ว
“คุณผมหิวข้าว มีอะไรให้กินข้าวไหม” ชายหนุ่มเดินออกมาจากห้องครัวพร้อมกับแก้วน้ำในมือ มันถูกยกขึ้นมาจรดริมฝีปาก พราวประภารู้สึกว่ามันช่างเป็นการดื่มน้ำที่ดูเซ็กซี่เป็นอย่างมาก
คุณมหาเศรษฐีผู้มีอายุอ่อนกว่าเธอถึงเจ็ดปีคนนี้ พออาบน้ำล้างหน้าล้างตาแล้วก็ดูหล่อเหลาใสสะอาดราวกับหนุ่มน้อยวัยมหาวิทยาลัย ใบหน้าคมคายสะอาดเกลี้ยงเกลา ผิวขาวซะจนเหมือนจะเรืองแสงได้ ส่วนริมฝีปากก็แดงอมชมพูน่าจูบ
หญิงสาวเผลอมองอย่างลืมตัว จนกระทั่งร่างสูงเดินเข้ามาหา โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้แล้วเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“ผมหิวข้าว มีอะไรให้กินบ้างไหม”
“มีแค่บะหมี่ ฉันจะต้มให้ก็แล้วกัน รอเดี๋ยวนะ” ว่าแล้วหญิงสาวก็รีบเบี่ยงตัวหลบแล้วก้าวเข้าไปในมุมครัว หยิบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออกมา 2 ซอง ไข่ 4 ฟอง และผัดกาดขาว กับกุ้งสดแช่แข็งอีก 4 ตัว เพียงเท่านี้ก็จะได้บะหมี่สองชามใหญ่แล้ว
“คุณเป็นใคร ชื่ออะไร และพาผมมาที่นี่ทำไม...?” ร่างสูงเดินตามเข้ามาในครัว
“ฉันชื่อพราวประภา เป็นหลานสาวของลุงทันดร บริษัทที่ส่งพนักงานรักษาความปลอดภัยเข้าไปดูแลความเรียบร้อยของบ้านคุณ”
“อ๋อ มิน่าล่ะ คุณถึงเป็นห่วงความปลอดภัยของผม...” ศรันย์พยักหน้าอย่างเข้าใจเรื่องราว
“ออกไปนั่งรอข้างนอกเถอะ เกะกะ”
“อะไรกัน มีแต่สาวๆ อยากอยู่ใกล้ผม แต่คุณกลับไล่ หรือว่า กลัวจะอ่อนไหวอย่างนั้นสินะ” ว่าแล้วก็ขยับเข้าใกล้มากขึ้นไปอีก
“ฉันแค่รู้สึกรำคาญ และที่สำคัญนะถึงแม้คุณจะมีเสน่ห์กับใครแต่ไม่ใช่ฉันแน่นอน”
“อย่าเพิ่งพูดแบบมั่นใจสิ ลองทำความรู้จักกับผมก่อน”
“ไม่ดีกว่า เราสองคนจะเจอกันแค่คืนนี้เท่านั้น เดี๋ยวถ้าคุณกินบะหมี่อิ่มแล้วก็กลับบ้านซะ...” หญิงสาวหันไปมองบะหมี่ในหม้อต้ม โดยไม่สนใจคนที่ห่อหุ้มร่างกายเอาไว้แค่เสื้อคลุมผืนเดียวอีกต่อไป
เขาอยู่ในสถานะผู้ว่าจ้างบริษัทที่เธอกำลังจะได้เป็นเจ้าของ ดังนั้นขอบเขตของการทำงานนั้นสำคัญที่สุด การอ่อนไหวต่อผู้ที่เราต้องทำงานด้วยมันจะกระทบถึงงานอย่างแน่นอน ไม่มากก็น้อยนั่นแหละ
