บทที่ 7 ขึ้นเตียงครั้งแรก

หลังจากต้มบะหมี่เสร็จ พราวประภาก็ยกชามร้อน ๆ ออกมาวางตรงหน้าชายหนุ่มหนึ่งชาม สำหรับตัวเองหนึ่งชาม ดูเหมือนว่าเขาจะมีอาการมึนจากฤทธิ์แอลกอฮอล์อยู่เล็กน้อย ดวงตาคมดูปรือกว่าปกติ แม้ท่าทางจะสดชื่นขึ้นมาบ้างแล้ว

“ถ้ายังไม่พร้อมจะกลับบ้าน ก็นอนด้วยกันที่นี่ก่อนหนึ่งคืนก็ได้”

“นึกอยู่แล้วว่าต้องชวนค้างด้วย”

ศรันย์ยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะหยิบตะเกียบ คีบเส้นบะหมี่ขึ้นมา ความร้อนจากน้ำซุปทำให้ต้องเป่าเบา ๆ ก่อนจะค่อยนำเข้าปากเคี้ยวแล้วกลืนลงไป รสชาติเรียบง่ายของบะหมี่ทำให้รู้สึกดีอย่างคาดไม่ถึง น้ำซุปอุ่น ๆ มีรสเค็มกลมกล่อมเจือหวานเล็กน้อย กลิ่นหอมของต้นหอมและพริกไทยช่วยให้ลำคอที่แห้งผากจากการดื่มเหล้ารู้สึกชุ่มขึ้น ยิ่งกินเส้นพร้อมน้ำซุปมากขึ้น ความอุ่นก็ยิ่งค่อย ๆ แผ่ลงไปถึงท้อง ทำให้ร่างกายที่เคยหนักอึ้งเริ่มผ่อนคลาย

ไม่นานนักบะหมี่ในชามก็ลดลงเกือบครึ่ง ความมึนเมาเริ่มบรรเทาลงอย่างช้า ๆ อาการคลื่นไส้ที่มีอยู่เล็กน้อยก็จางหายไปด้วย เหลือเพียงความง่วงกับความอ่อนเพลียจากการดื่มหนักเท่านั้น

“นี่น้ำดื่มค่ะ” หญิงสาวรินน้ำใส่แก้วให้

“ขอบคุณครับ”มือเรียวสวยรับแก้วไปดื่มแล้วหันมากิบบะหมี่ต่อจนหมดชาม

“หมดแล้ว อร่อยมากเลย”

ชายหนุ่มเอนหลังพิงเก้าอี้ ดวงตาคมมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างพิจารณา ผู้หญิงคนนี้สวยและน่ารักในเวลาเดียวกัน เธอนั่งกิบมะหมี่อย่างผ่อนคลายกับเพลย์บอยอย่างเขาเหมือนไม่หวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย

 ความทรงจำบางอย่างจากคลินิกเมื่อสองวันก่อนเริ่มย้อนกลับมา ทำให้มุมปากของชายหนุ่มยกขึ้นเล็กน้อยอย่างเจ้าเล่ห์

“ยิ้มอะไร”

“นึกถึงตอนที่เราเจอกันวันแรกน่ะ”

“เอ๊ะ ! ก็ฉันบอกแล้วไง ว่าอย่านึกถึงมันอีกและอย่าพูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีกเป็นอันขาด”

พราวประภาจ้องเขม็งที่ใบหน้าหล่อเหลาด้วยความรู้สึกกึ่งโมโหกึ่งอาย ไม่น่าเลยจริงๆ ไม่น่าเปิดเต้านมแบบเน้นๆ ให้เขาดูแบบเต็มสองตาเลย

“ผมขอนอนค้างที่นี่สักคืนได้ไหม รู้สึกง่วงๆ แล้วล่ะ”

“ไม่ได้ค่ะ คุณมีบ้านของตัวเอง กลับไปนอนบ้านซะ”

“แต่ผมง่วง” ชายหนุ่มตอบหน้าตาเฉย ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินตรงไปยังห้องนอน โดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายทักท้วง

“คนอะไร เอาแต่ใจจริง ๆ...” หญิงสาวถอนหายใจยาวแล้วพึมพำกับตัวเอง สงสัยคืนนี้จำต้องปล่อยให้แขกไม่ได้รับเชิญยึดห้องนอนไปหนึ่งคืนอย่างช่วยไม่ได้แล้วล่ะ

คืนนั้นฝนตกหนักโดยไม่มีเค้าลาง เสียงฝนจากด้านนอกดังต่อเนื่องสลับกับเสียงฟ้าร้องเป็นระยะ แรงสั่นสะเทือนจากเสียงดังลอดเข้ามาถึงในห้องนอน แสงจากสายฟ้าวาบผ่านกระจกหน้าต่าง ก่อนที่ภายในห้องจะมืดลงอีกครั้ง

พราวประภานั่งเล่นมือถืออยู่บนเตียนในห้องกว้าง หญิงสาวดูสวยมากขึ้นไปอีกภายใต้แสงสีส้มนวลละมุนตาของโคมไฟอ่านหนังสือ ห้องไม่ได้สว่างมากนักเพราะไฟถูกปิดไปแล้ว เหลือเพียงแค่โคมไฟเท่านั้นที่ยังส่องสว่างแผ่วเบา

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูดังขึ้น หญิงสาวขมวดคิ้วแล้วหันไปมอง อีตามหาเศรษฐีวัยใสนั่นมาอ่อยเธอถึงห้องเลยเหรอ ? แต่ไม่มีทางหรอกที่เธอจะหลงกลเด็กที่อายุน้อยกว่าตัวเองถึง 7- 8 ปี

“คุณ เปิดประตูให้ผมหน่อย”

เสียงของศรันย์ดังมาจากด้านนอก มันฟังดูร้อนรนและกลัวอย่างเห็นได้ชัด พราวประภาวางหนังสือลงบนโต๊ะข้างเตียงแล้วเดินไปเปิดประตู ชายหนุ่มยืนอยู่ตรงหน้าในชุดเสื้อคลุมสีเทาชุดเดิม

ใบหน้าหล่อเหลามีสีหน้าตึงเครียด ดวงตาคมเหลือบมองเข้าไปในห้องคล้ายกำลังลังเล

“มีอะไร ฉันง่วงแล้วนะคะ”

“ผมกลัวเสียงฟ้าร้อง คืนนี้ผมขอนอนห้องคุณนะ”

พราวประภามองเจ้าของร่างสูงอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเสียงฟ้าร้องก็ดังขึ้นพอดี ศรันย์สะดุ้งเล็กน้อย แม้จะพยายามเก็บอาการไว้จนแทบมองไม่ออก

“โตขนาดนี้ กลัวเสียงฟ้าร้องได้ไง...”

“ผมไม่ชอบเสียง... มันน่ากลัว”

ศรันย์มองใบหน้าสวยอย่างขอความเห็นใจ ก่อนจะรีบก้าวเข้าไปในห้องเมื่อมีเสียงฟ้าร้องดังขึ้นมาอีกครั้ง

ครืน... เปรี้ยง!...

“ถ้าอย่างนั้นคืนนี้คุณไปนอนที่โซฟาก็แล้วกัน” พราวประภาเดินตามเข้ามาในห้องอย่างไม่มีทางเลือก หญิงสาวเดินไปที่ตู้เก็บของแล้วหยิบผ้าห่มกับหมอนมาส่งให้คนตัวสูงใหญ่

แล้วสายตาก็ปะทะเข้ากับกล้ามอกแน่นๆ และลอนหน้าท้องที่ชวนวาบหวามอย่างที่สุด

“แต่งตัวให้มันมิดชิดหน่อยสิคุณ ผูกเชือกที่เสื้อแน่นๆ ฉันแทบจะเห็นอะไรต่อมิอะไรหมดแล้วนะ”

“ไม่เป็นไร ผมไม่ใช่ผู้ชายหวงเนื้อหวงตัว อยากจะเห็นหรือดูอะไรก็ตามสบายเถอะ”

“ฉันไม่ได้อยากจะเห็นซะหน่อย คุณนี่ยังไงนะ หลงตัวเองจัง...คิดว่าผู้หญิงทุกคนต้องชอบคุณเหรอ...”

หญิงสาวส่งของให้คนที่สร้างความวุ่นวายใจให้ตนเองแล้วเดินหมุนตัวกลับมาที่เตียงนอน ศรัณย์เดินไปที่โซฟากำมะหยี่ที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง ชายหนุ่มเอนตัวลงนอน แล้วหันไปมองหญิงสาวที่ดูสวยเย้ายวนอยู่ภายใต้แสงอบอุ่นของโคมไฟอ่านหนังสือ

ห้องนี้บรรยากาศสวยงามโรแมนติก เหมาะกับการทำกิจกรรมเข้าจังหวะแบบเร่าร้อน น่าเสียดายที่ดูเหมือนว่าผู้เป็นเจ้าของห้อง จะมีกำแพงที่แน่นหนากับเขาไม่น้อยเลยทีเดียว

พราวประภาวางหนังสือลงบนโต๊ะข้างเตียง ก่อนเอนตัวลงนอนแล้วดึงผ้าห่มขึ้นคลุมกาย หญิงสาวตั้งใจจะหลับให้ผ่านคืนนี้ไปโดยไม่สนใจคนที่นอนอยู่บนเตียง แม้ภาพกล้ามแน่นๆ ลอนหน้าท้องสวยๆ จะรบกวนจิตใจมากเพียงใดก็ตาม

ครืน... เปรี้ยง! เสียงฟ้าร้องยังดังเป็นระยะจนกระจกหน้าต่างสั่นเบา ๆ หลังจากหลับตาลงได้ไม่นาน ก็รู้สึกถึงแรงยุบของที่นอนอีกฝั่ง ร่างสูงของศรัณย์ค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้และสอดตัวเข้าใต้ผ้าห่มโดยไม่พูดอะไรสักคำ

“นี่คุณ จะทำอะไรน่ะ...”

“ไม่ทำอะไรทั้งนั้น ขอแค่กอด...ผมกลัวจริงๆ...”

หญิงสาวตัวแข็งทื่อเมื่อถูกกอด อ้อมแขนของเขาโอบรอบเอวจากด้านหลัง เมื่อกำลังจะหันไปต่อว่าและไล่ลงจากเตียง ก็สัมผัสได้ถึงอ้อมกอดที่สั่นน้อย ๆ และลมหายใจที่ยังไม่เป็นจังหวะ เลยใจอ่อน

คุณมหาเศรษฐีวัยใส ไม่ได้เข้ามาใกล้เพราะต้องการหยอกล้อหรือฉวยโอกาส เพียงแค่กำลังหาที่พึ่งให้ตัวเองในคืนที่เสียงฟ้าร้องปลุกความกลัวขึ้นมา...

นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่!!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป