บทที่ 2 ตอนที่ 2 ค่ารถ
ตอนที่ 2 ค่ารถ
“ถึงแล้วครับน้อง” เสียงคนขับแท็กซี่ดังขึ้นขัดจังหวะ
ขวัญยิ้มแป้น ยื่นมือไปจับแขนเสื้อสูทของราเชนทร์แล้วลากเขาลงจากรถแท็กซี่ทันที ชายหนุ่มปล่อยให้เธอดึงแขนเดินขึ้นลิฟต์ไปจนถึงห้องพักของเธอในที่สุด เมื่อเข้ามาภายในห้องพักสไตล์เรียบง่าย ขวัญก็ทิ้งตัวลงนอนบนโซฟากลางห้องอย่างหมดแรงจากความเมา แล้วหลับฟุบไปทั้งอย่างนั้น
ราเชนทร์ยืนมองหญิงสาวที่นอนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่บนโซฟา เขายกมือขึ้นสัมผัสริมฝีปากตัวเองเบาๆ ความรู้สึกอุ่นร้อนจากจูบเมื่อครู่ยังคงติดค้างอยู่ นัยน์ตาคู่คมมองสำรวจใบหน้าเนียนใสของหญิงสาวที่ยามหลับดูไม่มีพิษมีภัย ต่างจากตอนตื่นที่แสบซ่าและก๋ากั่นสิ้นดี
มุมปากของมาเฟียหนุ่มค่อยๆ ยกยิ้มบางๆ อย่างที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นบ่อยนัก
“กล้ามากนะยัยตัวแสบ... ลากฉันมาถึงห้อง แล้วมานอนหลับใส่แบบนี้เนี่ยนะ” ราเชนทร์พึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะถอดเสื้อสูทตัวนอกออกแล้วเอาไปวางไว้บนเก้าอี้ เขาเดินไปอุ้มร่างบางขึ้นจากโซฟาอย่างเบามือ แล้วพาเธอไปนอนบนเตียงนุ่มดีๆ พร้อมกับห่มผ้าให้เสร็จสรรพ
ชายหนุ่มนั่งลงบนขอบเตียง มองใบหน้าหวานของหญิงสาวตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ความตั้งใจเดิมที่จะกลับคลับถูกลบทิ้งไปจนหมด ชายหนุ่มถอนหายใจยาวๆ ก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างๆ เธอ โดยยื่นแขนให้เธอใช้ต่างหมอนอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนให้ใคร
#เช้าวันใหม่
จนกระทั่งแสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามา ขวัญค่อยๆ ลืมตาขึ้นด้วยความงัวเงีย ความรู้สึกปวดหัวตึบๆ จากอาการแฮงก์เล่นงานเธอทันที ทว่าเมื่อเธอพลิกตัว ตั้งใจจะลุกขึ้นนั่ง เธอกลับพบว่าตัวเองกำลังอยู่ในอ้อมกอดของใครบางคน
กล้ามอกแกร่งแน่นภายใต้เสื้อเชิ้ต และแขนทรงพลังที่เอวทำเอาขวัญตาค้าง เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง และเมื่อเห็นใบหน้าคมเข้มทรงอิทธิพลของชายหนุ่มเมื่อคืนที่กำลังนอนหลับอยู่ข้างๆ สติของเธอก็พุ่งกลับเข้าหัวทันที
ภาพความทรงจำเมื่อคืนไหลกลับเข้ามาเป็นฉากๆ ตั้งแต่การรับคำท้าเงินหมื่น การเดินไปล็อกคอเขา การอู้คำเมืองใส่ จูบฟอดใหญ่บนรถแท็กซี่ และการลากเขาขึ้นห้อง
“เชี้ยย!!!” ขวัญอุทานเสียงเบา ใบหน้าหวานซีดสลดลงทันตา
เธอรีบแกะแขนหนาออกจากเอวอย่างเบามือที่สุด หัวใจเต้นแรงด้วยความหวาดกลัวเมื่อสังเกตเห็นนาฬิการาคาแพงระยับและลุคที่ไม่เหมือนโฮสต์ธรรมดาๆ ของเขา
ขวัญรีบควานหากระเป๋าสตางค์ของตัวเอง เปิดออกดูเห็นธนบัตรใบละห้าร้อยอยู่สองสามใบ เธอรีบดึงแบงก์ห้าร้อยออกมาหนึ่งใบ วางทิ้งไว้บนโต๊ะข้างเตียงข้างๆ หัวของเขา
“หนูไม่รู้หรอกนะว่าพี่เป็นใคร... แต่ถือว่าเป็นค่ารถแท็กซี่กับค่าเสียเวลาแล้วกันนะคะ” ขวัญพึมพำเสียงเบาๆ
หญิงสาวค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นจากที่นอนด้วยความระมัดระวัง ขาเรียวเกร็งจนแทบไม่กล้าลงน้ำหนัก สองตาจ้องมองใบหน้าคมคายของชายหนุ่มที่ยังคงหลับสนิท ลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ ย่องเบาๆ ก้าวทีละก้าวจนกระทั่งคว้าลูกบิดประตูห้องน้ำได้สำเร็จ เธอรีบแทรกตัวเข้าไปข้างในแล้วปิดประตูลงอย่างเบามือที่สุด
เมื่ออยู่ตามลำพังในห้องน้ำ ขวัญก็ยกสองมือขึ้นกุมหัวตัวเองแล้วก้มลงถูหน้าแรงๆ เพื่อเรียกสติที่เพิ่งตื่นเต็มตา
“ตายแน่ๆ ยัยขวัญเอ๋ย! เมื่อคืนแกทำอะไรลงไปวะเนี่ย!” เธอพึมพำกับตัวเองผ่านกระจกด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าหวานร้อนผ่าวเมื่อนึกถึงสัมผัสริมฝีปากที่เผลอไปจูบเขาเต็มๆ บนรถแท็กซี่ “โฮสต์บ้าอะไรลุคอย่างกับมาเฟียข้ามชาติ นาฬิกาเรือนนั้นน่าจะแพงกว่าค่าเทอมฉันทั้งสี่ปีรวมกันอีก ลากใครไม่ลาก ดันไปลากตัวอันตรายเข้าห้องอีก!”
คนตัวเล็กไม่รอช้า รีบจัดการอาบน้ำล้างหน้าล้างตาเพื่อไล่คราบแอลกอฮอล์และอาการงัวเงียออกไปให้หมด เธอแต่งตัวด้วยชุดนักศึกษาอย่างรวดเร็ว สวมเสื้อนักศึกษาสีขาวกับกระโปรงทรงเอ คว้ากระเป๋าสะพายคู่ใจมาสะพายไว้บนไหล่
เมื่อแย้มประตูห้องน้ำออกมา ขวัญก็ชะงักไปเล็กน้อย จ้องมองไปยังเตียงนอนใหญ่ ชายหนุ่มร่างสูงยังคงนอนหลับสบายอยู่บนเตียงอยู่อย่างนั้น ไม่มีการขยับตัวแม้แต่น้อย
“ไปก่อนนะคะพี่... ลาก่อน และหวังว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีกตลอดชีวิต!” ขวัญยกมือไหว้ทิศทางที่เขานอนอยู่ กึ่งประชดกึ่งหวาดกลัว จากนั้นก็ย่องเบาไปที่ประตูห้อง
เปิดและปิดมันลงให้เบาที่สุด ก่อนจะสับเกียร์หมาวิ่งสปีดสี่ร้อยเมตรลงจากคอนโด พุ่งตรงขึ้นรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างมุ่งหน้าไปมหาวิทยาลัยทันที โดยที่ชายหนุ่มบนเตียงยังคงนอนหลับสบายอยู่อย่างนั้น
#มหาวิทยาลัย
ณ โต๊ะม้านั่งใต้ร่มไม้หน้าคณะนิเทศศาสตร์ ก๊วนเพื่อนสาวสามคนกำลังนั่งรวมตัวกันอยู่ด้วยสีหน้าตื่นเต้นสงสัย บิวตี้กำลังนั่งนับธนบัตรใบละพันในมือ มะนาวชะเง้อมองทางเข้าคณะอย่างใจจดใจจ่อ ส่วนฝนได้แต่นั่งถอนหายใจยาวๆ ด้วยความเป็นห่วงเพื่อนสนิท
“มาโน่นแล้ว ยัยตัวแสบประจำกลุ่มเรา!” มะนาวตะโกนขึ้นพร้อมใช้นิ้วชี้ไปทางขวัญที่กำลังเดินเข้ามา
ขวัญเดินเอามือทาบหน้าอก พยายามปรับลมหายใจที่ปั่นป่วนจากการวิ่ง ใบหน้าหวานยังคงมีความเลิ่กลั่ก เธอนั่งลงบนม้านั่งทันทีอย่างหมดแรง
“ไงจ๊ะแม่สาวสายลุย!” บิวตี้ยิ้มยั่ว พลางยื่นธนบัตรสีเทาฉบับละพันจำนวนสิบใบวางลงตรงหน้าขวัญ “เงินหมื่นของแกจ้ะ! เมื่อคืนสุดยอดมากกก! ลากตัวท็อประดับพรีเมียมออกจากคลับได้จริงๆ ฉันยอมรับในความกล้าบ้าบิ่นของแกเลยขวัญ”
“ใช่ๆ” มะนาวรีบขยับเข้ามาตบไหล่ขวัญด้วยความตื่นเต้น “เล่ามาเดี๋ยวนี้เลยนะยัยขวัญ เมื่อคืนเป็นไงบ้าง แซ่บไหม? หุ่นดีสมกับลุคโหดๆ นั่นหรือเปล่า แล้วเขายอมตามแกไปง่ายๆ แบบนั้นได้ยังไงอ่ะ”
ฝนหรี่ตามองขวัญด้วยความสงสัยและเป็นห่วง
“ขวัญ... แต่แกปลอดภัยดีใช่ไหม? เมื่อคืนฉันนอนไม่หลับทั้งคืนเลยนะ ชายคนนั้นลุคไม่เหมือนโฮสต์เลยจริงๆ ดูดุยังกับพวกมาเฟีย”
