บทที่ 6 ตอนที่ 6 งานแรกของขวัญ

ตอนที่ 6 งานแรกของขวัญ

“งานของเธอวันนี้คือไปกินข้าวกับฉัน แล้วคืนนี้ต้องไปทำงานที่คลับ” ราเชนทร์เอ่ยน้ำเสียงเรียบ ก่อนจะเดินนำออกจากห้องทำงานไปโดยไม่รอฟังคำโต้แย้ง

“ไปกินข้าวเนี่ยนะคะ งานของหนูคือดูแลอาหารการกินของเฮียเหรอ?” ขวัญถามพลางเร่งฝีเท้าให้ทันเขา

ความรู้สึกของเธอทั้งสงสัยทั้งหงุดหงิด เพราะคำว่าเด็กฝึกงานในความเข้าใจของเธอควรหมายถึงการจัดเอกสารหรือช่วยงานในคลับ ไม่ใช่เดินตามผู้ชายหน้าโหดไปกินข้าวเหมือนเป็นพี่เลี้ยงส่วนตัว

“ใช่ และห้ามขัดคำสั่ง” ราเชนทร์ตอบสั้น ๆ เขาเหลือบมองหญิงสาวที่เดินตามหลังมาเพียงเสี้ยววินาที ความรู้สึกของเขาแอบพอใจที่เธอทำหน้าบูด แต่ยังยอมเดินตามมาโดยไม่หนีอีกครั้ง

“ถ้าหนูขัดแล้วจะคิดดอกเบี้ยเพิ่มอีกไหมคะ?” ขวัญถามกลับทันที เธอจงใจเน้นคำว่า ‘ดอกเบี้ย’ ด้วยน้ำเสียงประชด ความรู้สึกของเธอเริ่มมีแรงขึ้นเมื่อได้เอาความเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่ายมาเป็นเป้าหมายให้ต่อปากต่อคำ

“ถ้าถามมากก็เพิ่ม” ราเชนทร์หันมาตอบ

แววตาคมกริบกดลงมาที่ใบหน้าหวาน ความรู้สึกของเขาอยากเห็นว่าเธอจะเถียงได้สักกี่น้ำ แต่ลึกลงไปกลับรู้สึกคุ้นเคยกับเสียงจ้อไม่หยุดของเธออย่างน่าประหลาด

“แล้วหนี้แจกันห้าแสนของหนูล่ะคะ เฮียจะให้หนูทำงานใช้กี่ปีถึงจะหมด?” ขวัญถามต่อทันที เธอทำหน้าจริงจังราวกับกำลังคุยเรื่องสัญญาธุรกิจ ทั้งที่ในใจยังติดใจว่าแจกันโบราณใบนั้นอาจไม่เคยมีอยู่จริง

“ถ้าเธอทำตัวดี อาจหมดเร็วกว่าที่คิด” ราเชนทร์ตอบพลางปรายตามองเธอ

ความรู้สึกพึงพอใจซ่อนอยู่ในน้ำเสียง เพราะอย่างน้อยข้ออ้างเรื่องหนี้ก็ยังทำให้เธออยู่ใกล้เขาได้อีกระยะหนึ่ง

“โห เฮียนี่คิดดอกเบี้ยเก่งกว่าธนาคารอีกนะคะ ถ้าหนูหายใจแรงไป เฮียจะคิดค่าทำให้อากาศสั่นสะเทือนด้วยไหม?” ขวัญยกมือขึ้นป้องปากกระซิบถาม

ท่าทางจริงจังเกินเหตุทำให้สิงหาที่เดินสวนมาพอดีหลุดหัวเราะพรืด ความรู้สึกของขวัญโล่งใจขึ้นเมื่อเห็นว่ามีคนอยู่ข้างเธอที่ยังพอหัวเราะกับมุกได้

“ไอ้สิงหา มึงมีงานทำไม่ใช่หรือไง?” ราเชนทร์เหลือบตาไปมองเพื่อน น้ำเสียงของเขาเย็นลงทันที ความรู้สึกหงุดหงิดวูบขึ้นเมื่อเห็นสิงหายืนหัวเราะขำคนของเขาอย่างไม่เกรงใจ

“มีสิวะ แต่กูขอเดินไปส่งเด็กฝึกงานคนใหม่หน่อยไม่ได้หรือไง?” สิงหายิ้มกวนแล้วขยับเข้ามาใกล้ขวัญ

“ไม่ต้อง” ราเชนทร์ตอบทันควันพร้อมขยับตัวมายืนคั่นกลางระหว่างทั้งสองคน ความรู้สึกหวงพุ่งขึ้นก่อนที่เขาจะทันคิด เหมือนร่างกายตอบสนองเร็วกว่าสมอง

“โอ๊ย แค่จะทักทายน้องเขาเอง ทำเป็นหมาหวงก้างไปได้” สิงหาพึมพำพลางยกมือขึ้นสองข้าง ความรู้สึกของเขายิ่งขบขันเมื่อเห็นใบหน้าของราเชนทร์นิ่งสนิท แต่เส้นเลือดตรงขมับกลับเต้นตุบ ๆ

“ถ้ามึงยังไม่หยุดพูด กูจะส่งมึงไปตรวจโกดังคนเดียวทั้งคืน” ราเชนทร์กดเสียงต่ำ

ความรู้สึกของเขาอยากเอาแฟ้มในมือฟาดเพื่อนสักที แต่กลับต้องเก็บอาการเพราะขวัญกำลังยืนมองอยู่

“หนูว่าให้พี่สิงหาไปก็ได้นะคะ หนูจะได้มีคนคุยด้วย” ขวัญรีบเสริม

เธอเอียงคอส่งยิ้มให้สิงหา ความรู้สึกของเธอแกล้งยั่วราเชนทร์อย่างสนุก เพราะเพิ่งค้นพบว่าการทำให้เขาหงุดหงิดนั้นง่ายยิ่งกว่าการทำรายงานส่งอาจารย์เสียอีก

“ขวัญ” ราเชนทร์เรียกชื่อเธอเสียงเข้ม ความรู้สึกไม่พอใจผสมความวูบไหวเกิดขึ้นทันทีเมื่อเห็นเธอยิ้มให้คนอื่นแบบนั้น

“คะ?” ขวัญขานรับด้วยสีหน้าใสซื่อ

“เดินตามฉัน” ราเชนทร์สั่ง แล้วคว้าข้อมือเล็กพาเดินออกไปโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอพูดต่อ ความรู้สึกอุ่นวาบจากฝ่ามือของเขาที่โอบรอบข้อมือทำให้ขวัญใจเต้นผิดจังหวะ แม้จะพยายามบอกตัวเองว่าเป็นเพียงการกันเธอออกจากสิงหาเท่านั้น

“เฮียคะ จับมือดี ๆ ก็ได้ค่ะ ไม่ต้องลากเหมือนหนูเป็นนักโทษก็ได้” ขวัญท้วงขณะถูกพาไปยังลิฟต์

เธอพยายามซ่อนความประหม่าไว้ใต้ท่าทีโวยวาย เพราะไม่อยากให้เขารู้ว่าการถูกจับมือทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยกว่าที่ควรจะเป็น

“ถ้าไม่อยากถูกลากก็เดินให้ทัน” ราเชนทร์ตอบโดยไม่หันกลับมา ความรู้สึกของเขารับรู้ถึงนิ้วเล็กที่พยายามขยับอยู่ในอุ้งมือ แต่กลับไม่ยอมปล่อยเธอออกไป

รถตู้สีดำจอดรออยู่หน้าโกดัง การ์ดเปิดประตูให้ทั้งคู่ขึ้นไปนั่งด้านหลัง ราเชนทร์นั่งริมหน้าต่าง ส่วนขวัญนั่งตรงข้ามเขา เธอกอดกระเป๋าไว้บนตักแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างระแวดระวัง ความรู้สึกตื่นเต้นปนกังวลค่อย ๆ แทนที่ความง่วงจากอาการแฮงก์

“เฮียจะพาหนูไปกินที่ไหนคะ?” ขวัญถามเมื่อรถเคลื่อนออกจากโกดัง ความรู้สึกของเธอเริ่มหิวจนท้องร้องเบา ๆ แต่ยังทำเป็นไม่สนใจ

“ร้านที่ฉันเลือก” ราเชนทร์ตอบพลางเปิดแฟ้มบนตัก ความรู้สึกของเขาสบายใจกว่าปกติที่มีเธอนั่งอยู่ใกล้ ๆ แม้จะทำเหมือนสนใจเอกสารมากกว่าใบหน้าของหญิงสาว

“ถ้าอาหารไม่อร่อย หนูขอหักจากหนี้ได้ไหมคะ?” ขวัญถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง ความรู้สึกอยากเอาคืนทำให้เธอเริ่มนับนิ้วคำนวณค่าอาหารในใจ

“เธอมีหน้าที่กิน ไม่ใช่เป็นนักวิจารณ์อาหาร” ราเชนทร์ตอบโดยไม่เงยหน้า ความรู้สึกของเขาเกือบหลุดยิ้มเมื่อเห็นเธอทำปากยื่น แต่ก็รีบกดสีหน้าไว้เหมือนกลัวถูกจับได้

“งั้นถ้าหนูกินเยอะ เฮียจะคิดเงินเพิ่มไหมคะ?” ขวัญถามต่อไม่หยุด ความรู้สึกสนุกกับการทำลายความเงียบในรถจนหมดสิ้น

“ฉันคิดเป็นรายคำ” ราเชนทร์เงยหน้าขึ้นจ้องเธอ ความรู้สึกอยากหยุดเสียงเจื้อยแจ้วของเธอด้วยวิธีอื่นแวบเข้ามาในหัว แต่เขาก็รีบตัดความคิดนั้นทิ้ง

“งั้นหนูไม่พูดแล้วก็ได้ค่ะ” ขวัญยกมือปิดปากทันที ความรู้สึกของเธอพยายามกลั้นหัวเราะเมื่อเห็นแววตาของเขาเปลี่ยนไปเพียงชั่วครู่

ร้านอาหารที่ราเชนทร์พามาเป็นร้านเล็ก ๆ ริมแม่น้ำ ไม่ใช่ภัตตาคารหรูอย่างที่ขวัญคาดไว้ ภายในร้านเงียบสงบและมีลูกค้าไม่มาก เขาสั่งอาหารหลายอย่างโดยไม่ถามความเห็นเธอ ทั้งข้าวซอย น้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่ว และแกงฮังเล ความรู้สึกของขวัญอ่อนลงทันทีเมื่อเห็นว่าเขาจำได้ว่าเธอเป็นสาวเหนือ แม้ทั้งคู่เพิ่งพบกันไม่ถึงสองวัน

“เฮียรู้ได้ยังไงว่าหนูชอบอาหารพวกนี้?” ขวัญถาม เธอมองโต๊ะอาหารด้วยแววตาเป็นประกาย ความรู้สึกซาบซึ้งแทรกเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว

“แฟ้มประวัติเธอมีทุกอย่าง” ราเชนทร์ตอบตามตรง ความรู้สึกของเขาเห็นความผิดหวังบนใบหน้าเธอแล้วรู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย แต่ยังไม่รู้จะพูดแก้ตัวอย่างไร

“อ๋อ นึกว่าเฮียใส่ใจหนูเป็นพิเศษ” ขวัญลากเสียงยาว พลางตักน้ำพริกหนุ่มใส่จานตัวเอง ความรู้สึกแอบน้อยใจผุดขึ้น แต่เธอเลือกกลบมันด้วยการทำหน้าทะเล้น

“อย่าสำคัญตัวเองผิด” ราเชนทร์ตอบทันที ความรู้สึกของเขาสะดุดเมื่อได้ยินคำว่า “ใส่ใจ” เพราะมันตรงเกินไปกับสิ่งที่เขากำลังทำ

“ค่ะ หนูมันแค่ลูกหนี้” ขวัญพยักหน้าหงึก ๆ แล้วก้มลงกินข้าว ความรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาเล็กน้อย แม้จะรู้ว่าเขาพูดตามนิสัยปากร้าย แต่คำพูดนั้นกลับทำให้เธอไม่อยากสบตาเขา

ราเชนทร์มองเธอเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเลื่อนจานไส้อั่วไปตรงหน้าเธอ ความรู้สึกของเขาหนักอึ้งเมื่อเห็นรอยยิ้มของเธอจางลง

“กินให้หมด เธอต้องมีแรงทำงานคืนนี้” เขาพูดในที่สุด ความรู้สึกอยากปลอบแต่พูดไม่เป็นทำให้ประโยคห่วงใยกลายเป็นคำสั่งเช่นเดิม

“รับทราบค่ะ เฮียเจ้าหนี้” ขวัญเงยหน้าขึ้นยิ้ม ความรู้สึกอุ่นขึ้นเมื่อเห็นว่าเขายังดูแลเธอ แม้จะไม่ยอมพูดดี ๆ สักคำ

หลังอาหารกลางวัน ราเชนทร์ไม่ได้พาเธอกลับคลับทันที แต่พาไปที่โกดังเก็บเอกสารอีกแห่งหนึ่ง มังกรกำลังยืนตรวจลังสินค้าอยู่กับคิริน บรรยากาศภายในเงียบผิดปกติและไม่มีเสียงล้อเล่นเหมือนตอนเช้า ความรู้สึกของขวัญสัมผัสได้ทันทีว่าทุกคนกำลังเคร่งเครียด

“มังกร รายงานมา” ราเชนทร์เอ่ยขณะเดินเข้าไปในห้องทำงาน ความรู้สึกของเขากลับมาเย็นชาและระมัดระวังในทันทีที่เข้าสู่พื้นที่ทำงาน

“ล็อตสุราที่มาจากท่าเรือเมื่อคืนมีปัญหา” มังกรวางแฟ้มลงบนโต๊ะ ความรู้สึกของเขากังวลเพราะตัวเลขในเอกสารไม่ตรงกันหลายจุด

“ปัญหาอะไร?” ราเชนทร์ถาม ความรู้สึกของขวัญสังเกตเห็นว่ามือของเขาหยุดนิ่งเหนือแฟ้ม ทั้งที่เมื่อครู่ยังดูสบาย ๆ อยู่

“จำนวนลังขาดไปสิบสองลัง แต่ใบส่งของระบุว่าครบ และตราประทับของบริษัทขนส่งก็ถูกต้องทุกอย่าง” มังกรตอบพลางเปิดเอกสาร ความรู้สึกของเขาสงสัยว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดพลาดธรรมดา

“แล้วกล้องวงจรปิดล่ะ?” ราเชนทร์ถามต่อ น้ำเสียงของเขาต่ำลง ความรู้สึกระแวงเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว

“ช่วงเวลาที่รถเข้าคลัง กล้องดับไปเก้านาที” มังกรตอบ ความรู้สึกของเขายิ่งหนักใจเพราะคนที่จะสั่งตัดระบบกล้องได้ต้องเป็นคนที่รู้โครงสร้างภายในเป็นอย่างดี

ขวัญยืนฟังอยู่ด้านข้าง เธอมองเอกสารหลายแผ่นที่วางกระจายบนโต๊ะ แล้วสังเกตเห็นรอยหมึกสีดำเล็ก ๆ ตรงมุมใบส่งของ ความรู้สึกคุ้นตาผุดขึ้นมา เพราะเธอเคยเห็นรอยเดียวกันบนกระดาษโน้ตที่ถูกทิ้งไว้ในห้อง VIP ของคลับ

“เฮียคะ” ขวัญเรียกเบา ๆ ความรู้สึกของเธอเริ่มมั่นใจว่ามีบางอย่างไม่ปกติ

“อะไร?” ราเชนทร์หันมามอง ความรู้สึกของเขายังเคร่งขรึม แต่ยอมฟังเธอทันที

“ตรงมุมกระดาษนี่ค่ะ เหมือนตราหมึกที่หนูเห็นในห้อง VIP เมื่อคืนก่อน” ขวัญชี้ลงไปบนเอกสาร ความรู้สึกตื่นเต้นขึ้นเมื่อข้อมูลเล็ก ๆ จากความช่างสังเกตอาจมีประโยชน์จริง

มังกรหยิบกระดาษขึ้นตรวจอย่างละเอียด คิรินขยับเข้ามาดูใกล้ ๆ ส่วนราเชนทร์ยืนนิ่งอยู่ข้างขวัญ ดวงตาคมจับจ้องรอยหมึกนั้นด้วยสีหน้าเย็นจัด ความรู้สึกของเขาเปลี่ยนจากสงสัยเป็นโกรธ เพราะเริ่มเห็นเส้นทางของคนที่กำลังท้าทายอำนาจของเขา

“นี่ไม่ใช่ตราของบริษัทขนส่ง” มังกรพูดในที่สุด “มันเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มที่เคยแย่งเส้นทางสินค้าจากเราเมื่อสามปีก่อน” ความรู้สึกของเขาเย็นวาบเมื่ออดีตศัตรูกำลังกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง

“ส่งคนไปเช็กโกดังทุกจุด” ราเชนทร์สั่ง น้ำเสียงของเขากลับมาเด็ดขาดจนทุกคนในห้องหยุดฟัง ความรู้สึกของเขาเดือดพล่าน แต่ยังควบคุมตัวเองไว้ได้

“แล้วหนูล่ะคะ?” ขวัญถามทันที ความรู้สึกของเธอกลับมาเป็นกังวลเมื่อเห็นทุกคนเริ่มแยกย้ายกันทำงาน

“เธออยู่กับฉัน” ราเชนทร์ตอบพร้อมหันมาสบตาเธอ ความรู้สึกห่วงเธอมากกว่างานทำให้เขาไม่ยอมปล่อยให้เธอคลาดสายตา

“หนูต้องทำอะไร?” ขวัญถาม ความรู้สึกอยากพิสูจน์ตัวเองเริ่มชัดเจนขึ้น เธอไม่อยากเป็นเพียงคนที่ถูกพามานั่งรอ

“นั่งเงียบ ๆ” ราเชนทร์ตอบ ความรู้สึกของเขาพยายามซ่อนความเป็นห่วงไว้หลังคำสั่งแข็ง ๆ

“งานยากจังเลยนะคะ” ขวัญบ่นแล้วทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ข้างโต๊ะ ความรู้สึกของเธอเริ่มหงุดหงิด แต่แอบพอใจที่อย่างน้อยเขาก็เลือกให้เธออยู่ใกล้ตัว

ราเชนทร์ก้มลงอ่านแฟ้มต่อ แต่ก่อนจะเปิดหน้าเอกสาร เขาเหลือบมองเธออีกครั้ง ขวัญกำลังหยิบปากกามาหมุนเล่นพร้อมทำหน้าครุ่นคิด ความรู้สึกบางอย่างอ่อนลงในอกของเขาอย่างไม่ควรเกิดขึ้น

“ขวัญ” เขาเรียก ความรู้สึกของเขาอยากเตือนให้เธออยู่ห่างจากเรื่องอันตราย แต่คำพูดกลับออกมาอีกแบบ

“คะ?” เธอเงยหน้าขึ้น ความรู้สึกสงสัยว่าเขาจะคิดดอกเบี้ยอะไรเพิ่มอีก

“คืนนี้ห้ามออกห่างจากฉันแม้แต่ก้าวเดียว” ราเชนทร์เอ่ยเสียงต่ำ ความรู้สึกห่วงใยของเขาหนักแน่นกว่าคำว่าเจ้านายกับลูกหนี้จะอธิบายได้

ขวัญกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนยิ้มกว้างออกมา ความรู้สึกหัวใจพองโตอย่างห้ามไม่อยู่ แม้จะพยายามบอกตัวเองว่าเขาแค่กลัวเธอทำของพังอีกครั้ง

“รับทราบค่ะ เฮียเชนทร์” เธอตอบพร้อมยกมือทำท่าทหาร ความรู้สึกของเธอทั้งขำทั้งอบอุ่น เมื่อรู้ว่าวันทำงานแรกอาจไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่คิด

#ด้านนอกโกดัง

เสียงโทรศัพท์ของชายคนหนึ่งดังขึ้น เขายืนหลบอยู่หลังรถขนสินค้าและมองผ่านกระจกเข้าไปยังห้องทำงานของราเชนทร์ ก่อนกระซิบรายงานปลายสายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“เจอตัวเด็กผู้หญิงแล้วครับ เธออยู่กับราเชนทร์”

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบกลับด้วยเสียงเย็นเยียบ

“งั้นก็เริ่มจากเธอ”

ชายคนนั้นกดวางสายและถอยหายไปในเงามืด โดยไม่มีใครในโกดังรู้เลยว่า ตั้งแต่วินาทีที่ขวัญก้าวเข้ามาในชีวิตของราเชนทร์ เธอก็กลายเป็นเป้าหมายของศัตรูไปเรียบร้อยแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป