บทที่ 9 ตอนที่ 9 ค่ำคืนหลังเคาน์เตอร์
ตอนที่ 9 ค่ำคืนหลังเคาน์เตอร์
“ไปหลังบาร์” เขาเอ่ยสั่งน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“หนูถูกไล่ออกเหรอคะ?” ขวัญเ่อ่ยถามด้วยความสงสัย
“ย้ายตำแหน่ง” เขาเอ่ยตอบสั้น ๆ
“จากเด็กฝึกงานหน้าเวทีเป็นเด็กฝึกงานหลังบาร์?”
“ใช่ หลังบาร์อยู่ใกล้ห้องควบคุมและมีการ์ดคุมสองคน”
“แล้วเฮียจะอยู่ตรงไหนคะ?”
“ตรงไหนก็ได้ที่ฉันมองเห็นเธอ” ราเชนทร์เอ่ยตอบ ใบหน้าของชายหนุ่มเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ
“กฎเลี้ยงแมวอีกแล้ว” คนตัวเล็กพึมพำเสียงแผ่วเบา
ราเชนทร์พาเธอเดินลัดเลาะผ่านทางเดินด้านหลังไปยังเคาน์เตอร์บาร์ที่ทอดยาวตลอดแนวผนัง ชั้นวางของด้านหลังเต็มไปด้วยขวดเครื่องดื่มราคาแพงเรียงรายเป็นระเบียบ พนักงานบาร์สองคนกำลังเร่งมือผสมเครื่องดื่ม ขณะที่การ์ดประจำตัวของเขายืนคุมเชิงอยู่ตรงทางเข้าออกด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ขวัญกวาดตามองรอบ ๆ ด้วยความสนใจ บรรยากาศจริงจังหลังคลับทำให้เธอรู้ว่าระบบงานที่นี่ซับซ้อนกว่าที่คิด
“มานี่” ราเชนทร์เอ่ยพูด พลางวางแท็บเล็ตลงตรงหน้าเธอ
“ให้หนูทำอะไรคะ?”
“จดรายการเครื่องดื่มของโต๊ะ VIP ตรวจจำนวนขวด และห้ามให้พนักงานเสิร์ฟของที่ไม่มีในใบสั่ง”
“แค่นี้เองเหรอคะ”
“แค่นี้ก็ทำให้ดีก่อนเถอะ”
“รับทราบค่ะ หนูจะเช็กจนขวดเหล้าร้องเพลงได้เลย”
“อย่าให้มันร้อง”
“ถ้าขวดร้อง หนูจะเรียกเฮียมาร้องคู่กับขวดค่ะ” ขวัญสวนกลับทันที
ราเชนทร์ส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนเดินไปคุยกับมังกรหน้าห้องควบคุม ส่วนขวัญเริ่มก้มหน้าเปิดรายการบนแท็บเล็ต ในนั้นมีทั้งรหัสลูกค้า ยอดสั่งซื้อ เวลาเข้าออก และหมายเลขพนักงานที่รับผิดชอบ
“พี่คะ ทำไมโต๊ะนี้ต้องมีรหัสด้วยล่ะ?” เธออดใจไม่ไหวจนต้องหันไปถามพนักงานบาร์สาวข้าง ๆ
“โต๊ะ VIP ทุกโต๊ะมีรหัสค่ะ จะได้รู้ว่าเงินมาจากไหนและใครเป็นคนจ่าย”
“รู้ว่าเงินมาจากไหนด้วยเหรอคะ?”
“เฮียไม่รับเงินที่ตรวจสอบไม่ได้หรอกค่ะ”
“คลับนี้ไม่ได้มีไว้ให้คนมาเที่ยวอย่างเดียวสินะ” ร่างเล็กพึมพำเสียงเบา
“เฮียใช้ระบบซื้อขายของคลับตรวจเส้นทางเงิน เงินก้อนใหญ่ที่หมุนในธุรกิจมักทิ้งร่องรอยไว้ที่นี่แหละ”
“แปลว่าคลับนี้เป็นเหมือนเครื่องดักคนโกง?”
“ประมาณนั้นค่ะ แต่ห้ามพูดดังนะ” พนักงานสาวเตือนยิ้ม ๆ
“หนูจะปิดปากให้สนิทเหมือนปิดฝาหม้อแกงเลยค่ะ” ขวัญทำท่ารูดซิปปากประกอบ
ราเชนทร์ที่ยืนคุยงานอยู่ไม่ไกลเหลือบมองเธอเป็นระยะ ริมฝีปากหยักเกือบจะเผยรอยยิ้มเมื่อเห็นเธอยอมเปิดใจเรียนรู้ระบบงานเบื้องหลัง แทนที่จะมองทุกอย่างเป็นเรื่องร้ายกาจไปเสียหมด
“เฮียมองหนูทำไมคะ?” ขวัญทักขึ้นทันทีที่เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา
“ดูว่าเธอทำงานหรือเล่น”
“หนูทำงานอยู่ค่ะ ดูสิ จดไปตั้งสามบรรทัดแล้ว” เธอยื่นหน้าจอให้เขาดูอย่างภูมิใจ
ชายหนุ่มก้มมองหน้าจอ แววตาเอ็นดูฉายชัดขึ้นวูบหนึ่งเมื่อเห็นบรรทัดสุดท้ายเขียนไว้ว่า ‘เฮียเชนทร์ชอบทำหน้าดุ’
“สามบรรทัดในสิบห้านาทีเนี่ยนะ”
“อันนี้เป็นข้อมูลสำคัญค่ะ ใช้ประเมินสภาพจิตใจเจ้าของคลับ” เธอเอ่ยตอบหน้าตาเฉย
“ลบ” เขาสั่งเสียงต่ำ
“ไม่ลบค่ะ นี่มันหลักฐาน” เธอกอดแท็บเล็ตแนบอกแน่น
“ขวัญ!”
“ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวลบก็ได้” เธอยอมจำนนด้วยเสียงอ่อย
เพล้ง!
เสียงแก้วแตกดังสนั่นจากบริเวณหน้าเคาน์เตอร์ ทั้งคู่หันขวับไปมองพร้อมกัน พนักงานสาวคนเดิมกำลังก้มตัวเก็บเศษแก้วที่กระจายเต็มพื้น ขณะที่ลูกค้าชายร่างใหญ่คนหนึ่งยืนชี้หน้าเธอด้วยความโมโห
“เรียกผู้จัดการมาเดี๋ยวนี้!” เขาตะคอกเสียงดังลั่น
“หนูขอโทษค่ะ เดี๋ยวหนูเปลี่ยนแก้วใหม่ให้นะคะ” พนักงานสาวก้าวถอยหลังด้วยความตกใจ
“ขอโทษแล้วแก้วที่ฉันสั่งจะกลับมาเต็มเองไหมวะ!” ลูกค้าพาลกระชากข้อมือเล็กนั้นอย่างแรง
“ปล่อยมือจากพนักงานของผม”
น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันที่ดังขึ้นจากด้านหลัง ความเย็นชาที่แผ่ออกมาทำให้ทั้งบาร์เงียบกริบลงทันที
“มึงเป็นใคร?” ลูกค้าหันมาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงโมโห
“เจ้าของที่นี่” ราเชนทร์ตอบเสียงเรียบ
“เจ้าของแล้วไงวะ! พนักงานทำเหล้าหกใส่เสื้อฉันเนี่ย!” เขายังคงโวยวายเพื่อกลบเกลื่อนความกลัวที่เริ่มก่อตัวเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังเล่นกับใคร
“ผมจะชดใช้ค่าเสื้อให้ แต่คุณต้องปล่อยเธอก่อน”
“ถ้าไม่ปล่อยล่ะ?” ลูกค้าบีบข้อมือพนักงานแน่นขึ้นด้วยความหัวเสีย โดยไม่ทันสังเกตเห็นการ์ดที่ขยับเข้ามาปิดทางหนีทีไล่
“งั้นคุณก็ไม่ได้เงินชดใช้ และคงไม่ได้เดินออกไปเองแน่”
บรรยากาศรอบตัวราเชนทร์เย็นเยียบจนลูกค้าหน้าซีดเผือด
“เฮียคะ เดี๋ยวก่อนค่ะ” ขวัญรีบก้าวเข้าไปหาเมื่อเห็นท่าไม่ดี
“อยู่ตรงนั้น” เขาหันมาสั่งเสียงเข้ม ไม่อยากให้เธอเข้ามาเสี่ยงอันตราย
“ถ้าหนูอยู่ตรงนั้น แล้วพี่เขาจะทำยังไงล่ะคะ?”
“ไม่ใช่เรื่องของเธอ”
“เป็นเรื่องของหนูค่ะ เพราะหนูเป็นพนักงานเหมือนกัน” เธอยืนกรานหนักแน่น
ขวัญสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วหยิบผ้าเช็ดปากขึ้นมาพันรอบมือ พลิกบทบาทเป็นสาวขี้เมาอารมณ์ดีเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
“พี่คะ ปล่อยมือก่อนน้า หนูเห็นแล้วพี่เท่มากเลยตอนทำหน้าดุ แต่มือหนักกับผู้หญิงแบบนี้มันไม่เท่นะคะ” เธอยิ้มหวานกลบเกลื่อนความกลัว
“อย่ามายุ่งน่า!” ลูกค้าผลักไหล่เธอเต็มแรงด้วยความหงุดหงิด
หมับ!
“แตะตัวเธอทำไม?” ราเชนทร์ก้าวเข้ามาคว้าข้อมือผู้ชายคนนั้นไว้ แววตาดุจดั่งนักล่าพุ่งทะยานจนน่ากลัว
“หนูไม่เป็นไรค่ะ” ขวัญรีบดึงแขนราเชนทร์ไว้เบา ๆ
“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” เขาถามโดยไม่ละสายตาจากคู่กรณี เสียงที่เอ่ยถามเธอนั้นอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
“ไม่เจ็บเลยค่ะ แค่เสื้อยับนิดหน่อย” เธอคลี่รอยยิ้มกว้าง ส่งกระแสความอบอุ่นผ่านปลายนิ้วที่แตะแขนเขา เพื่อบอกให้รู้ว่าเธอปลอดภัย
ราเชนทร์หันกลับไปมองลูกค้าด้วยสายตาที่ไร้ความปรานีอีกครั้ง
“คุณทำร้ายพนักงาน และยังแตะต้องคนของผม”
“ฉัน… ฉันไม่ได้ตั้งใจ” ความกร่างเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น
“ขอโทษเธอ แล้วไสหัวออกไปซะ!”
“ขอ… ขอโทษครับ” ลูกค้าก้มหัวให้พนักงานสาวอย่างลวก ๆ ก่อนจะรีบสาวเท้าหนีออกจากคลับไปพร้อมกับกลุ่มเพื่อนทันที
พนักงานสาวน้ำตาซึม ยกมือไหว้ขวัญด้วยความซาบซึ้งใจ
“ขอบคุณมากนะคะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ วันหลังถ้าเจอคนแบบนี้อีก เรียกหนูนะ เดี๋ยวหนูจัดชุดใหญ่ให้ร้องเพลงผิดคีย์เลย” ขวัญแกล้งทำเสียงตลกกลบเกลื่อนความตึงเครียด
“อย่ารับมือคนเดียว” ราเชนทร์เอ็ดเธอเบา ๆ เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นรอยแดงที่ข้อมือของพนักงานสาว
“ก็เฮียเข้ามาช่วยทันนี่คะ”
“ฉันช่วยเพราะไม่อยากให้งานพังต่างหาก”
“อ๋อเหรอคะ เกือบจะซึ้งอยู่แล้วเชียว~” ขวัญแกล้งแซว
“มีหัวใจ… แต่ไม่ได้มีไว้ให้เธอ” ราเชนทร์เผลอหลุดปากสวนกลับไปเร็วกว่าที่คิด
ขวัญนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง หัวใจเต้นแรงขึ้นมาดื้อ ๆ
“เมื่อกี้... เฮียว่าอะไรนะคะ?”
“ฉันบอกให้ไปเช็กออเดอร์โต๊ะ VIP โน่น” เขาเบือนหน้าหนี รีบหยิบแฟ้มขึ้นมาบังใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ
“หนูได้ยินชัดเจนทุกคำเลยค่ะ” ขวัญยิ้มกริ่ม รู้สึกพอใจที่ได้เห็นมุมเขินของเจ้าพ่อมาเฟีย
ค่ำคืนล่วงเลยจนใกล้เวลาปิดร้าน ขวัญช่วยพนักงานตรวจเช็กสต็อกและแยกใบเสร็จที่มีตราสัญลักษณ์ประหลาด ซึ่งตรงกับเอกสารล็อตสินค้าพอดิบพอดี เธอรีบนำเอกสารนั้นมาส่งให้ราเชนทร์ด้วยความตื่นเต้น
“เฮียคะ ใบเสร็จโต๊ะ VIP มีรอยตราประทับเหมือนในเอกสารล็อตนั้นเลยค่ะ”
“อย่าเพิ่งจับ!” ราเชนทร์รีบเข้ามาห้ามปรามทันที
“หนูใส่ถุงมือแล้วค่ะ” เธอยกมือที่สวมถุงมือยางขึ้นโชว์
“เก่งนิ” เขาพึมพำคำชมออกมาสั้น ๆ
ขวัญกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะยอมรับว่าคำชมสั้น ๆ คำนี้มีอานุภาพมากกว่าเครื่องเพชรหรือเงินเดือนก้อนโตเสียอีก
“เฮียชมหนูเหรอเนี่ย”
“เพ้อเจ้อ”
ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ต่อปากต่อคำกันต่อ เสียงโทรศัพท์ภายในห้องควบคุมก็ดังขึ้น มังกรรับสายและฟังเสียงจากปรายสายอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าของเพื่อนคนสนิทก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันที
“ไอ้เชน มีคนฝากข้อความไว้ที่ประตูหลังคลับ”
ราเชนทร์รับซองสีดำมาเปิดออก ด้านในมีกระดาษสีขาวแผ่นเล็กและข้อความด้วยหมึกสีแดงฉานสะดุดตา
‘คืนของที่เอาไป ไม่งั้นเด็กผู้หญิงจะเป็นศพแรก’
นิ้วแกร่งขยำกระดาษในมือจนยับยู่ยี่ ความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวพุ่งชนกันในใจ เมื่อศัตรูประกาศชัดเจนว่าพวกมันรู้แล้วว่าใครคือจุดอ่อนของเขา
“เฮียคะ…” ขวัญเอ่ยเรียกเสียงสั่น ความเย็นเยียบแล่นริ้วไปทั่วทั้งเรือนร่าง
“ตั้งแต่นี้ไป ห้ามก้าวเท้าออกจากคลับคนเดียวเด็ดขาด” ราเชนทร์หันมาสั่งน้ำเสียงจริงจัง แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกที่พยายามเก็บกดไว้
“หนูไม่กลัวค่ะ” เธอกลืนน้ำลายลงคอ แม้เสียงจะสั่น แต่ก็พยายามยืนหยัด
“แต่ฉันกลัว”
คำพูดที่หลุดออกมาจากปากเขาทำให้ขวัญชะงัก เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น และพบแต่ความห่วงใยที่แท้จริงซ่อนอยู่ มือเล็กเอื้อมไปจับชายเสื้อสูทของเขาไว้แน่น ราวกับเป็นที่ยึดเหนี่ยวเดียวท่ามกลางภัยมืดที่รายล้อม
“งั้นหนูจะอยู่ใกล้ ๆ เฮียค่ะ” เธอกระซิบตอบ ยอมรับความจริงแล้วว่าโลกของราเชนทร์น่ากลัวแค่ไหน แต่มันก็มีอ้อมแขนของเขาที่พร้อมปกป้องเธอเช่นกัน
ราเชนทร์มองมือเล็กที่กำเสื้อเขาไว้ ก่อนจะพลิกมือขึ้นกุมกระชับมือเธอกลับแน่นหนา
“จำคำพูดตัวเองไว้ให้ดี”
“จำได้ค่ะ แต่เฮียก็ต้องจำด้วยเหมือนกันนะ” ขวัญเงยหน้าสบตาเขาตรง ๆ
“จำอะไร?”
“จำไว้ว่าหนูไม่ใช่เด็กผู้หญิงที่จะมาร้องไห้แล้ววิ่งหนี หนูเป็นแมวของเฮีย ใครกล้ามาทำอะไร หนูข่วนไม่เลี้ยงแน่”
ราเชนทร์มองรอยยิ้มและแววตาเด็ดเดี่ยวของคนตัวเล็ก ก่อนจะยกมือขึ้นขยี้ศีรษะเธอเบา ๆ ด้วยความเอ็นดูปนเป็นห่วง ในเมื่อห้ามไม่ได้ เขาก็จะปกป้องเธอให้อยู่ในระยะสายตาตลอดไป
