บทที่ 7 ตอนที่ 7 แจกันที่ไม่มีอยู่จริง

ตอนที่ 7 แจกันที่ไม่มีอยู่จริง

“งั้นก็เริ่มจากเธอ” เสียงเย็นเยียบจากปลายสายทำให้ชายแปลกหน้ากำโทรศัพท์แน่น ความรู้สึกหวาดหวั่นแล่นขึ้นมาตามแผ่นหลัง แม้เขาจะทำงานให้คนกลุ่มนี้มาหลายปี แต่เขารู้ดีว่าคำว่า ‘เริ่มจากเธอ’ ไม่ได้หมายถึงการขู่เล่น ๆ

“รับทราบครับ” เขาตอบสั้น ๆ ก่อนตัดสาย ความรู้สึกหนักอึ้งยังคงเกาะอยู่ในอก ขณะสายตาเหลือบมองผ่านกระจกเข้าไปยังห้องทำงานที่ขวัญกำลังนั่งหมุนปากกาเล่นอยู่ข้างราเชนทร์

“เฮียคะ เมื่อกี้มีใครโทรมาหรือเปล่า?” ขวัญถามขึ้นทันที เธอชะโงกหน้ามองออกไปนอกกระจก ความรู้สึกระแวงผุดขึ้นเมื่อเห็นเงาคนไหววูบตรงท้ายโกดัง

“ไม่มีอะไร” ราเชนทร์ตอบโดยไม่เงยหน้าจากแฟ้ม

“ไม่มีอะไรแล้วเฮียจะทำหน้าดุเหมือนจะไปฆ่าใครทำไมคะ?” ขวัญถามพลางเท้าคางมองเขา

“หน้าฉันเป็นแบบนี้ตั้งแต่เกิด” ราเชนทร์ตอบเรียบ ๆ

“อ๋อ งั้นถ้าเฮียยิ้มคือระบบรวนใช่ไหมคะ?” ขวัญถามต่อ

เธอยกนิ้วขึ้นแตะคางด้วยท่าทางจริงจังเกินเหตุ ความรู้สึกขบขันเริ่มเอาชนะความกังวลเมื่อเห็นมุมปากของเขากระตุกเพียงเล็กน้อย

“ขวัญ” ราเชนทร์เรียกเสียงต่ำ

“คะ หนูแค่พยายามช่วยให้บรรยากาศดีขึ้น” ขวัญยิ้มหวาน

“ถ้าอยากช่วยจริง ก็ช่วยฉันตรวจเอกสาร” ราเชนทร์เลื่อนแฟ้มกองใหญ่ไปตรงหน้าเธอ

“ตรวจได้ค่ะ แต่ถ้าเจออะไรแปลก ๆ หนูขอถามนะคะ” ขวัญรับปากแล้วดึงแฟ้มเข้าหาตัว

“ถามได้ แต่อย่าแตะของที่ไม่เกี่ยวกับงาน” ราเชนทร์กำชับ

“แปลว่าเรื่องแจกันหนูแตะได้ไหมคะ?” ขวัญถามทันที เธอเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

มือของราเชนทร์หยุดอยู่เหนือกระดาษ เขาเงยหน้ามองเธอช้า ๆ ความรู้สึกประหลาดใจแวบผ่านดวงตาคม เพราะไม่คิดว่าเธอจะจำเรื่องนี้ได้ละเอียดขนาดนั้น

“ฉันบอกแล้วว่ามันเป็นแจกันโบราณ” ราเชนทร์ตอบ น้ำเสียงของเขายังคงนิ่ง แต่ความรู้สึกในใจเริ่มระวังตัวขึ้นเมื่อเห็นเธอไม่ยอมเปลี่ยนเรื่อง

“หนูรู้ค่ะ แจกันโบราณราคาแพงมากกกกก” ขวัญลากเสียงยาว เธอพยักหน้าอย่างคนเชื่อฟัง แต่ในใจกลับยิ่งแน่ใจว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล

“แล้วจะถามอะไรอีก?” ราเชนทร์ถาม

“แจกันสูงเท่าไหร่คะ สีอะไร ตั้งอยู่ตรงไหน แตกกี่ชิ้น มีรูปถ่ายก่อนแตกหรือเปล่า แล้วทำไมหนูจำไม่ได้เลยว่าตัวเองไปแตะมัน?” ขวัญยิงคำถามรัวเดียวจบ

“เธอเมา” ราเชนทร์ตอบสั้น ๆ

“หนูเมา แต่ไม่ได้ความจำเสื่อมนะคะ” ขวัญสวนกลับทันที

เธอยกนิ้วเคาะโต๊ะเบา ๆ ความรู้สึกสงสัยของเธอเริ่มเปลี่ยนเป็นความมั่นใจว่าเขากำลังปิดบังบางอย่าง

“ถ้าไม่เชื่อก็ห้าแสนบาทถ้วน จ่ายตอนนี้เลย” ราเชนทร์เอนตัวพิงพนักเก้าอี้

“เฮียใช้วิธีนี้กับทุกคนหรือเปล่าคะ?” ขวัญถาม

“วิธีไหน?” ราเชนทร์ขมวดคิ้ว

“สร้างหนี้ปลอมไว้จับคนมาอยู่ใกล้ตัว” ขวัญตอบตรง ๆ เธอจ้องตาเขาไม่หลบ ความรู้สึกกลัวลดลงเมื่อความโกรธเข้ามาแทนที่

บรรยากาศในห้องเงียบลงทันที มังกรที่กำลังอ่านเอกสารอยู่ชะงัก ส่วนคิรินหันไปมองราเชนทร์ด้วยสายตารู้ทัน ความรู้สึกของคนทั้งห้องเหมือนกำลังรอดูว่าเสือร้ายจะตอบโต้เด็กสาวอย่างไร

“เธอคิดว่าฉันไม่มีวิธีอื่นที่จะทำให้เธออยู่ใกล้หรือไง?” ราเชนทร์ถามเสียงต่ำ 

“ไม่รู้สิคะ เฮียมีวิธีตั้งเยอะ แต่เฮียเลือกใช้หนี้ เพราะรู้ว่าหนูไม่มีเงิน” ขวัญตอบ เธอพยายามทำเสียงให้มั่นคง ทั้งที่ลึก ๆ เริ่มกลัวว่าเขาจะโกรธจนไล่เธอออกไป

“ถ้าเธอไม่อยากอยู่ ก็ไป” ราเชนทร์พูดพร้อมลุกขึ้น

“หนูไม่ได้บอกว่าจะไป” ขวัญรีบตอบ เธอกำชายเสื้อตัวเองแน่น ความรู้สึกตกใจที่เห็นเขาเป็นฝ่ายถอยหนีทำให้หัวใจวูบโหวง

“แต่เธอกำลังกล่าวหาฉัน” ราเชนทร์หันกลับมา

“หนูแค่ถาม เพราะหนูอยากรู้ว่าตัวเองกำลังอยู่ในสถานะอะไร”

“เธอเป็นเด็กฝึกงาน”

“เด็กฝึกงานที่ต้องนั่งกินข้าวกับเจ้านาย ถูกจับมือ ลากไปทุกที่ แล้วก็ถูกห้ามห่างเกินสามก้าวเนี่ยนะคะ?” ขวัญถามพลางชี้นิ้วไล่ทีละข้อ

“ฉันไม่ไว้ใจคนรอบตัว” ราเชนทร์ตอบ

เขาพยายามเปลี่ยนเรื่องให้เป็นเหตุผลด้านความปลอดภัย ทั้งที่จริงแล้วเขาไม่ไว้ใจตัวเองมากที่สุดเวลาขวัญอยู่ใกล้

“แล้วเฮียไว้ใจหนูหรือยัง?” ขวัญถาม

ราเชนทร์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบช้า ๆ

“ยัง!”

“งั้นพาหนูไปดูแจกันได้ไหมคะ?” ขวัญถามอีกครั้ง

ราเชนทร์มองเธออยู่ครู่หนึ่งแล้วคว้ากุญแจรถจากโต๊ะ ความรู้สึกของเขารู้ว่าไม่ควรพาเธอเข้าใกล้ห้อง VIP แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธสายตาดื้อดึงคู่นั้นได้

“ตามมา”

“ได้ค่ะ แต่ถ้าไม่เจอแจกัน หนูขอหักหนี้ห้าแสนเลยนะคะ” ขวัญลุกขึ้นคว้ากระเป๋า

“ถ้าเจอ เธอจะทำงานเพิ่มอีกเท่าตัว” ราเชนทร์หันมาขู่

“ถ้าเจอจริง หนูจะช่วยเช็ดฝุ่นให้ก็ได้ค่ะ แต่ถ้าไม่เจอ เฮียต้องเลิกเรียกหนูว่าลูกหนี้หนึ่งวัน”

“ต่อรองเก่ง” ราเชนทร์พึมพำ

“ได้มาจากเจ้าหนี้ค่ะ”

ทั้งคู่เดินกลับไปยังคลับในช่วงใกล้ค่ำ ราเชนทร์สั่งให้การ์ดเปิดทางชั้นสองและตรวจพื้นที่ทุกจุดก่อนพาขวัญเข้าไป ห้อง VIP เงียบกว่าคืนแรกมาก แสงไฟสีแดงถูกปิดไว้ เหลือเพียงไฟสีขาวจากเพดานที่ทำให้ทุกอย่างดูชัดเจน ความรู้สึกของขวัญเย็นวาบเมื่อภาพคืนแรกย้อนกลับมา ทั้งเสียงเพลง แอลกอฮอล์ และมือของเธอที่ล็อกคอชายหนุ่มตรงหน้า

“ตรงไหนคะที่หนูทำแจกันแตก?” ขวัญถาม เธอเดินช้า ๆ ไปตามห้อง พยายามดึงความทรงจำกลับมาอย่างเต็มที่

“ตรงมุมนี้” ราเชนทร์ชี้ไปยังพื้นที่ข้างตู้เหล้า

“ตรงนี้ไม่มีรอยแตกเลยนะคะ” ขวัญใช้นิ้วแตะพื้นไม้ เธอสงสัยรุนแรงขึ้นเมื่อพื้นสะอาดเกินกว่าจะเป็นจุดเกิดเหตุ

“ทำความสะอาดแล้ว” ราเชนทร์เอ่ยตอบ เขารู้ว่าคำแก้ตัวเริ่มฟังไม่ขึ้น

“แล้วเศษแจกันอยู่ไหน?” ขวัญถามต่อ เธอเงยหน้าขึ้นมอง

“ทิ้งไปแล้ว” ราเชนทร์เอ่ยตอบ

“แจกันห้าแสน ทิ้งง่ายจังเลยนะคะ” ขวัญหัวเราะแห้ง ๆ

ราเชนทร์ไม่ตอบ เขาเดินไปเปิดตู้เก็บของด้านในซึ่งเป็นห้องเล็กติดกับ VIP ภายในมีลังไม้เรียงซ้อนและผ้าคลุมเฟอร์นิเจอร์จำนวนมาก ความรู้สึกของเขากระวนกระวายขึ้นเมื่อรู้ว่าพื้นที่นี้ไม่มีใครเข้ามาตรวจตั้งแต่คืนเกิดเหตุ

“เฮียคะ นี่ใช่ไหม?” ขวัญเรียกจากมุมห้อง เธอชี้ไปยังแท่นวางทรงกลมที่มีผ้าสีดำคลุมอยู่ ความรู้สึกหัวใจเต้นแรง เพราะแท่นนั้นมีรอยฝุ่นเป็นวงชัดเจนราวกับเคยวางของชิ้นใหญ่ไว้

“อย่าแตะ” ราเชนทร์สั่งเสียงเข้มพร้อมก้าวเข้าไปหา

“ถ้าไม่ให้แตะ แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเป็นแจกัน?” ขวัญถาม เธอจับขอบผ้าไว้แล้ว ความรู้สึกดื้อดึงเอาชนะคำเตือนของเขา

“ขวัญ ฉันบอกว่าอย่าแตะ” ราเชนทร์คว้าข้อมือเธอไว้ทันที เขาไม่ได้กลัวเธอทำของเสียหาย แต่กลัวว่ามีบางอย่างถูกซ่อนไว้และอาจเป็นอันตราย

“โอ๊ย เฮีย หนูแค่จะเปิดผ้า ไม่ได้จะขโมยแจกันไปขายนะคะ” ขวัญหันไปบ่น

“เธอไม่รู้ว่าข้างใต้มีอะไร”

“แต่เฮียรู้ใช่ไหมคะ?” ขวัญถามสวนกลับทันที

เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคม ความรู้สึกต้องการคำตอบมากกว่าคำสั่งใด ๆ

ราเชนทร์เงียบไป ก่อนที่จะคลายมือจากข้อมือเธอ ความรู้สึกเหมือนถูกบีบให้เผชิญหน้ากับคำโกหกของตัวเอง

“เปิด” เขาเอ่ยพูดในที่สุด

ขวัญค่อย ๆ ดึงผ้าคลุมออก แท่นกลมปรากฏชัดใต้แสงไฟ แต่ด้านบนกลับว่างเปล่า ไม่มีแจกัน ไม่มีเศษกระเบื้อง มีเพียงรอยฝุ่นเป็นวงและรอยขีดลากยาวไปยังประตูหลังห้อง

“เฮีย...” ขวัญเรียกเบา ๆ ความรู้สึกทั้งตกใจทั้งโล่งใจ เพราะในที่สุดเธอก็รู้ว่าตัวเองไม่ได้ทำแจกันห้าแสนแตก

ราเชนทร์ก้าวเข้าไปตรวจรอยขีดลาก สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นจัด ความรู้สึกโกรธและระแวงปะทุขึ้นในใจ เมื่อหลักฐานตรงหน้าบอกชัดว่ามีคนเคลื่อนย้ายของออกไปหลังคืนที่ขวัญมาที่คลับ

“มันไม่เคยแตก” เขาพูดเสียงต่ำ ความรู้สึกผิดแล่นผ่านหัวใจเมื่อรู้ว่าเขาใช้เรื่องโกหกนี้รั้งเธอไว้

“ว่าไงนะคะ?” ขวัญถาม

“แจกันยังอยู่ในคืนที่เธอลากฉันออกไป” ราเชนทร์ตอบ เขาก้มมองรอยขีดบนพื้นด้วยสายตาอาฆาต ความรู้สึกของเขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าคนร้ายอาจไม่ได้ต้องการแค่ของชิ้นนั้น แต่กำลังตามหาเอกสารหรือบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในคลับ

“งั้นเฮียก็โกหกหนูจริง ๆ”

“ใช่”

“แล้วห้าแสนที่หนูต้องใช้หนี้ล่ะคะ?” ขวัญถาม

“ไม่มีหนี้”

ขวัญอ้าปากค้างก่อนสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ความรู้สึกอยากตะโกนด่าเขาดัง ๆ ปะทะกับความจริงอีกด้านว่า หากไม่มีหนี้ เธอก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะยังเดินตามเขามาถึงตรงนี้หรือไม่

“เฮียมันเจ้าเล่ห์ที่สุดเลย” เธอพูดเสียงสั่น ๆ ความรู้สึกโกรธยังเต็มหัวใจ แต่กลับมีความโล่งใจปนอยู่ด้วย

“ฉันรู้”

“แล้วจะชดใช้ยังไง?”

“เธออยากได้อะไร?”

“ลดหนี้ให้เหลือศูนย์ แล้วห้ามเรียกหนูว่าลูกหนี้อีก” ขวัญเอ่ยตอบ ความรู้สึกของเธออยากทวงคืนศักดิ์ศรี แต่ยังไม่อยากพูดว่าตัวเองอยากอยู่ต่อ

“ตกลง” ราเชนทร์เอ่ยตอบทันที ความรู้สึกโล่งอกแผ่ซ่านเมื่อเธอยังยืนอยู่ตรงหน้า

“ง่ายขนาดนี้เลย?”

“แต่เธอยังต้องทำงานต่อ”

“ถ้าหนูไม่ทำล่ะ?”

“ก็แล้วแต่เธอ”

ขวัญมองหน้าเขานานหลายวินาที ก่อนก้มมองรอยลากบนพื้น ความรู้สึกภายในสับสนระหว่างความโกรธที่ถูกหลอกกับความจริงที่ว่าเธอไม่อยากปล่อยให้เขาเผชิญเรื่องนี้คนเดียว

“หนูจะทำงานต่อค่ะ” เธอเอ่ยพูด ความรู้สึกของเธอชัดเจนขึ้น แม้จะยังไม่ให้อภัยเขาทั้งหมด “แต่ไม่ใช่เพราะหนี้นะคะ หนูอยากรู้ว่าใครเอาแจกันไป และทำไมเรื่องนี้ถึงเกี่ยวกับเฮีย”

ราเชนทร์มองเธอนิ่ง ๆ ก่อนพยักหน้า ความรู้สึกซาบซึ้งและโล่งใจผสมกันจนเกือบเผลอยื่นมือไปแตะศีรษะเธอ

“ได้” เขาเอ่ยตอบ

“แต่หนูขอค่าจ้างด้วยนะคะ” ขวัญรีบเอ่ยเสริมขึ้นทันที

“เรื่องมาก” ราเชนทร์เอ่ยบ่นพึมพำ

“เรียกว่ารู้คุณค่าของแรงงานค่ะ” ขวัญคลี่รอยยิ้มตอบ

ทันใดนั้น เสียงบางอย่างก็ดังมาจากด้านนอกห้องเก็บของ ทั้งคู่หันไปมองพร้อมกัน ราเชนทร์ดึงขวัญเข้ามาไว้ด้านหลังแล้วก้าวไปที่ประตู เขาเปิดออกอย่างรวดเร็ว แต่ทางเดินกลับว่างเปล่า มีเพียงลมเย็นพัดผ่านหน้าต่างที่ถูกแง้มไว้

“มีใครอยู่ตรงนั้นไหมคะ?” ขวัญเอ่ยถาม เธอเกาะชายเสื้อราเชนทร์ไว้แน่น

“อยู่หลังฉัน” ราเชนทร์เอ่ยสั่งทันที

เขาก้มลงมองพื้นตรงหน้าต่าง รอยรองเท้าสีเข้มปรากฏอยู่บนฝุ่นบาง ๆ เป็นรอยใหม่และมุ่งตรงไปยังประตูหลังของคลับ ความรู้สึกของราเชนทร์เย็นวาบ เพราะรองเท้าคู่นี้ไม่ใช่ของลูกน้องคนใดในคลับ

“เฮียคะ นั่นรอยเท้าใคร?” ขวัญถามพลางชะโงกหน้ามอง

“คนที่เข้ามาเอาของบางอย่าง”

“แล้วเขาจะกลับมาอีกไหมคะ?”

“ถ้ามันยังไม่ได้สิ่งที่ต้องการ มันกลับมาแน่” ราเชนทร์เอ่ยตอบพร้อมกำมือแน่น ความรู้สึกของเขาตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ปล่อยให้ใครแตะต้องเธออีก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป