บทที่ 8 ตอนที่ 8 แมวป่วนคลับ

ตอนที่ 8 แมวป่วนคลับ

ด้านนอกคลับ ชายแปลกหน้าถอดรองเท้าข้างหนึ่งที่เปื้อนฝุ่นออกแล้วโยนขึ้นรถ ก่อนกดโทรศัพท์โทรหารายเดิม

“พวกมันเจอรอยแล้วครับ” เขารายงาน ความรู้สึกกระวนกระวายทำให้เสียงสั่น

“ไม่เป็นไร” เสียงปลายสายตอบกลับอย่างเยือกเย็น “อย่างน้อยเราก็รู้แล้วว่าจุดอ่อนของราเชนทร์อยู่ที่ไหน”

ภายในห้อง VIP ขวัญหันกลับมามองราเชนทร์อย่างไม่สบายใจ ความรู้สึกบางอย่างกำลังบอกเธอว่า ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป งานฝึกงานของเธอจะไม่มีวันธรรมดาอีกแล้ว

“หนูจะทำงานต่อค่ะ แต่ไม่ใช่เพราะหนี้นะคะ หนูอยากรู้ว่าใครเอาแจกันไป” ขวัญย้ำคำเดิมขณะยืนอยู่ในห้อง VIP เธอยังทั้งโกรธทั้งค้างคา แต่การตัดสินใจนั้นกลับทำให้หัวใจเบาขึ้นอย่างประหลาด

“คืนนี้เธอจะได้เริ่มงานอย่างเป็นทางการ” ราเชนทร์ตอบพลางเก็บกุญแจห้องเก็บของเข้ากระเป๋า เขาโล่งใจที่เธอยังเลือกอยู่ต่อ แม้เหตุผลของเธอจะไม่ใช่เพราะเขาก็ตาม

“งานอะไรคะ อย่าบอกนะว่าให้หนูไปนั่งเฝ้าเฮียทำหน้าดุเหมือนเดิม” ขวัญเอ่ยถาม

เธอทำหน้าระอาเมื่อคิดถึงการนั่งอยู่ข้างโต๊ะทำงานหลายชั่วโมง ความรู้สึกไม่อยากกลับไปเป็นคนว่างจนต้องหมุนปากกาเล่นยังติดอยู่ในใจ

“คืนนี้คลับมีงานเลี้ยงลูกค้ารายใหญ่ เธอต้องช่วยดูแลแขก” ราเชนทร์เอ่ยอธิบาย เขาเฝ้าสังเกตสีหน้าเธอ เพราะรู้ว่าหน้าที่นี้จะทำให้เธออยู่ท่ามกลางคนมากมายและอาจตกเป็นเป้าหมายง่ายกว่าเดิม

“หนูเหรอคะ?” ขวัญชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

“เธอเรียนการแสดง น่าจะพูดคุยกับคนได้ดี” ราเชนทร์เอ่ยตอบ

“แปลว่าเฮียยอมรับแล้วว่าหนูมีประโยชน์” ขวัญคลี่รอยยิ้มกว้าง

“อย่าเพิ่งหลงตัวเอง” ราเชนทร์เอ่ย เขาเกือบยิ้มตามรอยยิ้มสดใส แต่ต้องรีบหันหน้าหนี

“ไม่หลงค่ะ หนูบินเลย” ขวัญตอบพร้อมหมุนตัวหนึ่งรอบ ความรู้สึกคึกคักกลับมาเต็มที่เมื่อได้งานที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เธอเรียน

“กฎข้อแรก ห้ามดื่ม” ราเชนทร์เอ่ยกำชับขึ้นมาทันที

“รับทราบค่ะ หนูจะดื่มน้ำเปล่าให้เมาแทน” ขวัญยกมือทำท่ารับคำ

“กฎข้อสอง ห้ามไปไหนคนเดียว” ราเชนทร์เอ่ยพูดต่อ

“แล้วกฎข้อสาม?” ขวัญเอ่ยถาม เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้

“อยู่ในระยะที่ฉันมองเห็น” ราเชนทร์เอ่ยตอบ

“นี่มันกฎการทำงานหรือกฎเลี้ยงแมวคะ?” ขวัญถาม เธอทำตาโตอย่างไม่อยากเชื่อ

“ถ้าแมวตัวไหนดื้อ ฉันก็ต้องจับใส่กรง” ราเชนทร์เอ่ยตอบ เขาตั้งใจขู่ แต่ภาพขวัญอยู่ในกรงกลับทำให้หัวใจเต้นแรงอย่างไร้เหตุผล

“งั้นเฮียเตรียมกรงใหญ่ ๆ ไว้เลยนะคะ แมวเหนือไม่ชอบอยู่เฉย” ขวัญยิ้มกวน เธอรู้สึกสนุกที่ได้เห็นเขาพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

#ช่วงเย็น

คลับถูกตกแต่งใหม่จนแทบไม่เหลือบรรยากาศเงียบขรึมของตอนกลางวัน ไฟนีออนถูกปรับเป็นสีทอง แผ่นป้ายต้อนรับแขกถูกวางเรียงตามทางเดิน และพนักงานทุกคนวิ่งวุ่นกับการเตรียมงาน ขวัญถูกพาไปยังห้องแต่งตัวเล็ก ๆ ด้านหลังเวที ความรู้สึกตื่นเต้นปนประหม่าเริ่มก่อตัวเมื่อเห็นชุดเดรสสีแดงเข้มแขวนอยู่ตรงหน้า

“นี่ชุดของหนูเหรอคะ?” ขวัญถามพลางจับชายผ้า เธอตกใจเมื่อเห็นราคาที่ติดอยู่กับชุดจนแทบทำมันหลุดมือ

“ใส่ให้เรียบร้อย” ราเชนทร์ตอบจากหน้าประตู เขาชะงักเล็กน้อยเมื่อจินตนาการว่าขวัญจะดูเป็นอย่างไรในชุดนี้ แต่สีหน้ากลับยังคงนิ่งสนิท

“เฮียจะยืนเฝ้าหน้าห้องแต่งตัวแบบนี้จริง ๆ เหรอคะ?” ขวัญถาม เธอหันไปมองชายหนุ่มผ่านกระจก

“ฉันกำลังคุมงาน” ราเชนทร์ตอบ เขาพยายามหลอกตัวเองว่าไม่ได้ยืนรอเพราะไม่อยากให้ใครเห็นเธอในชุดนี้ก่อน

“คุมงานหรือคุมหนูคะ?” ขวัญถาม เธอสนุกเพิ่มขึ้นเมื่อเห็นใบหูของเขาเริ่มแดงเล็กน้อย

“ถ้ายังไม่หยุดพูด ฉันจะเปลี่ยนให้เธอใส่เสื้อคลุมยาวถึงข้อเท้า” ราเชนทร์ขู่

“งั้นหนูรีบเปลี่ยนเลยค่ะ เดี๋ยวเฮียคิดดอกเบี้ยค่าชุดเพิ่ม” ขวัญตอบแล้วปิดประตูใส่เขา เธอหัวเราะอยู่คนเดียว เพราะยิ่งแกล้ง ราเชนทร์ก็ยิ่งแสดงออกว่าไม่ใช่แค่เจ้านายกับเด็กฝึกงาน

เมื่อขวัญออกมาจากห้องแต่งตัว ราเชนทร์ที่กำลังคุยกับมังกรอยู่ถึงกับหยุดพูด ดวงตาคมไล่มองเธอเพียงแวบเดียวก่อนหันไปทางอื่น

“เฮียคะ ชุดหนูเรียบร้อยไหม?” ขวัญถามพลางหมุนตัวให้ดู

“เรียบร้อย” ราเชนทร์ตอบสั้น ๆ

“แค่นี้เองเหรอคะ?” ขวัญถาม

“ถ้าไม่เรียบร้อยคงต้องเปลี่ยน”

“เฮียชมหนูสักคำจะตายไหมคะ?”

“เสียเวลา”

“ก็ได้ค่ะ หนูชมตัวเองก็ได้ สวยมาก สวยที่สุด สวยจนแขกต้องลืมหายใจ” ขวัญพูดพลางยกมือแตะผม

“อย่าไปพูดแบบนี้กับแขก” ราเชนทร์สั่งทันที

“ทำไมคะ? หนูต้องรักษาภาพลักษณ์พนักงานต้อนรับนะ” ขวัญเอ่ยถาม

“เพราะฉันไม่ชอบ”

ขวัญชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะคลี่รอยยิ้มบาง ๆ ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ขึ้นในใจ แม้ประโยคนั้นจะไม่ใช่คำสารภาพ แต่ก็ชัดเจนพอให้เธอรู้ว่าความหึงของเขาไม่ได้เกิดจากหน้าที่

“รับทราบค่ะ หนูจะพูดกับแขกให้น้อยที่สุด” ขวัญตอบ

งานเลี้ยงเริ่มขึ้นเมื่อแขกกลุ่มใหญ่ทยอยเข้ามาในคลับ ราเชนทร์ยืนต้อนรับอยู่หน้าโถงด้วยบุคลิกน่าเกรงขาม ส่วนขวัญได้รับหน้าที่พาแขกไปยังโต๊ะ

เธอใช้รอยยิ้มและน้ำเสียงเป็นมิตรจนแม้แต่ลูกค้าหน้าเคร่งก็ยังหลุดยิ้ม ความรู้สึกของเธอมั่นใจขึ้นเมื่อทักษะการแสดงช่วยให้ทำงานได้ดี

“คุณผู้ชายโต๊ะนี้เชิญทางนี้เลยค่ะ ระวังขั้นบันไดนะคะ ถ้าล้มหนูไม่รับผิดชอบ แต่ถ้าหล่อเกินไปหนูอาจรับไว้พิจารณา” ขวัญพูดกับลูกค้าหนุ่มกลุ่มหนึ่ง เธอสนุกกับการหยอกล้อจนไม่ทันเห็นว่าราเชนทร์กำลังจ้องมาจากหน้าโถง

“ขวัญ” ราเชนทร์เรียกเสียงเข้ม

“คะ?” ขวัญหันไปตอบ เธอรับรู้ทันทีว่าเขากำลังไม่พอใจ แต่กลับทำหน้าใสซื่อเพื่อแกล้งต่อ

“มาทางนี้”

“หนูทำงานอยู่ค่ะ”

“งานของเธอคือดูแลแขก ไม่ใช่แจกเสน่ห์” ราเชนทร์เอ่ยตอบ

“หนูมีเสน่ห์ด้วยเหรอคะ?” ขวัญถามพร้อมกะพริบตา

“ฉันไม่ได้พูด” ราเชนทร์เอ่ยตอบ

“แต่เฮียกำลังคิดอยู่” ขวัญพูดแล้วหัวเราะ

“ไปทำงาน” ราเชนทร์ผลักไหล่เธอเบา ๆ ให้เดินออกไป ความรู้สึกของเขาอ่อนลงทันทีเมื่อเห็นเธอยิ้ม

ไม่นานนัก พิธีกรของงานเกิดป่วยกะทันหัน ผู้จัดการคลับจึงรีบมาขอให้ขวัญขึ้นเวทีแทน เพราะเธอมีพื้นฐานการแสดงและพูดกับแขกได้เป็นธรรมชาติ

“หนูขึ้นเวทีได้ค่ะ แต่ถ้าพูดผิดห้ามหักเงินเดือนนะคะ” ขวัญเอ่ยพูดกับผู้จัดการ

“พูดให้งานรอดก็พอ” ผู้จัดการเอ่ยตอบ เขาโล่งใจที่มีคนช่วยแก้สถานการณ์ทันเวลา

“ฉันไม่อนุญาต” ราเชนทร์เดินเข้ามาขัดทันที

“ทำไมคะ?” ขวัญหันไปเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่ไม่เข้าใจ

“เธอต้องอยู่ข้างฉัน”

“หนูอยู่ข้างเฮียมาทั้งวันแล้ว ขอไปยืนข้างคนอื่นบ้างไม่ได้หรือไงคะ?”

“ขวัญ” ราเชนทร์เรียกชื่อเธออีกครั้ง เขาเริ่มกังวลเมื่อเห็นแววตาดื้อรั้นนั้นทำให้เขารู้ว่า หากห้ามต่อ เธอจะยิ่งต่อต้าน

“เฮียให้หนูทำงานไม่ใช่เหรอคะ? งานนี้เป็นงานที่หนูถนัด หนูจะทำให้ดี” ขวัญเอ่ยพูดน้ำเสียงที่จริงจังมากขึ้น

ราเชนทร์มองเธออยู่ครู่หนึ่งก่อนถอนหายใจ ความรู้สึกของเขายอมแพ้ให้ความมุ่งมั่นในแววตาคู่นั้นอีกครั้ง

“ห้านาที และห้ามพูดเรื่องงานของฉัน” เขากำชับ

“รับทราบค่ะ เฮียเชนทร์ใจดีมาก” ขวัญยิ้มแล้วก้าวขึ้นเวทีทันที

“สวัสดีค่า แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน คืนนี้ถ้าใครเหงา เชิญมองไปทางซ้ายจะเจอเพื่อน ถ้ามองไปทางขวาจะเจอคนที่แอบมองเพื่อนอยู่ แต่ถ้ามองตรงกลางจะเจอหนูเองค่ะ” ขวัญพูดใส่ไมโครโฟนพร้อมทำท่าชี้ตัวเอง

“เด็กคนนี้ใครวะ?” ลูกค้าร่างใหญ่โต๊ะ VIP ถามพลางหัวเราะ

“เด็กฝึกงานของผมครับ” ราเชนทร์เอ่ยตอบจากด้านล่าง

“เด็กฝึกงานแต่กล้าดีนี่หว่า” ลูกค้าคนนั้นหัวเราะอีกครั้ง

“กล้าอย่างเดียวไม่พอค่ะ ต้องสวยด้วย” ขวัญตอบจากบนเวที

“ขวัญ” ราเชนทร์เรียกซ้ำ

“ค่า ๆ หนูจะเข้าเรื่องแล้วค่ะ” ขวัญตอบพร้อมยิ้ม เธอรู้ว่าเขากำลังหึงจึงยิ่งอารมณ์ดี

ทันใดนั้น เสียงดนตรีในคลับก็เบาลงเพราะทีมงานส่งสัญญาณให้เธอพูดต่อ ขวัญก้มมองกระดาษโน้ตในมือที่ผู้จัดการเขียนหัวข้องานไว้

“เอาล่ะค่ะ ต่อไปเป็นช่วงขอบคุณลูกค้ารายใหญ่ และขอให้ทุกคนช่วยกันทำเป็นไม่รู้เรื่องที่โกดังเราของหายไปสิบสองลังด้วยนะคะ เฮียเชนทร์บอกว่าเป็นความลับ ห้ามพูดให้ใครรู้เด็ดขาด” ขวัญพูดออกไปอย่างคล่องแคล่ว

บรรยากาศที่เคยคึกคักเงียบลงทันที แขกทุกโต๊ะหยุดขยับ แก้วเหล้าค้างอยู่กลางอากาศ พนักงานหลายคนหน้าซีด

ส่วนราเชนทร์เงยหน้ามองเธอด้วยแววตาคมกริบ ความรู้สึกของขวัญเย็นวาบไปถึงปลายเท้าเมื่อรู้ว่าตัวเองเพิ่งพูดความลับต่อหน้าคนทั้งร้าน

“หนูหมายถึง... ของหายสิบสอง... เอ่อ สิบสองชิ้นของประดับเวทีค่ะ!” ขวัญรีบแก้ตัว

“แล้วเฮียเชนทร์ที่เธอพูดถึงคือใคร?” ลูกค้าร่างใหญ่เอ่ยถาม

“เฮียเชนทร์ก็คือ... ผู้จัดการฝ่ายความลับค่ะ” ขวัญเอ่ยตอบ

เสียงหัวเราะแห้ง ๆ ดังขึ้นเพียงสองสามโต๊ะ ก่อนจะเงียบลงเมื่อราเชนทร์ก้าวขึ้นเวที เขารับไมโครโฟนจากมือขวัญแล้วหันไปมองแขกทั้งหมด

“ทุกคนได้ยินเรื่องที่ไม่ควรได้ยิน” ราเชนทร์พูดช้า ๆ เขาโกรธขวัญ แต่โกรธตัวเองมากกว่าที่ปล่อยให้ระบบงานมีช่องโหว่จนเกิดเหตุเช่นนี้

“หนูขอโทษค่ะ” ขวัญกระซิบ เธอยืนก้มหน้าข้างเขา

“เงียบ” ราเชนทร์สั่งโดยไม่หันมามอง “ไม่มีใครจำเป็นต้องถามเรื่องโกดัง เพราะคืนนี้ทุกคนมาที่นี่เพื่อดื่มและสนุก” ราเชนทร์พูดต่อพร้อมกวาดสายตาไปรอบคลับ

“ถ้าใครมีปัญหา เชิญมาคุยกับผมเป็นการส่วนตัว”

เพลงเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง พนักงานรีบกลับไปทำงานราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ราเชนทร์คว้าข้อมือขวัญพาเธอลงจากเวทีทันที

“หนูขอโทษ” ขวัญเอ่ยพูดทันทีเมื่อพ้นสายตาแขก

“รู้ไหมว่าเมื่อกี้เธอพูดอะไรออกไป!” ราเชนทร์ถามเสียงต่ำ ความโกรธยังร้อนอยู่ในอก แต่เมื่อเห็นดวงตาของเธอแดงขึ้น เขากลับดุด่าได้ไม่เต็มที่

“รู้ค่ะ หนูพูดความลับสิบสองลังออกไมค์” ขวัญเอ่ยตอบ

“ยังจะเล่นอีก” ราเชนทร์กดเสียงเข้ม เขาอยากดุเธอให้หนักกว่านี้ แต่กลับถอนหายใจแทน

“ถ้าหนูไม่เล่น หนูจะร้องไห้ค่ะ”

ราเชนทร์นิ่งไปก่อนยกมือแตะศีรษะเธอเบา ๆ ชายหนุ่มอ่อนลงทันทีเมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้ตั้งใจทำให้เรื่องพัง

“ครั้งนี้ฉันจะจัดการเอง” เขาเอ่ย

“เฮียไม่คิดดอกเบี้ยเพิ่มจริง ๆ เหรอคะ?” ขวัญถาม เธอเงยหน้ามองอย่างระมัดระวัง

“ฉันยกเลิกหนี้ไปแล้ว” ราเชนทร์ตอบ

“งั้นหักจากค่าจ้างแทนได้ไหมคะ?” ขวัญเอ่ยถาม

“ไม่ได้” ราเชนทร์เอ่ยตอบทันที

“เฮียใจดีจัง”

“แต่เธอต้องอยู่กับฉันตลอดคืนนี้”

“หนูอยู่แน่นอนค่ะ คราวนี้จะไม่พูดอะไรแล้ว” ขวัญเอ่ยรับปากทันที โดยไม่มีความลังเล

ทันใดนั้น ไฟบนจอภาพวงจรปิดเหนือเคาน์เตอร์ก็ดับวูบ ภาพจากกล้องทุกตัวกลายเป็นหน้าจอสีดำพร้อมกัน เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นเบา ๆ จากห้องควบคุม

“มังกร ตรวจกล้องเดี๋ยวนี้” ราเชนทร์เอ่ยสั่งผ่านโทรศัพท์ทันที

“กำลังตรวจ แต่ระบบถูกเจาะจากข้างนอก” มังกรเอ่ยตอบกลับ

“เฮียคะ กล้องดับเพราะหนูพูดความลับหรือเปล่า?”

“ไม่ใช่ความผิดของเธอ”

“แต่หนูรู้สึกว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวกัน” ขวัญเอ่ยพูดเบา ๆ เธอนึกถึงรอยรองเท้าในห้อง VIP และคำพูดของชายแปลกหน้าเมื่อคืน

“อยู่ข้างฉัน”

“ค่ะ เฮียเชนทร์” ขวัญเอ่ยตอบพร้อมขยับเข้าใกล้เขา ความรู้สึกกลัวลดลงเมื่อมีแผ่นหลังกว้างอยู่ตรงหน้า แต่หัวใจกลับเต้นแรงขึ้นจากระยะห่างที่เหลือไม่ถึงหนึ่งก้าว

บนหน้าจอควบคุมที่ดับสนิท ปรากฏเพียงสัญลักษณ์สีดำรูปเดียวกับตราที่ขวัญเห็นบนเอกสารล็อตสินค้า ความรู้สึกของราเชนทร์เย็นเยียบ ขณะที่เสียงจากปลายสายของมังกรดังขึ้นอีกครั้ง

“ไอ้เชน มีคนดึงไฟล์กล้องของคืนที่ขวัญมาคลับออกไปแล้ว”

ราเชนทร์หันไปมองหญิงสาวข้างกายทันที ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความกังวล เพราะศัตรูไม่ได้ต้องการเพียงสินค้า แต่กำลังตามหาภาพและข้อมูลของขวัญตั้งแต่คืนแรกที่เธอเข้ามาในชีวิตเขา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป