บทที่ 10 ตอนที่ 10 เงาดำในคลับ
ตอนที่ 10 เงาดำในคลับ
เสียงเพลงบีตหนักหน่วงยังคงกระหึ่มก้องไปทั่วทุกอณูของคลับหรูใจกลางเมือง แสงไฟเลเซอร์สลับสีวูบวาบสะท้อนลงบนพื้นผิวกระจกและเคาน์เตอร์บาร์ แต่ในมุมมองของ ‘ราเชนทร์’ เจ้าพ่อมาเฟียผู้กุมอำนาจเบื้องหลังความบันเทิงเหล่านี้ ค่ำคืนนี้กลับไม่มีความรื่นรมย์หลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวจดจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องควบคุมส่วนตัว ภาพจากกล้องวงจรปิดทุกมุมของคลับถูกย่อขยายสลับเปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกล้องตัวที่จับภาพ ‘ขวัญ’ หญิงสาวนักศึกษานิเทศศาสตร์ เอกการแสดง ผู้รับบทบาท ‘เด็กฝึกงาน’ กำลังเดินตรวจความเรียบร้อยของโซนวีไอพีด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง
“ไอ้เชน ลูกน้องรายงานว่ารถตู้สีดำคันเมื่อเช้ายังวนเวียนอยู่แถวซอยท้ายโกดังฝั่งตะวันออก” มังกรเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงสุขุม เยือกเย็น พลางวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ
ราเชนทร์ละสายตาจากหน้าจอ นัยน์ตาคมเข้มฉายแววดุจัดจนน่ากลัว สันจมูกโด่งเป็นสันนูนขยับเล็กน้อยด้วยความโกรธ
“มันกล้าลองดีถึงถิ่นกูเลยงั้นเหรอ”
“มันไม่ได้แค่ลองดี แต่มันพุ่งเป้ามาที่ขวัญชัดเจน” สิงหาเดินเข้ามาเสริมด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ผิดวิสัยคนอารมณ์ดี “ตั้งแต่เรื่องเอกสารล็อตสินค้าหาย จนถึงจดหมายขู่เมื่อคืน พวกมันก็รู้จุดอ่อนของมึงแล้ว”
ราเชนทร์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง กรามขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูนชัดเจน ความรู้สึกร้อนรุ่มสุมอกจนแทบหายใจไม่ออก เขายอมรับกับตัวเองในใจเป็นครั้งแรกว่า ความรู้สึกที่เขามีต่อยัยตัวแสบมันก้าวข้ามคำว่า ‘สนใจ’ ไปไกลแล้ว เธอกลายเป็นจุดอ่อนชิ้นใหญ่ที่เปราะบางที่สุดในชีวิตมืดมนของเขา และเขาไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องเธอเด็ดขาด
“ไอ้มังกร มึงจัดการเพิ่มการ์ดอารักขาขวัญเป็นสองเท่า ห้ามคลาดสายตาเด็ดขาด ส่วนไอ้สิงหา... ไปเช็กกล้องวงจรปิดรอบนอกทั้งหมด กูต้องการรู้ว่าไอ้ตัวไหนมันส่งคนมา” ราเชนทร์ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“เออ ๆ” ทั้งสองคนรับคำก่อนจะเดินออกจากห้องไป ปล่อยให้ราเชนทร์จมอยู่กับความคิดและความกังวลที่กำลังกัดกินหัวใจ
ในขณะเดียวกัน ทางด้านขวัญที่เพิ่งเดินตรวจโต๊ะวีไอพีเสร็จเรียบร้อยก็พรูลมหายใจออกมาด้วยความเหนื่อย มือเรียวปาดเหงื่อบาง ๆ ที่ซึมอยู่บนขมับ แม้ปากจะบอกว่าไม่กลัวและสนุกกับการทำงาน แต่ลึก ๆ แล้ว เธอก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศตึงเครียดที่แผ่ออกมาจากเหล่าการ์ดร่างยักษ์ที่เดินตามหลังเธอไม่ห่าง
“นี่พวกพี่ ๆ เดินตามติดหนูยิ่งกว่าเงาอีกนะเนี่ย อึดอัดตายพอดี” ขวัญหันไปบ่นกับพี่การ์ดร่างยักษ์สองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่
“คำสั่งเฮียครับคุณขวัญ ห้ามคลาดสายตาเด็ดขาด” การ์ดคนหนึ่งเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ
“เฮ้อ... เจ้าหนี้จอมเผด็จการเอ้ย” ขวัญพึมพำเบาๆ พลางอมยิ้มขำ แม้จะบ่นแต่ลึก ๆ ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด ความใส่ใจแบบดิบเถื่อนและเผด็จการของราเชนทร์ทำให้เธอรู้ว่าผู้ชายคนนี้แคร์เธอมากแค่ไหน
ติ๊ง!
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกระโปรงก็สั่นเตือนขึ้นมา ขวัญหยิบขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นข้อความสั้นจากราเชนทร์
ราเชนทร์ : ขึ้นมาหาฉันที่ห้องควบคุมเดี๋ยวนี้
อ่านจบ มุมปากบางก็ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ทันที
“เรียกจัง กลัวหนูหนีหายไปไหนหรือไงนะมาเฟียปากแข็ง” เธอบ่นพึมพำก่อนจะเดินตรงไปยังห้องควบคุมส่วนตัวทันที
ก๊อก ๆ
ขวัญเคาะประตูสองทีแล้วผลักเปิดเข้าไปด้านใน ร่างสูงโปร่งของราเชนทร์ยืนหันหลังให้อยู่ตรงหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นบรรยากาศด้านล่างของคลับ แผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อศอกดูทรงพลังและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน
“เรียกหนูมามีอะไรคะ หรือว่าคิดถึงจนทนไม่ไหว?” ขวัญเปิดประตูเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหยอกเย้าตามสไตล์สาวแสบ
ราเชนทร์หมุนตัวกลับมามอง นัยน์ตาคมกริบดุดันแต่แฝงความเหนื่อยล้าไว้เล็กน้อย
“เล่นอะไรไม่เข้าเรื่อง หน้าที่เธอคือตรวจงาน ไม่ใช่เดินลอยชายให้คนอื่นมอง”
“โห เฮีย... หนูเดินตรวจงานจริงๆ นะคะ ลูกค้าชมด้วยซ้ำว่าเด็กฝึกงานร้านนี้สวยและตลกที่สุดในสามโลก” ขวัญเถียงหน้าตาเฉย เดินดุ๊กๆ เข้าไปใกล้เขาจนแทบจะชิดอกแกร่ง
“ตลกเหรอ? งั้นฉันควรให้รางวัลหรือหักเงินเดือนดี” ราเชนทร์ก้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าคมเข้มโน้มเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าจมูกขวัญจนหัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะ
“เอ่อ... ไม่หักดีกว่าค่ะ หนูจนกรอบแล้ว” ขวัญแกล้งทำเป็นถอยหลังหนีเล็กน้อย แต่ถูกวงแขนแกร่งคว้าหมับเข้าที่เอวบางแล้วดึงรั้งเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว
“ปล่อยเลยนะเฮีย! นี่มันห้องทำงานนะ เกิดลูกน้องเปิดประตูเข้ามาเห็นเข้าจะทำยังไง” ขวัญโวยวายเบาๆ ใบหน้าหวานเริ่มขึ้นสีแดงก่ำด้วยความเขินอาย หัวใจเต้นแรงขึ้นมาดื้อ ๆ
“ไม่มีใครกล้าเข้ามาถ้าฉันไม่อนุญาต” ราเชนทร์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคู่คมกวาดมองใบหน้าเนียนใสของเธอด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งหวง ทั้งห่วง และโหยหา
“แล้วตกลงเรียกหนูมาทำไมคะเนี่ย หน้าเคร่งเครียดเชียว มีเรื่องใหญ่อะไรอีกเหรอ?” ขวัญเปลี่ยนเรื่องถามด้วยความจริงจังขึ้นเมื่อสังเกตเห็นแววตาเคร่งเครียดของเขา
ราเชนทร์ถอนหายใจยาวๆ ออกมา เขายอมคลายอ้อมแขนออกนิดหน่อย แต่ยังคงกุมมือบางของเธอเอาไว้แน่น
“ศัตรูเริ่มเคลื่อนไหวเข้าใกล้คลับมากขึ้นแล้ว พวกมันจับตาดูเธออยู่”
ขวัญชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มขี้เล่นจางหายไปจากใบหน้า ดวงตากลมโตมองสบตาเขานิ่ง
“หนูรู้ค่ะ แต่หนูไม่ได้กลัวนะ”
“แต่ฉันกลัว” ราเชนทร์สวนกลับทันที น้ำเสียงหนักแน่นจริงจังจนขวัญต้องอึ้ง “ฉันกลัวความประมาทของฉันจะทำให้เธอเป็นอันตราย ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เธอย้ายออกจากห้องพักเดิม แล้วมานอนที่ห้องพักส่วนตัวของฉันในคลับนี้ซะ”
“ฮะ?! ย้ายไปนอนห้องเฮียเนี่ยนะ?!” ขวัญตาโตเท่าไข่ห่าน อุทานเสียงหลงด้วยความตกใจ “จะบ้าเหรอเฮีย! ให้หนูไปนอนห้องเดียวกับผู้ชายอันตรายอย่างเฮี่ยเนี่ยนะ ไม่เอาด้วยหรอก!”
“ปฏิเสธไม่ได้ นี่ไม่ใช่คำขอร้อง แต่เป็นคำสั่ง” ราเชนทร์เอ่ยเสียงดุ
“ทำไมต้องบังคับกันด้วยเล่า! ถึงหนูจะเป็นเด็กฝึกงาน แต่หนูก็มีสิทธิส่วนบุคคลนะ!” ขวัญเถียงคอเป็นเอ็น สะบัดหน้าหนีอย่างแง้างอน
“ถ้าเธอไม่ยอมไปดี ๆ ฉันจะอุ้มพาดบ่าแบกไปเอง เลือกเอาว่าจะเดินไปเองดี ๆ หรือจะให้ฉันอุ้มต่อหน้าการ์ดข้างนอก” ราเชนทร์ยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า รู้จุดอ่อนของแม่ตัวแสบดีว่าเกียจคร้านและอายแค่ไหนถ้าโดนอุ้มประจาน
ขวัญกัดริมฝีปากล่างอย่างขัดใจ ส่งค้อนวงใหญ่ให้เขาไปหนึ่งที
“คนเผด็จการ! คนเอาแต่ใจ! คอยดูเถอะนะ ถ้าหนูเผลอเมื่อไหร่จะจับโกนหนวดทิ้งซะให้เข็ด!”
“ปากเก่งให้ได้ตลอดเถอะ” ราเชนทร์หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่แทบจะไม่ค่อยมีใครได้ยินบ่อยนัก ร่างสูงยอมปล่อยมือเธอแล้วเดินไปหยิบเสื้อสูทพาดบ่า “ไป เก็บของย้ายห้องได้แล้ว”
“เชอะ!” ขวัญสะบัดก้นเดินตามหลังเขาต้อยๆ อย่างจำยอม แต่ในใจกลับแอบเต้นระรัวด้วยความเขินอายจนต้องยกมือขึ้นกุมแก้มตัวเองที่ร้อนผ่าวอยู่ตอนนี้
ห้องพักส่วนตัวของราเชนทร์ที่อยู่ลึกเข้าไปด้านในสุดของชั้นบนสุดของคลับ ตกแต่งด้วยโทนสีดำ เทา และน้ำตาลเข้ม ดูหรูหรา และสะท้อนตัวตนของเจ้าของห้องได้อย่างชัดเจน ภายในกว้างขวางมีทั้งเตียงนอนขนาดคิงไซส์ โซฟาชุดใหญ่ และห้องน้ำในตัว
เมื่อเปิดประตูเข้ามา ขวัญก็อ้าปากค้างเล็กน้อย กวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยความทึ่ง
“โห... ห้องนอนหรือสนามฟุตบอลเนี่ย ใหญ่เป็นบ้าเลย”
“ชอบไหมล่ะ คราวนี้จะได้ไม่ต้องกลัวว่าใครจะแอบเข้ามาทำอะไร เพราะห้องนี้ระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนาที่สุดในคลับ” ราเชนทร์เดินไปวางเสื้อสูทบนโซฟา ก่อนจะหันมามองคนตัวเล็กที่ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่กลางห้อง
“แล้วหนูล่ะ นอนตรงไหน?”
“ก็นอนบนเตียงนั่นแหละ” ราเชนทร์ตอบหน้าตาเฉย
“อ้าว! แล้วเฮียนอนไหน?” ขวัญเบิกตากว้าง
“ก็นอนบนเตียงเดียวกันไง” ราเชนทร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เดินก้าวเข้ามาใกล้เธอย่างช้าๆ
“เฮ้ย! ไม่ได้นะ ทำไมไม่นอนโซฟา หรือไม่ก็ให้หนูนอนโซฟาเอง!” ขวัญรีบถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้อง หน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีราวกับมีคนเอาเตาไฟมาจ่อใกล้ๆ
ราเชนทร์ไม่ได้ตอบ เขาเดินเข้ามาประชิดตัว ใช้แขนแกร่งทั้งสองข้างยันผนังล้อมกรอบร่างเล็กเอาไว้ตรงกลาง ขวางทางหนีทุกเส้นทาง นัยน์ตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายเจ้าเล่ห์ที่นาน ๆ ทีจะได้เห็น
“ทำไมจะไม่ได้ ในเมื่อเธอก็เคยนอนเตียงเดียวกับฉันมาแล้วตั้งแต่คืนแรกที่ลากฉันขึ้นห้องจำไม่ได้หรือไง หรือว่าติดใจรสชาติคืนนั้นจนอยากทวนความจำอีกรอบ?” น้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนขวัญขนลุกซู่
“บ้า! ใครจะไปจำได้ ตอนนั้นหนูเมานะ!” ขวัญหน้าแดงแจ๋ เถียงเสียงตะกุกตะกัก พยายามเอามือดันแผงอกแกร่งเอาไว้แต่ก็สู้แรงของเขาไม่ได้เลย
“แต่ฉันจำได้ทุกรายละเอียด” ราเชนทร์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ซอกคอหอมของเธอ ริมฝีปากหนากดจูบเบา ๆ ลงบนลาดไหล่เนียนผ่านเสื้อผ้า ทำเอาขวัญสะดุ้งเฮือก หัวใจหล่นไปอยู่ตาตุ่ม ขาสั่นพับจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น
“ฮะ... เฮียเชนทร์ ทำไมจู่ๆ ถึงแปลงร่างเป็นหมาป่าแบบนี้ล่ะคะ!” ขวัญส่งเสียงประท้วงเสียงสั่น พยายามเบี่ยงหน้าหนีสัมผัสร้อนแรงที่เริ่มเล่นงานสติสัมปชัญญะของเธอ
“ฉันก็แค่จะพิสูจน์ให้ดูว่า... แมวป่วนอย่างเธอ ต่อให้พยศแค่ไหน ก็หนีไม่พ้นกรงของฉันหรอก” ราเชนทร์กระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม ก่อนจะฉวยโอกาสกดจูบลงบนกลีบปากนุ่มนวลอย่างดูดดื่มและเร่าร้อนโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว
สัมผัสที่ทั้งดุดันและอ่อนโยนผสมผสานกันอย่างลงตัว ขวัญเบิกตากว้างด้วยความตกใจในตอนแรก แต่ด้วยบรรยากาศและรสจูบที่มึนเมาไร้แอลกอฮอล์ทำให้สติของเธอเริ่มพร่าเลือน มือเล็กที่พยายามผลักไสค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่น เผลอเผยริมฝีปากรับสัมผัสวาบหวิวที่เขาหยิบยื่นให้อย่างเคลิบเคลิ้ม
ราเชนทร์ส่งเสียงต่ำในลำคอด้วยความพึงพอใจ วงแขนแกร่งโอบเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่นยิ่งขึ้น เรียวลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ สร้างความสั่นสะท้านไปทั่วร่างของหญิงสาวจนแขนขาเริ่มอ่อนแรง
ผ่านไปเนิ่นนานกว่าราเชนทร์จะยอมผละริมฝีปากออกอย่างเสียดาย นัยน์ตาคมฉายประกายไฟเสน่หาลุกโชนมองใบหน้าหวานที่หอบหายใจสะท้าน แก้มเนียนแดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก ริมฝีปากบวมเจ่อเล็กน้อยจากการถูกรุกราน
“ทีนี้... ยังจะกล้าเถียงฉันอีกไหม หืม?” ราเชนทร์ใช้นิ้วโป้งเกลี่ยริมฝีปากที่บวมเจ่อของเธอเบา ๆ น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความยวนเย้า
ขวัญก้มหน้ามองต่ำ ไม่กล้าสบตาคมคู่นั้นเพราะกลัวใจตัวเองจะละลายคามือเขา เธอกัดริมฝีปากแน่นอย่างขัดเขิน
“คนฉวยโอกาส หนูจะฟ้องเพื่อนเฮีย ว่าเฮียรังแกเด็กฝึกงาน”
“ฟ้องไปก็ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก เพราะตอนนี้... เธอเป็นเด็กของฉันคนเดียวแล้ว” ราเชนทร์ยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ก่อนจะช้อนร่างบางขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดาย ท่ามกลางเสียงอุทานตกใจของขวัญที่ต้องรีบเอามือคล้องคอเขาไว้แน่นตามสัญชาตญาณ
“เฮีย! จะพาไปไหนเนี่ย ปล่อยนะ!”
“พาไปนอน... แต่ถ้าเธอยังดื้อพูดมากอีก ฉันอาจจะเปลี่ยนใจไม่ให้นอนเฉย ๆ แต่จะพาทำอย่างอื่นแทน” ราเชนทร์ขู่ด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์แต่จริงจัง
ขวัญเม้มปากแน่นสนิททันที ไม่กล้าปริปากบ่นอะไรออกมาอีกเลยตลอดทางจนกระทั่งร่างบางถูกวางลงบนเตียงนอนนุ่มนวล ราเชนทร์ทิ้งตัวลงนอนตะแคงข้าง ๆ ใช้มือข้างหนึ่งคางศีรษะมองเธอด้วยสายตาอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุ
“นอนซะ พรุ่งนี้ยังมีเรื่องให้เราต้องจัดการอีกเยอะ” เขากำชับเสียงนุ่ม
ขวัญซุกตัวลงใต้ผ้าห่มผืนหนา แอบมองใบหน้าคมเข้มของมาเฟียหนุ่มที่ตอนนี้กลายมาเป็น ‘คนเฝ้าห้อง’ ส่วนตัว ความรู้สึกอุ่นซ่านแผ่กระจายไปทั่วหัวใจ แม้โลกภายนอกจะเต็มไปด้วยเงาดำและอันตรายจากศัตรู แต่แปลกที่เธอกลับรู้สึกปลอดภัยที่สุดเมื่อได้อยู่ใกล้ผู้ชายปากร้ายคนนี้
“ฝันดีนะ เฮียหมาดุ” ขวัญพึมพำเสียงเบาก่อนจะค่อย ๆ ปิดเปลือกตาลงเข้าสู่ห้วงนิทรา
ราเชนทร์ยิ้มบาง ๆ เคลื่อนมือไปลูบกลุ่มผมนุ่มของเธอแผ่วเบา
“ฝันดี... ยัยแมวป่วน”
ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนและภัยคุกคามที่ยังคงซ่อนตัวอยู่ภายนอก ภายในห้องพักนี้กลับอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและไฟรักที่กำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างเงียบเชียบ
